หน้าแรก ภูมิภาค แจ้งความมูลนิ...

แจ้งความมูลนิธิ สร้างวัดพระใหญ่ ผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ประธานมูลนิธิฯ ยันขออนุญาตถูกต้อง

27.08.24 | 20:29 น.

แจ้งความมูลนิธิ สร้างวัดพระใหญ่ ผิด พ.ร.บ.ป่าไม้-พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ประธานมูลนิธิฯ ยันขออนุญาตถูกต้อง

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม ที่บริเวณเทือกเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคาคีรี หรือพระใหญ่ และสถานที่ปฏิบัติธรรมและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา

นายบรรณารักษ์ เสริมทอง รองอธิบดีกรมป่าไม้ พร้อมด้วยนายสมชาย นุชนานนท์เทพ ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ และคณะ เดินทางมาติดตามการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในกรณีที่มีฝนหนักในท้องที่จังหวัดภูเก็ต จนเกิดดินโคลนถล่มทับบ้านเรือนราษฎร ทำให้มีประชาชน แรงงานต่างด้าวชาวเมียนมา และชาวรัสเซียเสียชีวิต รวมจำนวน 13 ราย ในพื้นที่ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต

อย่างไรก็ดีมีการตั้งข้อสังเกตว่า เกิดจากการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างบนเทือกเขานาคเกิด ที่ตั้งพระใหญ่ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต ยื่นคำขอใช้พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขานาคเกิด เพื่อสร้างหรือเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมิ่งมงคลเอกนาคคีรี (พระใหญ่) สถานที่ปฏิบัติธรรมและกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับพระพุทธศาสนา ของวัด เนื้อที่ 15 ไร่ (ยื่นขอตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563)

ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาการอนุญาตของกรมป่าไม้ จึงขอให้ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ตรวจสอบพื้นที่ที่ดินโคลนดังกล่าวว่า อยู่ในพื้นที่ ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ยื่นขออนุญาตหรือไม่ และให้ประสานเทศบาลตำบลกะรน ตรวจสอบข้อมูลว่าการก่อสร้างต่างๆ บริเวณพระใหญ่ได้ขออนุญาตก่อสร้างอาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร 2521 และกฎกระทรวง ฉบับที่ 10 พ.ศ.2567 หรือไม่

Advertisement

ทั้งนี้จากการตรวจสอบ ได้มีการตรวจยืดพื้นที่ 5 ไร่ 19 ตารางวา โดยอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร ป่าควนเขานาคเกิด 3 ไร่เศษ และในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต 1 ไร่เศษ ความเสียหายเบื้องต้น เป็นเงิน 344,462 บาทเศษ (สำหรับค่าเสียหายที่แท้จริงจะทำการประเมินมูลค่าความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมบางประการหลังการทำลายป่าตามหลักเกณฑ์ตอไป) ซึ่งเป็นการสร้างลานจอดรถและสิ่งปลูกสร้าง 6 รายการ อาคารอเนกประสงค์, ห้องน้ำ, หอติดตั้งถังน้ำ อาคารควบคุมระบบน้ำ ศาลาที่พักผู้โดยสารและบ้านพัก อาคารอเนกประสงค์ห้องน้ำ เป็นต้น

คณะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ สอบถามเจ้าหน้าที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต ในเบื้องต้นทราบข้อมูลว่า ดำเนินการโดย มูลนิธิแห่งหนึ่ง และมีประธานมูลนิธิแห่งหนึ่ง ผู้ดำเนินงานก่อสร้างพระใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ดังนั้นผู้ตรวจยึด มีความเห็นร่วมกันว่าเป็นการกระทำผิด พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54 ฐาน “ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือยึดถือครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่น โดยไม่ได้รับอนุญาต” และมาตรา 55 ฐาน “ผู้ใดครอบครองป่าที่ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า บุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น, พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ฐาน “ยึดถือครอบครอง ทำประโยชน์ ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ หรือ กระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ โดยไม่ได้ รับอนุญาต”

นอกจากนี้มาตรา 26/4 ผู้ใดกระทำหรือละเว้นการกระทำด้วยประการใด โดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทำลายหรือเป็นเหตุให้เกิดการทำลาย หรือทำให้สูญหาย หรือเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในเขตป่าสงวนแห่งชาติผู้นั้นมีหน้าที่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากร ธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้น และเป็นการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมพ.ศ. 2535 มาตรา 97 การบุกรุกพื้นที่ป่าซึ่งเป็นทรัพย์สมบัติของแผ่นดินผู้กระทำผิดต้องชดใช้ให้รัฐเท่ากับจำนวนพื้นที่ที่ถูกบุกรุกตามที่คิดคำนวณค่าเสียหายของรัฐทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลายสูญหายหรือเสียหาย

และในค่ำวันนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ประสานงานพนักงานสอบสวน สภ.กะรน เพื่อแจ้งความกล่าวโทษในกรณีที่เกิดขึ้นต่อไป

ขณะที่ นายสุพร ประธานมูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลศรัทธา 45 และผู้ดำเนินงานก่อสร้างพระใหญ่ จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่าขอแสดงความเสียใจ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับกรณีภัยพิบัติ ทั้งนี้ วัดพระใหญ่ได้รับการอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ มาเป็นเวลานานประมาณ 20 กว่าปีแล้ว เราก็พยายามที่จะเผยแผ่พระพุทธศาสนาและไม่คาดคิดเลยว่า สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรุนแรงและบริเวณรอบๆพระใหญ่นั้นเรายังคงรักษาสภาพต้นไม้ใหญ่ใหญ่เอาไว้หากมีประเด็นปัญหาอะไรนั้น ขอให้เป็นขั้นตอนของส่วนราชการ ที่ท่านจะได้หาข้อเท็จจริง

ต่อข้อถาม ของชาวบ้านที่ว่า พระใหญ่ก่อสร้างและมีการตัดต้นไม้ นายสุพร กล่าวยืนยันว่า เรื่องนี้ไม่จริงตนรักษาต้นไม้เอาไว้ ในพระพุทธศาสนา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ตรัสรู้ในป่าเราต้องรักษาต้นไม้และคนที่ขึ้นมาจะเห็นเอง มาพิสูจน์ว่าตลอดระยะเวลาประมาณ 20 กว่าปี ต้นไม้ต้นตะเคียนต้นใหญ่ๆโอบใหญ่ๆยังอยู่

ส่วนกรณีที่มีน้ำไหลและดินโคลนถล่มลงไปด้านล่างนั้น นายสุพรยืนยันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของขั้นตอนทางราชการช่วงที่เกิดเหตุนั้นฝนมันตกเยอะมากแต่ว่าให้มาพิสูจน์กันเองตนเองยินดีจะรับฟังและนำไปสู่ความเป็นจริง

นายสุพร กล่าวอีกว่า การออกแบบสร้างพระใหญ่โครงสร้างดำเนินการโดยวิศวกร ดังที่ได้เคยทราบแล้วว่า ในปี 2547 ซึ่งเกิดสึนามิ ความไหวสะเทือนขนาด 8 ริกเตอร์ เราจึงให้วิศวกรคำนวณฐานรากของพระใหญ่ให้รองรับได้ถึง 10 ริกเตอร์ ทั้งนี้เพื่อรองรับให้เกิดความมั่นคงและเรามีความตั้งใจจะทำถาวรวัตถุให้ยั่งยืนตลอดไป เพื่อเป็นงานของพระพุทธศาสนา และยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าบนพระใหญ่ไม่มีดินโคลนถล่ม และต้องขอให้ทางราชการมาพิสูจน์ว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร บริเวณช่วงพื้นที่อื่นๆ และพระใหญ่เป็นคนละช่วงกันด้วย