เชียงรายอ่วม ยังคงท่วม 5 อำเภอ เหตุน้ำกว๊านพะเยาสมทบ-ฝนตกต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ จ.เชียงราย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม่น้ำอิงยังคงเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ทางการเกษตรและบ้านเรือนของประชาชนในพื้นที่ตำบลแม่ต๋ำและตำบลเม็งราย อำเภอพญาเม็งราย จังหวัดเชียงราย โดยมีแนวโน้มที่จะถูกน้ำท่วมยาวนาน เนื่องจากยังมีมวลน้ำจากกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ไหลมาสมทบ และในพื้นที่ยังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ยังใช้ชีวิตประจำวันด้วยความลำบาก การเดินทางเข้าออกหมู่บ้านยังต้องใช้เรือสัญจรแทนรถ อย่างไรก็ตามแม่น้ำโขงซึ่งอยู่ปลายน้ำได้ลดระดับลงอย่างต่อเนื่องจากที่เคยมีปริมาณสูงกว่า 10 เมตร ทำให้หนุนน้ำอิงให้สูงขึ้น ได้ลดระดับเหลือเพียง 7-8 เมตร ซึ่งจะทำให้น้ำอิงไหลสะดวก หากฝนหยุดตกและน้ำกว๊านพะเยาเบาบางก็อาจทำให้น้ำอิงแห้งได้เร็วขึ้น

นายครรชิต ชมภูแดง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ในห้วงระหว่างวันที่ 16-31 สิงหาคมที่ผ่านมา เชียงรายประสบเหตุอุทกภัยถึง 14 อำเภอจากพื้นที่ทั้งหมด 18 อำเภอ อย่างไรก็ตามส่วนใหญ่สถานการณ์คลี่คลายปัจจุบันยังเหลือพื้นที่ประสบภัย 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเทิง ขุนตาล พญาเม็งราย เมือง และเวียงแก่น ซึ่งมีแนวโน้มที่ดีที่สถานการณ์เริ่มกลับสู่ภาวะปกติแต่ยังคงเหลือพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำอิงที่ยังต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมไปอีกระยะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ตำบลแม่ต๋ำ อำเภอพญาเม็งราย ตำบลป่าตาล อำเภอขุนตาล และตำบลเวียง อำเภอเทิง ซึ่งทางจังหวัดยังคงเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจากยังมีฝนตกในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากหรือน้ำท่วมฉับพลันขึ้นได้

ส่วนกรณีน้ำป่าจากดอยผาตั้งไหลหลากเข้าท่วมหมู่บ้านปางหัด ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย โดยเฉพาะช่วงบริเวณโรงเรียนปางหัดสหศาสตร์ ล่าสุดมวลน้ำได้ไหลผ่านหมู่บ้าน ซึ่งตั้งอยู่บนที่สูงไหลลงสู่ที่ลุ่ม ทำให้น้ำแห้งกลับสู่ภาวะปกติแล้ว แต่ยังคงเหลือซากเศษไม้ และดินโคลนไว้จำนวนมาก ซึ่งทางฝ่ายปกครอง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อ.เวียงแก่น พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารจากกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง เข้าไปช่วยเหลือขนย้ายทรัพย์สินที่มีค่าของชาวบ้านไว้ที่ปลอดภัย และช่วยฟื้นฟูเก็บกวาดบ้านเรือน และทำความสะอาดถนนภายในหมู่บ้านเพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ พร้อมกับนำสิ่งของอุปโภคบริโภคและน้ำดื่มไปแจกจ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยในเบื้องต้น







