หน้าแรก ภูมิภาค คืบหน้า หญิง ...

คืบหน้า หญิง 54 ตกท่อหน้าบ้านตัวเอง เผยเห็นฝาท่อแล้วผวา ฝากเทศบาลทำป้ายเตือนบ้าง

3.09.24 | 09:18 น.

คืบหน้า หญิงวัย 54 ตกท่อหน้าบ้านตัวเอง ยอมรับวิตก เห็นฝาท่อแล้วผวา ขอบคุณพลเมืองดีผ่านมาช่วยชีวิต

จากกรณีช่วงบ่ายวันที่ 2 กันยายน นางวิภารัตน์ อายุ 54 ปี ชาว ต.มหาชัย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เดินตกท่อระบายน้ำบนฟุตปาธ ริมถนนเศรษฐกิจ ใกล้กับหน้าบ้านของตนเอง ซึ่งท่อระบายน้ำมีความกว้างประมาณ 1 เมตร ลึกจากพื้นถนนลงไปประมาณ 2 เมตรเศษ ระดับน้ำในท่อสูงขึ้นมาเกือบ 1 เมตรนั้น

ล่าสุด เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 3 กันยายน ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง พบว่าหลังเกิดเหตุเทศบาลนครสมุทรสาครนำแผงเหล็กมากั้นไว้โดยรอบ ส่วนช่องที่แผ่นปูนแตกหักลงไปพร้อมกับผู้บาดเจ็บนั้น ได้มีการนำแผ่นไม้กระดาน 3 แผ่นมาวางปิดไว้ก่อน เพื่อรอการซ่อมแซมต่อไป

นางวิภารัตน์ ผู้บาดเจ็บ บอกว่า เดินผ่านที่เกิดเหตุทุกวัน ทั้งนำขยะไปทิ้งตรงถัง ซึ่งอยู่ติดฝาท่อ และไปซื้อของร้านใกล้บ้าน วันเกิดเหตุกำลังเดินไปซื้อของ ตอนเดินไปก็ไม่มีอะไร แต่พอเดินกลับมาได้ เหยียบลงไปบนแผ่นปูนที่อยู่ตรงกลาง ปรากฏว่าฝาท่อผลุบลงไปทันทีพร้อมตัวเอง ทำให้ตกลงไปนั่งจุก ลุกไม่ขึ้น ส่วนแผ่นปูนก็แตกอยู่ข้างใต้นั่นเอง

Advertisement

นางวิภารัตน์เผยว่า หากเมื่อวานระดับน้ำสูงขึ้นมาอีก เชื่อว่าอาจจะเสียชีวิตได้ ได้ร้องให้คนช่วยก็ไม่มีใครได้ยิน จะปีนขึ้นมาเองก็ลุกไม่ไหว จึงต้องนั่งอยู่ในนั้นนานกว่า 30 นาที จึงมีคนผ่านมาเห็นและเรียกคนมาช่วย

“วินาทีที่นั่งรอคนผ่านมาเจอคิดแค่ว่าถ้าหากตายไปครอบครัวจะเป็นอย่างไร ใครจะดูแล เพราะสามีก็ป่วยเป็นเส้นเลือดในสมองตีบ ส่วนลูกชายฝาแฝดคนหนึ่งก็เรียนอยู่ อีกคนมีปัญหาทางการได้ยิน ตอนนั้นนอกจากร่างกายจะบาดเจ็บแล้ว สติก็แทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คิดไปต่างๆ นานา แต่ก็ถือว่าบุญที่ทำมายังช่วยให้รอดพ้นจากนาทีวิกฤตนี้มาได้ ตอนนี้ก็ยังมีอาการวิตกกังวลอยู่ พอออกมาเห็นฝาท่อก็รู้สึกผวาอยู่เหมือนกัน” นางวิภารัตน์กล่าว

สำหรับอาการบาดเจ็บนั้น นางวิภารัตน์กล่าวว่า มีรอยฟกช้ำที่หลังและรอยบาดแผลขีดข่วนที่แขน แพทย์ที่ให้การตรวจรักษาระบุว่ามีอาการฟกช้ำค่อนข้างหนัก แต่ไม่มีเลือดคั่งภายใน แม้จะทำให้สบายใจในระดับหนึ่ง แต่ก็ยังกังวลกับผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดตามมา เพราะตนมีโรคประจำตัวหลายโรค

นางวิภารัตน์กล่าวด้วยว่า วันเกิดเหตุ รองนายกเทศมนตรีเดินทางไปดูแลที่โรงพยาบาล ต่อมาทางเทศบาลได้ติดต่อว่าจะเข้ามาเยี่ยมในวันนี้ (3 ก.ย.) แต่ยังไม่ได้ระบุเวลาและยังไม่มีการพูดคุยอะไรกันถึงเรื่องการเยียวยา

นางวิภารัตน์กล่าวทิ้งท้ายว่า อยากฝากไปยังผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้นับเป็นโชคดีที่ตนรอดมาได้ ไม่ถึงขั้นเสียชีวิต ถ้าเป็นเด็กอาจจะเกิดความสูญเสียได้ ดังนั้น หากมีการซ่อมแซมหรือทำอะไรที่จะเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชน ควรทำป้ายเตือน หรือวางที่กั้นเตือนให้ประชาชนทราบจะได้ไม่เกิดเหตุแบบนี้อีก ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่มีไหวพริบกับการแก้ปัญหาช่วยผู้บาดเจ็บได้ดีมาก รวมถึงหญิงพลเมืองดีคนหนึ่งที่กระโดดลงมาช่วยตนในท่อระบายน้ำ