คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า สภาผู้แทนราษฎร ลงพื้นที่โคราช หาแนวทางแก้ปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืนในพื้นที่ป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ พร้อมหารือมาตรการเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ
นครราชสีมา-วันที่ 31 สิงหาคม ที่ บ้านทรัพย์เจริญหมู่ที่ 4 ตำบลบ้านราษฎร์ อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า สภาผู้แทนราษฎร (กมธ.ช้างป่า) นำโดยนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ประธานคณะกรรมาธิการฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่หาแนวทางการแก้ปัญหาช้างป่าในพื้นที่กลุ่มป่าดงพญาเย็นเขาใหญ่อย่างยั่งยืน พร้อมรับฟังเสียงสะท้อนจากชาวบ้านในอำเภอเสิงสาง ที่อยู่ในพื้นที่ที่มีช้างป่าออกมาหากินในพื้นที่ทำกิน โดยมี นายอาทิตย์ หวังศุภกิจโกศล ส.ส.นครราชสีมา , นายกิตติภูมิ ชื่นวรรณูปถัมภ์ นายอำเภอเสิงสาง และผู้นำชุมชน ให้การต้อนรับ ซึ่งมีกลุ่มเฝ้าระวังและผลักดันสัตว์ป่า อำเภอเสิงสาง เป็นตัวแทนพี่น้องชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในเขตพื้นที่ทำกินรอยต่อกับอุทยานแห่งชาติทับลาน รายงานปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมร่วมหารือแนวทางการแก้ปัญหาร่วมกับคณะกรรมมาธิการฯ ในครั้งนี้

นายอาเขต แววกระโทก ผู้ใหญ่บ้านบ้านทรัพย์เจริญ และประธานกลุ่มเฝ้าระวังและผลักดันสัตว์ป่าอำเภอเสิงสาง บอกว่า รู้สึกยินดีที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ สภาผู้แทนราษฎร ที่ดูแลปัญหาเรื่องช้างป่า ได้ลงพื้นที่มารับฟังปัญหาจากพี่น้องชาวบ้านและเกษตรกรที่มีที่ทำกินอยู่ในพื้นที่รอยต่อกับเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน ซึ่งนอกจากจะมีหารือเกี่ยวกับปัญหาเรื่องสัตว์ป่ามาทำร้าย หรือกัดกินพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้านและเกษตรกรแล้ว ยังหารือเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา และการจัดการประชากรช้างที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นทุกวัน ว่าจะมีแนวทางดำเนินการแก้ไขปัญหาและเยียวยาช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง เพื่อให้สัตว์ป่าอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้

ซึ่งเบื้องต้น คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ และชาวบ้าน มีความเห็นพ้องตรงกันในเรื่องการควบคุมประชากรช้างป่า ซึ่งในอนาคตอาจจะมีแผนการทำหมันช้างหากในพื้นที่นั้นๆ มีการขยายพันธุ์ของช้างมากจนเกินไป และการทำคูกันช้างแบบคอนกรีตหรือแบริเออร์ ซึ่งคูกันช้างแบบเดิมจะเป็นแบบขุดเป็นร่องดิน เพื่อป้องกันช้างออกจากเขตแนวอุทยานฯ มาสู่พื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ถ้าทำเป็นคูคอนกรีตหรือแบริเออร์ ก็จะมีความคงทน แข็งแรง สามารถกันช้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดความปลอดภัยทั้งคนและช้าง
ส่วนเรื่องการช่วยเหลือเยียวยา จะมีการแก้ระเบียบการเยียวยาผู้ประสบภัยจากช้าง เช่น การเพิ่มเงินช่วยเหลือต่อไร่ การเพิ่มเงินเยียวยาให้กับผู้เสียชีวิตจากช้างป่า เพิ่มงบประมาณให้กับกลุ่มเฝ้าระวังและผลักดันช้างป่า และในกรณีที่พื้นที่ทำกินของชาวบ้าน ถูกช้างป่า-สัตว์ป่าบุกทำลายเสียหาย จะมีการเสนอให้แยกภัยที่เกิดจากช้างป่าสัตว์ป่า ออกจากสาธารณภัยต่างๆ เพราะหากรวมเอาไว้ด้วยกันจะทำให้การดำเนินการแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือเยียวยา ทำได้ล่าช้า แต่ถ้าแยกออกมาก็จะง่ายต่อการประกาศพื้นที่ประสบภัย ทำให้การขอรับการสนับสนุนงบประมาณมาแก้ไขและเยียวช่วยเหลือ ทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

