ภูเก็ต เตรียมสั่งปิดองค์พระใหญ่ เร่งหามาตรการป้องกัน หวั่นเกิดดินสไลด์ซ้ำ
เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายสรศักดิ์ รณะนันทน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีการสไลด์ของดินที่บริเวณบ้านกะรน ทางศูนย์ป่าไม้จังหวัดภูเก็ตดำเนินการเข้าตรวจสอบพื้นที่เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา ปรากฏว่า ตรวจพบการบุกรุกเกินตามที่ขอ 15 ไร่ ซึ่ง 15 ไร่ดังกล่าวนี้ อยู่ระหว่างดำเนินการ จากกรมป่าไม้ ที่กรมป่าไม้ยังไม่ได้อนุญาต ดังนั้น ศูนย์ป่าไม้จังหวัดภูเก็ตสนธิกำลัง เข้าไปตรวจสอบทำการบันทึกการตรวจยึดพื้นที่ ปรากฏว่าพื้นที่ที่ถูกบุกรุกจำนวน 5 ไร่ 19 ตารางวา โดยทางป่าไม้ ทำบันทึกในรายละเอียดได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อมูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลศรัทธา 45 โดยมีประธานมูลนิธิฯ เป็น ผู้ที่ได้รับการให้ถ้อยคำจากสำนักพระพุทธศาสนา ว่าเป็นผู้ดำเนินการในการกระทำครั้งนี้
ผลการตรวจยึด ได้ตรวจยึดสิ่งก่อสร้างทั้งหมดจำนวน 6 รายการ หลังจากนั้น เข้าดำเนินการแจ้งความต่อสภ. กะรน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจากนั้นในวันที่ 28 สิงหาคม ในฐานะผู้เสียหาย เป็นผู้กล่าวหาแจ้งประธานมูลนิธิฯ หลังจากนั้นวันที่ 29 สิงหาคมได้ทำการไปติดป้ายรวม 3 ป้าย เพื่อประกาศพื้นที่ดังกล่าว ในจำนวน 5 ไร่เศษ บริเวณเป็นแนวเส้นที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ได้ดำเนินการตรวจยึดไว้

ขั้นตอนต่อมา เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมได้ขึ้นไปดูพื้นที่กับโยธาธิการและผังเมือง และที่ปรึกษาผู้ว่าฯภูเก็ต และเทศบาลตำบลกะรน รวมหลายๆภาคส่วนขึ้นไปดูในกรณีพื้นที่ตรวจยึด 5 ไร่ โดยมีแนวทางการปลูกป่าในพื้นที่ ที่ทางมูลนิธิฯได้ต่อเติมดังกล่าว โดยจะมีการดำเนินการ คือ จะต้องทำการพร่องน้ำอย่าให้ไปทางนั้นเพราะพื้นที่ดังกล่าวนั้น ข้างล่างคือหมู่บ้านกะรน ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่เกิดดินสไลด์
ทางคณะกรรมการ ที่เข้าไปดูในพื้นที่ดังกล่าว ก็ได้เห็นว่าอาจจะเกิดซ้ำซากอีกขึ้นได้ เพราะเป็นพื้นที่ที่มีน้ำซับ และมีก้อนหินใหญ่ๆที่ยังอยู่ในพื้นที่ จึงได้ร่วมกันระดมความคิดเห็นว่าจะดำเนินการปลูกป่าทดแทนขึ้นมา พร้อมกับนำหญ้าแฝกไปเคลียร์พื้นที่ให้หมด รวมทั้งปิดกั้นพื้นที่ 5 ไร่ ตามที่ได้ปิดประกาศโดยได้รับการสนับสนุนจาก เทศบาลตำบลกะรน
ซึ่งวันนี้ (2 ก.ย.) จะทำหนังสือไปขอสนับสนุนปิดกั้น “พื้นที่ลานจอดรถ” เยื่องจากพื้นที่นั่น อยู่ด้านหลังของตึก และเป็นพื้นที่ ที่ต้องรับน้ำหนักมาก เพราะมีรถทัวร์ รถต่างๆเข้ามาจอด ดังนั้น ต้องปิดกั้นเพื่อให้น้ำหนักของพื้นที่เบา รวมทั้งพร่องน้ำให้ไหลไปทางถนน อย่าให้น้ำไหลลงทางด้านซ้าย ซึ่งคือหมู่บ้านที่เกิดเหตุ โดยจะต้องเร่งรีบดำเนินการ
ในวันนี้ (2 ก.ย.) จะดำเนินการทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดภูเก็ต เพื่อดำเนินการหยุดกิจกรรมดังกล่าว จนกว่ากรมป่าไม้อนุญาต โดยให้ทำการปิดองค์พระใหญ่ ซึ่งทางเจ้าคณะจังหวัดทำหนังสือไปถึงวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนด้านป่าไม้ก็จะทำหนังสือคู่ขนานไป เพื่อจะได้ยุติ การเข้าพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นที่เรียบร้อย
ส่วน 15 ไร่ กรมป่าไม้ ยังไม่อนุญาต ต้องระงับกิจกรรมบนองค์พระใหญ่ทุกอย่างก่อน จนกว่าจะได้รับอนุญาตซึ่งตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จะทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หากยังมีคนขึ้นไ บนสถานที่ดังกล่าวต้องใช้กฎหมายปกครองดำเนินการ
“และขอฝากถึงนักท่องเที่ยวที่จะไหว้สักการะองค์พระใหญ่ขอให้ไหว้ข้างล่าง เพื่อลดอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น โดยต้องหามาตรการป้องกันไม่ให้เกิดดินสไลด์ เนื่องจากเป็นช่วงฤดูฝนและในช่วงนี้จะเกิดฝนตกหนักขึ้นมาอีกตามพยากรณ์อากาศของกรมอุตุนิยมวิทยาซึ่งเกรงจะเกิดปัญหาดินสไลด์ซ้ำตามมาอีก”

ทางด้าน นายวัฒนพงษ์ สุกใส ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวเป็นของกรมป่าไม้ ซึ่ง 15 ไร่อยู่ระหว่างการพิจารณาการขออนุญาตโดยพื้นที่แห่งนี้ได้รับการผ่อนผันตามมติ ครม.23 มิ.ย. 63 กับ ปี 64 ให้ไปยื่นคำขอ
ในส่วนของวัดพระใหญ่มีประเด็นของเอกสารมากมาย เช่น ความสูงเกิน 80 เมตรอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำชั้น 1 ต้องมีรายงานสิ่งแวดล้อม ซึ่ง อยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการพิจารณาใช้ประโยชน์ในระดับกรมขณะเดียวกันได้รับการประสานงานจากสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)ให้ทสจ.ภูเก็ต สรุปเรื่องทั้งหมด โดยนำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รายงานไปยังสำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม โดยมี คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติประชุมพิจารณา และจะมีการสรุปมาให้ทางจังหวัดภูเก็ต ดังนั้น ในขั้นตอนนี้เนื้อที่ 15 ไร่ อนุญาตหรือไม่นั้น ขึ้นกับคณะกรรมการดังกล่าว
ทางด้าน นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรณีพื้นที่องค์พระใหญ่ ทางเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ต สั่งหยุดกิจกรรมของวัดกะตะ ที่บริเวณองค์พระใหญ่ จังหวัดภูเก็ต ซึ่งพื้นที่แห่งนี้กรมป่าไม้ยังไม่อนุญาตใน 15 ไร่ที่ขอ และอีก 5 ไร่ที่เกิน เป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ ดังนั้น โดยรวมเป็นพื้นที่ของกรมป่าไม้ทั้งหมด การสั่งไม่ให้เข้าพื้นที่จะต้องสั่งโดยกรมป่าไม้ ส่วนทางเจ้าคณะจังหวัดภูเก็ตสั่ง คือ ขอให้พระไม่ให้เข้าไปทำกิจกรรมในพื้นที่ ไม่ได้สั่งในฐานะเจ้าของพื้นที่ ส่วนทางกรมป่าไม้พิจารณาตามกฎหมายโดยที่ตรงนั้นถูกตรวจยึดแล้วกับเนื้อที่ 15 ไร่ ซึ่งยังไม่ได้รับอนุญาตอีก ก็ไม่สามารถให้ใครเข้าไปได้อยู่แล้ว
นายโสภณ กล่าวว่า และ ทางจังหวัดภูเก็ตได้แต่งตั้งให้ปลัดจังหวัดภูเก็ตเป็นประธานคณะทำงานในการตรวจสอบมูลนิธิพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ที่ดูแลองค์พระใหญ่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยตรวจสอบเส้นทางการเงินอาจจะต้องใช้ปปง. การตรวจสอบสถานะการเงินตามอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนมูลนิธิฯ การประชุมถูกต้องหรือไม่ การใช้จ่ายถูกต้องหรือไม่ ต้องมีการชี้แจง การใช้จ่ายงบดุลบัญชี ในเบื้องต้น จังหวัดตรวจสอบระดับจังหวัด และส่ง ปปง.ตรวจสอบ คาดว่า ใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน ถ้าผิดกฎหมายยื่นต่อศาลทันที ให้ศาลสั่งเลิกมูลนิธิ ส่วนที่บุกรุกทางกรมป่าไม้ได้แจ้งความดำเนินคดีแล้ว ถ้าศาลตัดสินมีความผิดก็ต้องเลิกมูลนิธิไปโดยปริยาย
นายโสภณ กล่าวว่า นอกจากนี้ ทางจังหวัดภูเก็ต ขอให้กรมป่าไม้ ตรวจสอบสภาพพื้นที่แวดล้อมโดยรอบของพระใหญ่ ในกรณีที่ป่าเทือกเขานาคเกิดถูกทำลาย ขอให้ตรวจสอบทั้งหมดถ้ามีหลักฐานใดขอให้มายืนยันกัน ถ้าไม่มีหลักฐาน ขอให้ตรวจยึดตามกฎหมาย ถ้าอยู่ในเขตของป่าไม้ ต้องถูกดำเนินคดีเท่ากันหมด มิเช่นนั้น ภูเขาจะไม่เหลือดินโคลนถล่มจะเกิดขึ้นมาอีก จนขอให้ป่าไม้เคลียร์ในเรื่องเหล่านี้ด้วย ต่อไปนี้การดำเนินคดีจะเข้มข้นมากขึ้น


