ช้างป่าลงทำลายสวนทุเรียนในยะลา เจ้าหน้าที่เร่งช่วยผลักดันออกนอกพื้นที่
เมื่อวันที่ 4 กันยายน เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติบางลางที่ บล.3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติบางลางที่ บล.4 ร่วมกับ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 7 บ้านดอน ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา พร้อมชุด อส.ชุดคุ้มครองตำบลอัยเยอร์เวง หลังรับแจ้งจากชาวบ้านในพื้นที่ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา จึงได้ออกติดตามช้างป่าเพื่อผลักดันออกนอกเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ซึ่งผลจากการเข้าตรวจสอบพบต้นทุเรียนของชาวบ้านเสียหายจำนวน 55 ต้น โดยทุเรียนมีอายุ 10 ปี ซึ่งเป็นสวนของนายจะเอ่อ แซ่เลี้ยง
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติบางลาง ยังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีช้างป่าลงมาในพื้นที่ หมู่ 2 ต.ตาเนาะแมเราะ (ฝั่งอังหมอเหลา) ซึ่งเป็นสวนทุเรียนของเกษตรกรในพื้นที่ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากโดยช้างป่าจะผลักต้นทุเรียนจนล้มลงเพื่อกินทุเรียนทำให้ต้นทุเรียนล้มไปหลายต้น เนื่องจากงวงช้างเกี่ยวทุเรียนไม่ถึง ทำให้ช้างใช้วิธีผลักให้ต้นทุเรียนล้มลง เกษตรกรรายนี้เปิดเผยว่า ปลูกดูแลสวนนี้มากว่าสิบปี พอต้นสวย ใบสวย ช้างป่าลงมาทำลายจนเสียหายซึ่งสร้างความเจ็บปวดหัวใจสุดๆ นํ้าตาตกในกันทั้งบ้าน
ด้านเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติบางลางที่ บล.3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติบางลาง บล.4 ได้ร่วมกันเข้าสำรวจพื้นที่ตามที่เกษตรกรร้องขอความช่วยเหลือในการผลักดันช้างป่าให้ออกนอกพื้นที่สวนผลไม้ของเกษตรกร ส่วนสาเหตุที่ช้างป่าลงมาในสวนของชาวบ้านนั้นเกิดจากทางประเทศเพื่อนบ้านได้มีการสัมปทานป่าทำให้เกิดการตัดถนนผ่านใจกลางป่าทำให้ป่าแยกออกมาเป็น 2 ฝั่ง เส้นทางเดินหาอาหารของช้างป่าก็ยิ่งจำกัดลง ป่ายิ่งเล็กก็ยิ่งแห้ง ขาดทั้งน้ำทั้งอาหาร ช้างอยู่ในถิ่นเดิมไม่ได้ ต้องออกหากินในพื้นที่ไกลออกไปถึงชายป่าหรือออกนอกป่าเข้าเขตชุมชน และเมื่อพบแปลงพืชเกษตรชายป่า ทั้งพืชสวนและพืชไร่ชนิดที่ช้างชอบและมีแหล่งน้ำ ช้างป่าก็จะหากินและหลับนอนอยู่แถบนั้น เพราะมีแหล่งอาหารอุดมสมบูรณ์

