ปภ.ภูเก็ต บูรณาการหน่วยงาน กางแผนป้องกันเหตุดินโคลนถล่ม
เมื่อวันที่ 4 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ภูเก็ต นายโสภณ ทองไสย หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จากการเกิดอุทกภัยและดินโคลนถล่มในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
- วันที่ 30 มิถุนายน 67 น้ำท่วมขังรอระบายในพื้นที่ อ.ถลางและ อ.กะทู้
- วันที่ 23 สิงหาคม 67 น้ำท่วมขังรอระบายในพื้นที่ ต.ฉลอง ต.ราไวย์ ต.กะรน และดินโคลนถล่มในพื้นที่ ต.กะรน มีผู้เสียชีวิต 13 รายบาดเจ็บ 19 ราย บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 170 หลัง ราษฎรที่ได้รับผลกระทบรวม 2 อำเภอ (อ.กะทู้ และ อ.ถลาง) 7 ตำบล 44 หมู่บ้าน 4 ชุมชน 2,059 ครัวเรือน 6,202 คน
- วันที่ 28 สิงหาคม 67 ดินสไลด์ หมู่บ้านเทพบุรี บ้านกู้กู หมู่ที่ 3 ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ราษฎรที่ได้รับผลกระทบ รวม 1 อำเภอ 1 ตำบล 1 หมู่บ้าน 11 ครัวเรือน จำนวน 50 คน

วันนี้ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ประชุมเชิงปฏิบัติการคณะทำงานติดตามเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยวาตภัยและดินโคลนถล่มจังหวัดภูเก็ตปี 2567 โดยให้บูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดินโคลนถล่ม เพื่อให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยของประชาชน โดยดำเนินจัดทำแผนแม่บทในการบริหารจัดการพื้นที่เสี่ยงภัย เร่งนำข้อมูลแผนที่เสี่ยงภัยดินโคลนถล่มระดับชุมชน ไปทำความเข้าใจแก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยง และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการเตรียมความพร้อมในการรับมือทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเกิดธรณีพิบัติภัย

เร่งการออกแบบทั้งระบบการป้องกัน เฝ้าระวัง และเตือนภัย โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงของจังหวัดภูเก็ตให้เกิดผลเป็นรูปธรรม โดยใช้เทคโนโลยี นวัตกรรมที่ทันสมัย ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพถ่ายดาวเทียม และข้อมูลอื่น ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์ที่ดินโดยเฉพาะการก่อสร้างสาธารณูปโภค และการก่อสร้างอาคาร

ทำการสำรวจและตั้งสถานีวัดการเคลื่อนตัวของมวลดิน พร้อมอุปกรณ์ เครื่องมือในการเฝ้าระวังเพื่อแจ้งเตือนภัยแผ่นดินถล่ม และน้ำป่าไหลหลากให้ครอบคลุมในพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดภูเก็ตซึ่งจะมีประสิทธิภาพแจ้งเตือนภัยได้ก่อนเกิดเหตุ 1 ชั่วโมง และให้กรมทรัพยากรธรณี ดำเนินการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนสถานการณ์ภัยพิบัติจากปัญหาน้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ผ่านระบบเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่สะดวก และรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ เพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ จังหวัดภูเก็ตวางแผนการปลูกพืชคลุมดิน โดยต้นไม้ที่จะวางแผนการปลูกประกอบด้วยต้นไทร กระถินยักษ์ ซึ่งเป็นต้นไม้ที่สามารถเติบโตได้เร็วและขยายพันธุ์ได้เร็ว ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตได้ประสานกรมป่าไม้เพื่อหาเมล็ดพันธุ์ซึ่งเมื่อได้เมล็ดพันธุ์แล้วจะนำขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อโปรยลงมาปลูกในพื้นที่เป้าหมาย
และ จังหวัดภูเก็ต ยังได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนจัดทำฝายชะลอน้ำ โดยให้วิศวกรทำการออกแบบเพื่อให้เป็นฝายที่มีประสิทธิภาพในการที่จะชะลอน้ำในช่วงฤดูฝนด้วย
ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารการพยากรณ์อากาศ จากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก อย่างใกล้ชิด

