เผยสาเหตุลูกสาวคลั่งติดยาฟันแขนพ่อ อ้างพ่อหาเลี้ยงไม่ได้สมควรตาย
จากกรณี น.ส.ปภัสสร สีจันทร์งาม หรือนุช อายุ 43 ปี ใช้มีดพร้าขอด้ามยาวฟันข้อมือซ้ายนายสกล สีจันทร์งาม อายุ 67 ปี พ่อตัวเองขาด พ่อวิ่งหนีตาย ยังไล่ตามฟันศีรษะ และกลางหลังเป็นแผลฉกรรจ์ลึกถึงปอด ก่อนไปล้มอยู่หน้าร้านของชำ เพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ร้านปิดไม่มีคนอยู่ ซึ่งมีเพื่อนบ้านผ่านมาเห็นได้เข้าช่วยเหลือโทรแจ้งตำรวจ อาสากู้ภัยฯ เข้ามาช่วยเหลือนำตัวและมือที่ขาดส่งรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี พร้อมกับควบคุมตัวลูกสาวที่ป่วยจิตเวชมานานหลายปี พร้อมมีดพร้าขอด้ามยาวไปทำการสอบสวนที่โรงพัก แต่ให้การวกวน และอ้างว่าพ่อทำคุณไสย เรียนวิชาเหล็กไหลใส่ตัวเอง ให้เป็นขี้ข้าทาสรับใช้ เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 630 ม.3 บ.หนองตูม ต.บ้านจั่น อ.เมืองอุดรธานี เมื่อเวลา 14.58 น. วันที่ 3 กันยายนที่ผ่านมา
นางธนกร สีจันทร์งาม ภรรยานายสกล สีจันทร์งาม ผู้บาดเจ็บ เปิดเผยว่า ตนมีลูกสาวและลูกชาย รวม 2 คน คนก่อเหตุเป็นลูกสาวคนโต ติดยาบ้ามาเกือบ 10 ปี เข้ารับการบำบัดรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เมื่อปี 2560 เมื่ออาการดีขึ้นจึงกลับไปอยู่กับสามีที่ จ.หนองบัวลำภู ได้เกือบ 2 ปี ระยะหลังก็มีแต่ทะเลาะทำร้ายกัน ด้วยความเป็นห่วง จึงไปรับลูกสาวกลับมาอยู่บ้านได้ 1 เดือน พาไปรับฉีดยารักษาอาการเมื่อวันอังคารที่แล้ว และรับยามากิน แต่ลูกสาวไม่ยอมกินยา บอกว่าไม่ได้บ้า ใครเป็นบ้าก็เอาไปกิน แถมยังแอบไปซื้อเหล้าขาวมาดื่ม จึงทำให้อาการกำเริบรุนแรงขึ้น หลังมาอยู่ที่บ้านไม่กี่วัน ลูกสาวเริ่มไล่ทำร้ายตนเวลาทำให้ไม่พอใจ มีทั้งจับเอาหัวตนโขกกับพื้นบ้านจนต้องวิ่งหนีออกจากบ้าน และไม่กี่วันก็จะทำร้ายพ่อแต่มีเพื่อนบ้านมาห้ามไว้ทัน กระทั่งมาครั้งนี้ไม่มีคนอยู่บ้านเพราะไปทำงานกันหมด จึงเกิดเรื่องขึ้น ส่วนสามีป่วยเป็นโรคเบาหวานและปอดติดเชื้อจึงลางานออกมาอยู่บ้านได้ประมาณ 1 ปี ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะไปต่อกรกับลูกสาวเลย ส่วนเรื่องที่หาว่าพ่อแม่เรียนวิชาเหล็กไหลคุณไสยเวทมนตร์ดำให้เขาเป็นทาสขี้ข้ารับใช้หรือสวดมนต์ทั้งวันทั้งคืน ทำให้ไม่ได้หลับนอนมา 3-4 วันนั้น ไม่เป็นความจริง
นางธนกรกล่าวต่อว่า ลูกสาวคงคิดไปเองจากอาการป่วยจิตเวช จากการใช้สารเสพติดมานาน ไม่คิดว่าลูกสาวจะอาการหนัก ถึงขั้นใช้มีดขอฟันพ่อ ซึ่งตอนเช้าก่อนเกิดเหตุลูกสาวพูดกับตนว่า แม่ยังไม่สมควรตายเพราะยังทำงานหาเลี้ยงได้ แต่พ่อนั้นสมควรตายได้แล้ว เพราะทำงานหาเลี้ยงครอบครัวไม่ได้ ตกบ่ายวันเดียวกันลูกสาวจึงก่อเหตุขึ้นจริงๆ ส่วนข้อมือที่ขาด หมอบอกว่าไม่สามารถต่อกลับคืนได้ เนื่องจากสามีเป็นโรคเบาหวาน และปอดติดเชื้อ เกรงว่าจะได้รับอันตรายจากการติดเชื้อในกระแสเลือด และอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ก็ต้องรอดูอาการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสามีอายุมาก และมีโรคประจำตัวด้วย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามยาเสพติดให้หมดไปเสียที จับคนบ้ายาไปอยู่ในที่เหมาะสม หรือทำที่ให้เขาอยู่ เพื่อคนในครอบครัวและสังคมจะไม่ได้รับอันตรายจากคนพวกนี้ และเห็นเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้วในตอนนี้ ที่ลูกสาวตนเป็นแบบนี้ ก็เพราะยาเสพติด ส่วนลูกสาวก็ให้รับโทษไปตามกรรมที่ก่อกับพ่อเอาไว้ ให้เขาไปรักษาอาการอยู่ในคุกจนหาย และกลับออกมาเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
ด้าน พ.ต.อ.พัฒนวงศ์ จันทร์พล ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุได้ควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวน แต่ยังให้การวกวนไม่ค่อยรู้เรื่อง จากอาการป่วยจิตเวชที่ใช้สารเสพติดมานานนับ 10 ปี และไม่กินยารักษาต่อเนื่องแถมยังไปแอบกินเหล้า จึงทำให้ไปกระตุ้นอาการให้มีความรุนแรง ผลตรวจปัสสาวะไม่พบสารเสพติด ขณะนี้ยังอยู่ในห้องควบคุม สภ.เมืองอุดรธานี ในเบื้องต้นทางเราจะส่งตัวไปให้แพทย์ตรวจสอบรักษาอาการ เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว จะนำตัวมาสอบสวนปากคำ ก่อนดำเนินการนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดอุดรธานี ในข้อหาพยายามฆ่าบุพการี ต่อไป

