กรรมการหญิง เผยทำงานในโครงการมา 16 ปี เข้าใจ LGBTQ ยืนยันไม่ปิดกั้น แถลงขอโทษผู้เข้าประกวด แจงมีเวลาน้อย ไม่ทันได้อธิบายกติกา จากนี้ไม่ขอเป็นกรรมการอีก
เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 8 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี กรรมการหญิงรายหนึ่ง คอมเมนต์ผู้เข้าประกวดไอดอล ซึ่งเป็นกลุ่ม LGBTQIA+ จากเวทีการประกวดไอดอลเวทีหนึ่ง ในจังหวัดพิษณุโลก ด้วยคำพูดว่า “เสื้อผ้าหน้าผม ณ วันนี้ ทั้งสุภาพสตรี ทั้งสุภาพบุรุษผ่านหมด ยกเว้นอยู่ท่านหนึ่งที่ยังไม่ให้ผ่านนะคะ อันนี้น่าจะรู้ตัว ผู้ชายคือผู้ชายค่ะ ณ วันนี้นะคะ ของ (ชื่อเวทีประกวด) ผู้หญิงคือผู้หญิงค่ะ (ชื่อเวทีประกวด) ยังไม่เปิดนะคะ ยังไม่ Open ขนาดนั้น” เหตุเกิดวันที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา จนเกิดกระแสวิจารณ์กว้างขวางถึงการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม ไม่เปิดกว้างเรื่องเพศ แม้ว่าโลกจะไปไกลแค่ไหนก็ตาม
ผู้สื่อข่าวติดต่อไปที่ คุณครูคิม ที่พานักเรียนร่วมประกวด ได้รับการเปิดเผยว่า ณ ตอนนั้นที่โพสต์คือเรื่องของความรู้สึก รู้สึกผิด เหมือนกับนำเด็กไปเจอเรื่องแย่ๆ ไปเจอคำพูดแย่ๆ รู้สึกไม่โอเค ณ ตอนนั้น จึงลงคลิปสั้นๆ ไป ทำให้โลกโซเชียลมาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก

คุณครูคิมระบุว่า เมื่อคืนนี้ (22.00 น. วันที่ 7 ก.ย.) คณะกรรมการที่พูดในคลิป พร้อมด้วยคณะของทูบีนัมเบอร์วัน ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) พิษณุโลก จำนวน 2 รถตู้ ได้เดินทางมาหาตนกับ น้องแมน (ผู้เข้าประกวด) เพื่อมาขอโทษและอธิบายกับคำพูดที่อาจทำให้เข้าใจผิด หรืออาจทำให้น้องรู้สึกไม่ดี ซึ่งตนและน้องแมนเองไม่ได้ติดใจอะไร สภาพจิตใจของน้องแมนเองก็เป็นคนคิดบวกอยู่แล้ว ทั้งตนและน้องแมนก็ไม่ได้ตั้งใจที่จะไปเพื่อน้องต้องชนะอยู่แล้ว น้องแค่อยากไปเพื่อแสดงความสามารถเพียงเท่านั้น ไม่ได้หวังรางวัลอะไร เพียงแต่ติดใจเรื่องคำพูดของคณะกรรมการท่านนั้นเพียงอย่างเดียวเลย
ล่าสุด ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก นายแพทย์ไกรสุข เพชระบูรณิน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) พิษณุโลก พร้อมด้วย ดร.กอบภณ แสงสมบัติ ศึกษาธิการจังกวัดพิษณุโลก และ นางณัฐธภา นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการพิเศษ สำนักงานเขตสุขภาพที่ 2 ซึ่งเป็นกรรมการคนดังกล่าว ตั้งโต๊ะแถลงข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นางณัฐธภา ในฐานะคณะกรรมการตัดสินการประกวดทูบีนัมเบอร์วัน กล่าวว่า เนื่องจากกระแสดราม่าที่เกิดขึ้นในเรื่องการตัดสินโครงการทูบีนัมเบอร์วันไอดอลเมื่อวานนี้ เป็นกระแสที่แพร่หลายออกไป เนื่องจากตนใช้คำพูดไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม จนทำให้เกิดความไม่พอใจ ไม่สบายใจในคำพูดที่เกิดขึ้น เสียใจเป็นอย่างมาก อยากจะขอโทษไม่ว่าจะเป็นน้องๆ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงโครงการทูบีนัมเบอร์วันด้วย ที่ตนมีส่วนทำให้เกิดผลกระทบอย่างแรง ทำให้มีกระแสออกไปอย่างเป็นวงกว้าง

นางณัฐธภากล่าวว่า ความจริงแล้วไม่มีเจตนาที่จะทำเช่นนั้น อธิบายว่าเรามีเกณฑ์การตัดสินแบบนั้น ซึ่งเป็นประเภทชายและเป็นประเภทหญิง เราไม่ปิดกั้นให้ใคร ให้สภาพไหน หรือกลุ่มไหน เข้ามาประกวดได้หมด เราไม่ปิดกั้น แต่ผลการตัดสินต้องเป็นไปตามกติกา กติกาคือชายและหญิง ผลออกมาคือจะต้องเป็นประเภทชาย ประเภทหญิงเท่านั้น อีกทั้งเวลาในการชี้แจงของคณะกรรมการมันสั้น มันน้อยมาก เราไม่มีเวลามาอธิบายให้เข้าใจว่าเป็นอะไร ยังไง หลังจากประกวดเสร็จ น้องก็กลับเลย จนมาเกิดกระแสดังกล่าว
“เมื่อคืนนี้หลังจากประชุมกันก็ได้รับความกรุณาจากศึกษาธิการ เดินทางไปหาน้องแล้วและครูที่โรงเรียน ในพื้นที่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อทำการขอโทษ ทำความเข้าใจในคำพูดที่กรรมการได้พูดออกไป ซึ่งขอนำเรียนว่าในส่วนของการดำเนินการของกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นเพศทางเลือกก็ตาม การดำเนินการกิจกรรมอย่างที่นายแพทย์ สสจ.นำเรียนไปนั้น ทุกกิจกรรมเราจะมีน้องๆ เหล่านี้เป็นพลัง แต่เกณฑ์การประกวดในเรื่องของไอดอลเป็นแบบนั้น เราก็ต้องยึดกติกามารยาทในเรื่องของการประกวด
จริงๆ เรามีการประกวดในกลุ่มที่ open อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเราก็มีความรู้สึกว่าเราไม่ได้ปิดกั้น ส่วนตัวทำงานกับทูบีนัมเบอร์วันมา 16 ปี รู้ดีว่ามีน้องๆ ที่หลากหลายในเพศสภาพเหล่านี้อยู่ ไม่ได้ปิดกั้นอยู่แล้ว วันนั้นเราสื่อสารไปแล้วรู้สึกไม่ดี ต้องขอโทษกับสังคมด้วย จากนี้จะระมัดระวังในการใช้คำพูด ไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก จะทำให้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุดในโอกาสต่อไป” นางณัฐธภากล่าว

ด้าน ดร.กอบภณกล่าวว่า ในนาม ศธจ.พิษณุโลก ขอแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สถิติที่ผ่านมาของจังหวัดพิษณุโลกเราได้รับความไว้วางใจจากลูกหลานของเราเข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มขึ้นทุกปี ดังนั้น จึงเป็นตัวชี้วัดหนึ่งได้ว่ามีความกระตือรือร้นจากพวกเราที่จะเข้ามาร่วมกิจกรรม เป็นกิจกรรมที่สามารถพัฒนาให้กับบุตรหลานพวกเราเป็นเยาวชนเป็นต้นแบบ เป็นคนเก่ง คนดี ซึ่งพวกเราช่วยกันทุกภาคส่วนที่เกิดขึ้น
ดร.กอบภณกล่าวต่อว่า โครงการดังกล่าว ศธจ.พิษณุโลก มีส่วนร่วมรับผิดชอบ สิ่งที่พวกเราเน้นย้ำคืออยากจะให้นักเรียนเข้ามามีส่วนร่วมเพิ่มมากขึ้น หวังให้เด็กเป็นต้นแบบคนดี คนเก่งในสังคมได้ ขณะเดียวกัน ได้คัดเลือกกรรมการที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ เข้าร่วมการตัดสิน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นการสื่อสารคลาดเคลื่อน อาจมีบางคำพูดที่ไปกระทบกระเทือนจิตใจเด็กๆ หรือครูอาจารย์ที่นำเด็กๆ เข้ามาประกวด ต้องขอแสดงความเสียใจอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเสร็จสิ้นงานแถลงข่าว นางณัฐธภาได้อัดคลิปขอโทษน้องแมน ครู สังคม และหน่วยงานที่เกิดขึ้นอีกครั้ง และเพื่อแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นางณัฐธภาจะไม่ขอรับคำเชิญในการเป็นคณะกรรมการตัดสินการประกวดทูบีนัมเบอร์วันในครั้งต่อๆ ไปอีก

