นครนนท์ เร่งบรรจุกระสอบทราย 1.3 แสนใบ เครื่องสูบน้ำ 100 เครื่อง เตรียมรับมือน้ำเหนือ ชาวบ้านผวาน้ำท่วม นอนไม่หลับ-เตรียมข้าวสารอาหารแห้งรับมือ
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 27 สิงหาคม ที่ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม เทศบาลนครนนทบุรี ท่าน้ำนนทบุรี นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี พร้อมด้วย นายอภิวัฒน์ เพชรเรือง รองนายกเทศบาลนครนนทบุรี เข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เทศบาลนครนนทบุรี ที่กำลังเร่งบรรจุกระสอบทรายเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือน้ำเหนือ เพื่อนำไปเสริมแนวป้องกันน้ำ ตามแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในจุดสุ่มเสี่ยงพื้นที่ลุ่มต่ำ หากน้ำเหนือไหลลงมาถึงจังหวัดนนทบุรี เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำไหลเข้าท่วม

นายสมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรี กล่าวว่า เทศบาลนครนนทบุรีได้มีการเตรียมกระสอบทรายไว้ 130,000 ใบ ทรายอีก 3,000 คิว หินคลุก 700 คิว นอกจากนั้น ยังได้เตรียมเครื่องสูบน้ำขนาด 6 นิ้ว และ 8 นิ้ว อีกประมาณ 70 เครื่อง ขนาด 16 นิ้ว 10 เครื่อง และตามประตูระบายน้ำต่างๆ ทั้ง 16 ประตู มีเครื่องสูบน้ำครบอยู่แล้ว ส่วนเครื่องที่สำรองไว้จะนำไปตั้งตามจุดต่างๆ ที่น้ำทะลักเข้ามา หรือเกิดฝนตกหนักในพื้นที่จะนำเครื่องเหล่านี้ไปดำเนินการสูบน้ำออก
นายสมนึกกล่าวอีกว่า การเตรียมพร้อมรับมือน้ำเหนือเทศบาลนครนนทบุรีไม่ประมาท ฝากบอกถึงพี่น้องประชาชนด้วยว่าปีนี้น้ำจะเยอะเช่นเดียวกัน คนที่อยู่บ้านริมน้ำขอให้ยกของขึ้นที่สูงไว้ และทางเทศบาลจะนำป้ายประกาศไปให้เรือ ขับเรือด้วยความระมัดระวัง ขับเบาๆ หน่อย เพราะว่าน้ำสูง ถ้าเรือวิ่งด้วยความเร็วจะทำให้พื้นบ้านได้รับความเสียหาย

การเตรียมพร้อมต่างๆ เจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนเตรียมพร้อมไว้ 100% มีเวรยามเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งเฝ้าระวังฝนตกในพื้นที่ด้วย จะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดำเนินการทันที
นายสมนึกกล่าวว่า สำหรับจุดเสี่ยงที่จะถูกน้ำฝน หรือน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อเข้าท่วมมีหลายจุด เช่น หมู่บ้านประชานิเวศน์ ที่เป็นที่ลุ่ม และบริเวณสี่แยกแคราย หากฝนตกไม่เกิน 100 มิลลิเมตร ตกแค่ 30-50 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง เราจะสูบได้รวดเร็วไม่เกินครึ่งชั่วโมงน้ำก็จะแห้ง แต่หากตกเกิน 100 มิลลิเมตรขึ้นไป ต้องใช้เวลา 2-3 ชั่วโมงขึ้นไปถึงจะแห้ง หรืออาจต้องใช้เวลาถึง 4-5 ชั่วโมง เราเตรียมพร้อมหมดเรื่องน้ำ

ตอนนี้เขื่อนเจ้าพระยาได้ปล่อยน้ำลงมามากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่น้ำทะเลยังไม่หนุน เขาจึงปล่อยมาเยอะ กว่าจะมาถึงนนทบุรีก็อีก 3-4 วัน แต่ถ้าช่วงน้ำทะเลหนุนเขาจะปล่อยน้ำจากเขื่อนลงมาน้อยลง ก็ต้องประสานกับกรมอุทกศาสตร์ส่วนหนึ่งด้วย ที่จะระบายน้ำมาเพื่อไม่ให้มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนริมตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยา
นางเบญจวรรณ ใจอารีย์ อายุ 65 ปี ชาวบ้านชุมชนศาลเจ้าตลาดขวัญ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา กล่าวว่า ตอนนี้เริ่มเก็บถ้วยเก็บชามใส่กล่องใส่ถัง เสื้อผ้าตรงไหนที่เราไม่ได้ใช้จะเก็บเอาไว้ช่วยคนอื่น ทั้งๆ ที่ตนลำบากแต่ก็อยากจะช่วยคนที่ไม่มี ที่น่ากลัวคือพวกสัตว์มีพิษ ทั้งงู ตะขาบ แมงป่อง เพราะน้ำขึ้นมาขยะก็จะขึ้นมาตามใต้ถุนบ้าน ที่ห่วงที่สุดคือเด็กเล็ก ในนี้มีเด็กเยอะ และคนแก่บางทีมืดค่ำเราไม่รู้ว่าน้ำมันมายังไง ตอนนี้นอนไม่ได้เลย ตี 3 ยังไม่หลับเลย กังวล พอได้ยินเสียงก็กลายเป็นผวาจิตหลอนแล้วตนยอมรับว่ากลัวเรื่องน้ำท่วม

ช่วงนี้ทางเดินครึ่งหน้าแข้งแล้ว ยังไม่ขึ้นมาบนบ้าน อย่างเมื่อปี’54 ก็คิดว่าน้ำจะไม่มาขนาดนี้เหมือนกัน แต่ปุบปับน้ำมาย้ายไปอยู่บนหลังคาบ้านเลย ต้องเอาหลานเอาคนแก่เอากล่องกระดาษไปปูนอนบนหลังคาขึ้นไปอยู่กันบนนั้น ตอนนี้ต้องเตรียมพร้อมคอยบอกเพื่อนบ้านที่เขามาเช่าบ้านมาอยู่แถวนี้ คนเก่าก็พอจะรู้ ส่วนคนใหม่เขาจะถามว่าป้าจะมาถึงหรือ คนเราอย่าประมาท น้ำมันมาดูทางสุโขทัยทางอะไรมากันปุบปับมาเยอะเลย ทุกวันนี้นอนกันไม่หลับทุกบ้าน พูดอย่างขนหัวลุกเลยว่านอนไม่เคยหลับกันเลย ผลัดกันนอนต้องระวัง
นางเบญจวรรณกล่าวว่า ที่นี่มีประธานชุมชนเข้ามาถามว่าไหวไหม พวกเราผ่านน้ำท่วมมาแล้วเมื่อปี’54 ก็พอจะลุ้นแต่ร่างกายมันไม่ใช่ แต่ตอนนี้มาห่วงเด็กน้อยเด็กเล็กพวกนี้ แล้วบางคนก็มีลูกอ่อน โดยเฉพาะหลานสาวตนก็เพิ่งคลอดลูก ก็กลัวกันไปหมดแถวนี้ และคนแก่บางคนก็เดินไม่ไหว โดยเฉพาะตนบางทีก็เดินไม่ได้อยู่ๆ ขาล็อก มันตกใจเพราะความกลัว เอาไม้พาดวางเป็นคานไว้แล้ว เอาของใช้ที่ใช้อยู่ประจำวันที่จะเสียหายก็เอาขึ้นไปวางไว้ และตอนนี้จะพยายามตุนเรื่องข้าว ทำมาค้าขายกันเริ่มไม่ได้แล้ว เราก็ต้องรวมมากน้อยซื้อข้าวกันมาตุนเอาไว้ มาม่าปลากระป๋องบ้าง แต่ก็ไม่มาก เพราะว่าบางบ้านก็ไม่มีเลย แต่แถวนี้เขาช่วยกัน


