เขื่อนเจ้าพระยา ยืนระบายน้ำ 1,300 ลบ.ม./วินาที ต่อเนื่องวันที่ 2 ชาวบ้านผวาถนนคันคลองมหาราชเริ่มทรุด
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ต.บางหลวง อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการบริหารจัดการน้ำลุ่มภาคกลาง ล่าสุด พบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงเขื่อนเจ้าพระยาได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยที่จุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ล่าสุด (เวลา 10.00 น.) วัดได้ 1,314 ลบ.ม./วินาที (ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาทรงตัวต่อเนื่องล่าสุด วัดได้ 15.91 ม.รทก. (เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้คงอัตราการระบายน้ำไว้ที่เกณฑ์ 1,300 ลบ.ม./วินาที เป็นวันที่ 2 เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำ รับมวลน้ำเหนือที่กำลังไหลบ่าลงมาสมทบ และลดผลกระทบพื้นที่ท้ายเขื่อน ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนทรงตัวในรอบ 24 ชม. ล่าสุด วัดได้ 12.10 ม.รทก. ซึ่งเป็นผลจากน้ำทะเลเริ่มหนุนปากแม่น้ำ อย่างไรก็ตาม การระบายน้ำในเกณฑ์ 1,300 ลบ.ม./วินาที อย่างต่อเนื่อง จะส่งผลให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนสูงขึ้นอีก 10-20 ซม. ใน 24 ชม.ข้างหน้า ซึ่งจะส่งผลกระทบกับพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ริมคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ควรยกของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และติดตามประกาศทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป

ขณะเดียวกันชาวบ้านในพื้นที่ หมู่ 12 ต.ตะหลุก อ.สรรพยา ก็เริ่มมีความกังวลเพราะคันคลองมหาราช ซึ่งถือว่าเป็นแนวกั้นน้ำระหว่างชุมชนกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในอดีตเคยถูกน้ำกัดเซาะจนขาด และทำให้บ้านเรือนถูกน้ำซัดพังเสียหายอย่างหนักมาแล้ว และล่าสุดห่างจากจุดเดิมมาเพียง 500 เมตร ดินถนนคันคลองเริ่มมีการทรุดตัวเป็นแนวยาว 5-6 เมตร ชาวบ้านเกรงว่าถ้าปล่อยให้ดินทรุดตัวต่อเนื่องจะกินเข้าไปในพื้นผิวถนน และจะทำให้ใช้สัญจรไม่ได้ จึงอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ เร่งซ่อมแซมป้องกันการขยายตัวของแนวทรุดตัวโดยด่วนด้วย






