ฝนตกหนักน้ำป่าหลาก เฝ้าระวังแม่น้ำวังล้นตลิ่ง ไหลผ่านเทศบาลเมืองลำปาง ชาวบ้านเตรียมรับมือ
ลำปาง – วันที่ 3 กันยายน ที่ จ.ลำปาง โครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษากิ่วลม-กิ่วคอหมา สำนักงานชลประทานที่ 2 ออกประกาศฉบับที่ 6 แจ้งการระบายน้ำของเขื่อนกิ่วคอหมา และเขื่อนกิ่วลม ลงสู่แม่น้ำวัง ซึ่งถือว่าเป็นการประกาศครั้งที่ 6 ในช่วงฤดูฝนปีนี้ ในการแจ้งแผนการพร่องน้ำออกจากเขื่อน เป็นการบริหารจัดการน้ำ ในการพร้อมรับมือกับน้ำฝนที่จะตกหนัก และจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่อำเภอตอนบนของจังหวัด ในช่วงที่ผ่านมา
โดยตามประกาศ ระบุว่า เมื่อวันที่ 31 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ อ.แจ้ห่ม ส่งผลให้น้ำในเขื่อนกิ่วลมล่าสุดขณะนี้ มีปริมาณน้ำในเขื่อน 80 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 75 ของความจุ แต่จากการประเมิน น่าจะมีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนกิ่วลม ตั้งแต่วันที่ 3-7 กันยายน 2567 อีกประมาณ 104 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะทำให้เขื่อนกิ่วลมมีปริมาณน้ำเกินความจุที่ระดับเก็บกัก จึงจำเป็นต้องพร่องน้ำออกจากเขื่อนกิ่วลม และเขื่อนกิ่วคอหมา ลงแม่น้ำวัง ดังนี้

เขื่อนกิ่วคอหมา อ.แจ้ห่ม ปัจจุบัน มีน้ำอยู่ 156 ล้านลูกบาศ์กเมตร คิดเป็น 91 % ของความจุ มีการระบายน้ำด้วยอัตรา 96 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งมีผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตร บริเวณลุ่มต่ำสองฝั่งแม่น้ำวัง ท้ายเขื่อนกิ่วคอหมา จะยังเป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบเดิม แต่ทั้งนี้ หากมีปริมาณฝนตกท้ายเขื่อนมาสมทบ ก็จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำวังมีระดับสูงขึ้น และจากการระบายน้ำของเขื่อนกิ่วคอหมา จะทำให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนกิ่วลม อ.เมือง มีเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมีปริมาณน้ำท่าเหนือเขื่อนกิ่วลม ไหลลงเขื่อนอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นที่จะต้องระบายน้ำ ออกจากเขื่อนเพิ่มมากขึ้น
เขื่อนกิ่วลมปัจจุบัน มีปริมาณน้ำในเขื่อนเป็น 80 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 75% ของความจุ ที่ผ่านมา ระบายลงแม่น้ำวังด้วยอัตรา 150 ลูกบาศก์เมตร/วินาที หากปริมาณน้ำยังเพิ่มขึ้น จะมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบายตั้งแต่ 151-220 ลูกบาศก์เมตร/วินาที ซึ่งแผนการปล่อยขณะนี้ ขยับเพิ่มมาอยู่ที่ 180 ลูกบาศก์เมตร/วินาที แล้ว โดยจะคงที่ระดับการปล่อยน้ำในอัตราดังกล่าวไปสักระยะ เพื่อประเมินปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนกิ่วลมอีกครั้ง

ทั้งนี้ ปริมาณน้ำดังกล่าว ทางโครงการฯยืนยันว่า จะยังไม่มีผลกระทบต่อพื้นที่ด้านท้ายเขื่อนกิ่วลม และเขตเทศบาลเมืองลำปาง ซึ่งเป็นเขตตัวเมืองลำปางอย่างแน่นอน อนึ่ง ปริมาณน้ำดังกล่าวจะไหลเข้าสู่เขต อ.สามเงา จ.ตาก ประมาณวันที่ 6 กันยายน และหากมีฝนตกในพื้นที่หนัก ถึงหนักมาก จะทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำวังที่ไหลผ่านพื้นที่ จ.ลำปาง และไปยัง จ.ตาก เพิ่มสูงขึ้นได้ ตามแต่สถานการณ์ของแต่ละพื้นที่
ด้าน ระดับน้ำในแม่น้ำวัง ที่ไหลผ่านพื้นที่เขตตัวเมืองลำปาง มีปริมาณที่สูงขึ้น แต่ยังไม่ล้นตลิ่งท่วมจุดต่ำกว่าระดับถนน ที่มักเกิดน้ำท่วมขึ้นทุกปี อย่างบริเวณสะพานเสตุวารี บริเวณชุมชนท่านางลอย ต.เวียงเหนือ อ.เมือง เขตเทศบาลนครลำปาง พบกระแสน้ำวังเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นทั้งน้ำจากเขื่อนกิ่วลมที่ระบายออกมา และจากน้ำป่าที่หลากลงมาสมทบ กำลังไหลผ่านพื้นที่ไปอย่างรวดเร็ว โดยระดับน้ำตอม่ออยู่ขอบสีเขียว ซึ่งใกล้ที่จะขึ้นไประดับสีเหลืองแล้ว
สำหรับจุดนี้ ถือว่าเป็นจุดที่ต่ำกว่าตลิ่งมาก และจะเป็นจุดแรก หากแม่น้ำวังสูงขึ้น ก็จะล้นตลิ่งท่วมถนนเลียบแม่น้ำวังไปตลอดแนว จึงทำให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งจังหวัด ชลประทาน และเทศบาลนครลำปาง เฝ้าระวังเป็นพิเศษ ซึ่งก็มีการประกาศแจ้งเตือนให้ประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่บริเวณนี้ ได้เตรียมพร้อมรับมือ โดยหากมองปริมาณน้ำวังบริเวณนี้ พบว่าได้สูงขึ้นท่วมราวเหล็ก และขอบบันไดแล้ว เหลือเพียงอีก 1 ขั้นเท่านั้น ก็จะขึ้นท่วมถนนเลียบแม่น้ำ

ด้านงานป้องกัน และบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครลำปาง ขณะนี้ก็คงเตรียมพร้อม 100% ทั้งเจ้าหน้าที่ กำลังพล และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อพร้อมรับมือ หากเกิดกรณีแม่น้ำวังล้นตลิ่งท่วมถนน และในที่ลุ่ม ซึ่งสถานการณ์น้ำฝนตกหนัก และน้ำป่าหลากในพื้นที่ตอนบน ยังคงหลั่งไหลลงสู่เขื่อนใหญ่ 2 แห่งของ จ.ลำปาง ต่อเนื่อง ทำให้เทศบาลนครลำปาง ประเมินสถานการณ์ ว่าตามที่เขื่อนกิ่วลมจะระบายน้ำออกในอัตราข้างต้น จะทำให้ระดับน้ำวัง ที่ไหลผ่านตัวเมืองลำปาง ในเขตเทศบาลนครลำปาง อาจจะสูงขึ้นกว่าวันก่อนหน้า อีกประมาณ 30-50 เซนติเมตร ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบกับชุมชนในเขต ต.เวียงเหนือ บางส่วนเล็กน้อย คือ บริเวณถนนเลียบแม่น้ำวัง หลังวัดพระแก้วดอนเต้า สุชาดาราม ไปจนถึงชุมชนท่านางลอย และชุมชนท่ามะโอ ต.เวียงเหนือ อ.เมือง จึงต้องมีการประกาศให้ประชาชน เตรียมพร้อมรับมือ และเฝ้าระวังสถานการณ์ไปตลอดสัปดาห์นี้

