หนุ่มเมียนมาวัย 24 หึงโหด ใช้มีดปลิดชีพ พ่อตา-แฟนสาววัย 13 ปี ดับสลด สารภาพไมมีเจตนาฆ่า แค่ป้องกันตัว เจอข้อหาหนัก
เมื่อวันที่ 2 กันยายน พล.ต.ต.สัมฤทธิ์ เอมกมล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตาก และ พ.ต.อ.พิทยากร เพชรรัตน์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรแม่สอด พร้อมด้วยรอง ผกก.สืบสวนสอบสวน และรอง ผกก.ป้องกัน และปราบ สภ.แม่สอด ได้นำตัวนายโจ อายุ 24 ปี บุคคลต่างด้าว สัญชาติเมียนมา ไปทำแผนประกอบการรับสารภาพคดีฆ่าคนตาย 2 คน ที่บริเวณเพิงพักใกล้สวนพระเจ้าตาก หมู่ที่ 1 ต.พระธาตุผาแดง อ.แม่สอด ท่ามกลางชาวเมียนมายืนดูการทำแผน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเฝ้าระวัง เพราะเกรงว่าจะมีการรุมทำร้ายร่างกาย ซึ่งนายโจให้การรับสารภาพ และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจโดยดี
ทั้งนี้ เนื่องจากนายโจก่อคดีฆ่าคนตาย 2 คน คือนายหม่องเอ ไม่มีชื่อสกุล อายุประมาณ 55 ปี พ่อตานายโจ และเด็กหญิงไข่มุก หรือดาว ไม่มีชื่อสกุล อายุประมาณ 13 ปี เป็นแฟนสาวของนายโจ เหตุเกิดกลางดึกที่ผ่านมา คู่กรณีทั้ง 2 ฝ่ายเป็นชาวเมียนมา สัญชาติเมียนมา หลังรับแจ้งเหตุตำรวจ สภ.แม่สอดรุดเดินทางไปที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงทราบว่ามีพลเมืองดีนำผู้บาดเจ็บพ่อลูก 2 คน ส่งโรงพยาบาลแม่สอดไปแล้ว และได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมบริเวณศีรษะ และตามแขน

จากการซักถามพยานผู้เห็นเหตุการณ์ ให้การว่านายโจ ซึ่งเป็นแฟนของเด็กหญิงไข่มุก หรือดาว เป็นผู้ก่อเหตุ และได้หลบหนีออกจากที่เกิดเหตุไป จากการตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ตำรวจพบหมวกสีแดง และแว่นตาของคนร้ายตกในสถานที่เกิดเหตุ ต่อมา พล.ต.ต.สัมฤธิ์ ได้รับรายงาน และออกคำสั่งให้ตำรวจออกสืบสวนติดตามหาตัวคนร้ายไปดำเนินคดีให้ได้ จนเจ้าหน้าที่ตำรวจไปจับนายโจได้ที่บริเวณห้องแถวแห่งหนึ่ง
พล.ต.ต.สัมฤทธิ์กล่าวว่า สาเหตุของการฆ่ากันตายมาจากแรงหึงหวงของฝ่ายชาย เพราะเข้าใจว่าทางฝ่ายหญิงนอกใจ จนไปสู่การทะเลาะวิวาท ส่วนฝ่ายนายโจบอกว่า ถูกทำร้ายก่อน เนื่องจากจะไปพูดคุยทำความเข้าใจกับเด็กหญิงไข่มุก แต่เมื่อนายหม่องเอ พ่อของเด็กหญิงไข่มุกเห็นจึงกีดกันไม่ยอมให้พบกับลูกสาว จึงเกิดมีปากเสียงกัน และนายหม่องเอทำร้ายตนก่อน จึงป้องกันตัวเองไม่ได้เจตนาฆ่า
สำหรับนายโจ ถูกดำเนินคดีในข้อหามีความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่น และเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามา และพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย โดยไม่ได้รับอนุญาต” จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


