หน้าแรก ภูมิภาค ‘หนุ่มอ...

‘หนุ่มออสซี่’ สูญเงินกว่า 5 ล้าน ซื้อคอนโดไม่ได้ห้อง แจ้งความเจ้าของโครงการดัง

3.09.24 | 17:49 น.

‘หนุ่มออสซี่’ แจ้งความเจ้าของโครงการดัง คอนโดหรู สูญเงินกว่า 5 ล้าน ไม่ได้ห้อง ตามสัญญา โครงการถูกสั่งระงับก่อสร้าง เอกสารสิทธิที่ดินออกไม่ชอบด้วยกฎหมาย ชนะคดีแพ่ง ไม่ได้รับการเยียวยา

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 3 กันยายน ที่สถานีตำรวจภูธรกมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับผู้เสียหายชาวออสเตรเลีย แถลงข่าวความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการซื้อคอนโดมิเนียมในโครงการ “เดอะพีค” ของ บริษัท กะตะ บีช จำกัด พร้อมทั้งได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงประชาชนกับ บริษัท กะตะ บีช และผู้เกี่ยวข้อง โดยมี พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรกมลา รับเรื่อง และดำเนินการไปตามกรอบของกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ เนื่องจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ภายใต้การกำกับดูแลของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้รับคำร้องทุกข์และร้องเรียนเพื่อการดำเนินคดีกับผู้ประกอบการโครงการอาคารชุดจากผู้เสียหายชาวออสเตรเลีย ที่นำที่ดินไม่มีโฉนดมาขายให้แก่ชาวไทยและชาวต่างชาติจำนวนมากแต่ไม่สามารถก่อสร้างได้สำเร็จ เนื่องจากการออกใบอนุญาตก่อสร้างไม่ชอบด้วยกฎหมายมาตั้งแต่เริ่ม

เพราะการประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดจะต้องสร้างอาคารบนที่ดินมีโฉนดเท่านั้น เอกสารสิทธิประเภทอื่นไม่สามารถนำมาซึ่งที่ดินเพื่อประกอบโครงการจัดสรรเป็นอาคารชุดเพื่อจำหน่ายได้ จึงเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อให้ได้รับเงินจอง เงินทำสัญญาและรับชำระราคาค่าห้องชุดมูลค่าหลายล้านบาทต่อราย ซึ่งโครงการเดอะพีคของบริษัท กะตะ บีช จำกัด ถูกเพิกถอนใบอนุญาต ทำให้ไม่สามารถก่อสร้างโครงการต่อได้ จึงเสนอให้ผู้เสียหายไปใช้สิทธิซื้อห้องชุดในโครงการอื่น ซึ่งอีกหลายปีต่อมาก็มีการแจ้งว่าไม่สามารถก่อสร้างได้เสร็จตามกำหนด และยังส่งหนังสือแจ้งผู้เสียหายให้ไปติดตามเงินคืนกับบริษัทผู้ดำเนินการกับบริษัท กะตะ บีช เอง

ผู้เสียหายได้ดำเนินการฟ้องทางแพ่ง ตัวแทนของบริษัท กะตะ บีช จึงได้มาขอไกล่เกลี่ยผ่อนชำระ แต่เมื่อถึงกำหนดงวดชำระเงินกลับไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด ผู้เสียหายได้ทำการสืบทรัพย์และได้พบว่าบริษัทไม่มีหลักทรัพย์ใดจะเพียงพอต่อการชำระหนี้แม้แต่เพียงรายเดียว จึงมีความเห็นว่าเป็นการกระทำเพื่อหลอกลวงให้หลงเชื่อว่าจะมาชำระหนี้คืนให้ แต่มีเจตนาไม่รับผิดชอบ อีกทั้งตัวแทนของบริษัทที่ได้เสนอให้ย้ายสิทธิการซื้อห้องชุดไปโครงการอื่นกลับชี้แจงว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการเดอะพีค ของบริษัท กะตะ บีช แต่อย่างใด

Advertisement

ตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค สำหรับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เป็นธุรกิจควบคุมทั้งแบบแห่งสัญญา และโฆษณาอย่างเคร่งครัด และการขายอสังหาริมทรัพย์ในโครงการจัดสรรที่ไม่สามารถส่งมอบอสังหาริมทรัพย์ได้ตามสัญญา ถือเป็นความผิดบกพร่องของผู้ประกอบการที่ต้องมีความรับผิดชอบโดยตรงต่อผู้บริโภค ประกอบกับหากมีพฤติการณ์เข้าข่ายฉ้อโกง หรืออุบายหลอกลวงฉ้อฉลด้วย ก็จะเข้าข่ายกระทำความผิดอาญาต่อผู้เสียหายเพิ่มอีกด้วย ผู้เสียหายจึงต้องได้รับการชดใช้เยียวยาในความเสียหายไม่เลือกปฏิบัติต่อสัญชาติของผู้บริโภคภายใต้กฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย

การกระทำดังกล่าวของผู้ประกอบการส่งผลร้ายต่อชื่อเสียงของจังหวัดภูเก็ต และประเทศไทยต่อสายตาชาวต่างชาติเป็นอย่างยิ่ง คดีดังกล่าวสำนักงานตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ได้แนะนำการดำเนินคดีแก่ผู้ประกอบการรายดังกล่าวตามเขตอำนาจของตำรวจภูธรกมลา จังหวัดภูเก็ต

หากท่านใดได้รับผลกระทบและเป็นผู้เสียหายจากโครงการดังกล่าวขอให้ท่านได้เข้ามาแจ้งต่อสถานีตำรวจภูธร กมลา เพื่อการขยายผลการดำเนินคดีให้แก่ผู้เสียหายซึ่งคาดว่ามีหลายรายด้วยกัน เพื่อการอำนวยความเป็นธรรมให้แก่ผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์อย่างถูกกฎหมายในจังหวัดภูเก็ตและประเทศไทย ว่าบุคคลจะได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายเสมอภาคกันทุกสัญชาติ อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เสียหายชาวออสเตรเลียรายดังกล่าว ได้ซื้อห้องชุดของโครงการเดอะพีค ในราคาประมาณ 6 ล้านบาท และได้ชำระเงินค่าห้องดังกล่าวไปแล้วกว่า 5 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.อ.สมศักดิ์กล่าวว่า สภ.กมลา ได้รับการประสานจากกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ซึ่งความเสียหายนี้ ปคบ.ได้ดำเนินการในเบื้องต้นไปแล้ว และได้ส่งเรื่องดังกล่าวต่อมายัง สภ.กมลา และในวันนี้ สภ.กมลา ได้รับแจ้งความเรื่องดังกล่าวไว้แล้ว และจะดำเนินการสอบสวนรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป

ในเบื้องต้นนั้นทราบว่า ผู้เสียหายรายดังกล่าวได้ซื้อห้องชุดของบริษัทดังกล่าวไว้ แต่บริษัทเจ้าของโครงการไม่สามารถส่งมอบห้องชุดให้กับผู้เสียหายได้ ผู้เสียหายจึงได้ฟ้องศาลแพ่งเรียกค่าเสียหายที่เกิดขึ้น ศาลได้ตัดสินให้ผู้เสียหายเป็นฝ่ายชนะคดี แต่ก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาจากบริษัทเจ้าของโครงการแต่อย่างใด จึงได้มาแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาฉ้อโกงในวันนี้