อุ้มพี่สาวลูกหนี้ ขึ้นกระบะ เรียกค่าไถ่ชดใช้ หนี้ 2 แสน ตำรวจเร่งวางแผนช่วยเหลือตัวประกัน
จากกรณี นางศศิธร อายุ 54 ปี ถูกกลุ่มคนร้าย 4 คน ฉุดขึ้นรถกระบะจากหน้าบ้านพักตัวเองต่อหน้าลูกหลาน 3 คนที่อยู่ในที่เกิดเหตุ เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 8 กันยายน 2567 ในพื้นที่ อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เบื้องต้นญาติของผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.ไชยวาน และอยู่ระหว่างการสืบสวนให้การช่วยเหลือ ทราบว่าเป็นการอุ้มไปทวงหนี้และต่อรองเรียกค่าไถ่ให้ชดใช้เงิน 170,000 บาท แล้วจะปล่อยตัวไป
ล่าสุดเวลา 09.00 น.วันที่ 9 กันยายน ที่ห้องประชุม สภ.ไชยวาน พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผกก.สภ.ไชยวาน ได้เชิญญาติพี่น้องฝ่ายเจ้าหนี้และลูกหนี้ร่วมให้ข้อมูลในเรื่องที่เกิดขึ้น
เบื้องต้นทราบว่า น.ส.ชบาทิพย์ฯ และนายพิชิต พรานสมบูรณ์ อายุ 48 ปี สามี ได้ไปยืมเงินนางบุด จำนวน 2 แสนบาท เมื่อเกือบ 10 ปี ก่อน แต่ยังชดใช้คืนไม่หมด จึงยกหนี้ก้อนนี้ให้ลูกสาวและลูกเขยไปติดตามหนี้ กระทั่งลูกเขยและลูกสาวของนางบุด มาก่อเหตุลักพาตัวแล้วเรียกค่าไถ่เกิดขึ้น แต่คนที่ลักพาตัวไปเป็น น.ส.ติ๋ม พี่สาวของ น.ส.ชบาทิพย์ฯ ลูกหนี้
โดยระหว่างนี้ น.ส.ติ๋ม ได้โทรศัพท์ติดต่ออยู่ตลอด เรียกเงิน 170,000 บาท มีการต่อรองจ่ายก่อน 30,000 บาท แล้วจะปล่อยตัว ล่าสุดมีการต่อรองว่า ให้เอารถกระบะของนางแดง ไปจอดไว้ที่บ้านของนางบุด แล้วจะถูกปล่อยตัว

ผกก.สภ.ไชยวาน เปิดเผยอีกว่า จากการตรวจสอบกลุ่มผู้ก่อเหตุชื่อนายบรรพต ฤทธิ์มหา หรือเสี่ยโก่ย และ น.ส.จิรัตติยาฯ ลูกเขยและลูกสาวนางบุด ส่วนชายอีก 2 คน เป็นรุ่นน้องของเสี่ยโก่ย ยังไม่ทราบชื่อ เบื้องต้นได้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามกลุ่มคนดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างการต่อรองให้ปล่อยตัว น.ส.ติ๋ม ทราบว่า น.ส.ติ๋ม ถูกลักพาตัวไปอยู่ในพื้นที่ อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าข่ายเป็นการทวงหนี้โดยการกักขังหน่วงเหนี่ยว เรียกค่าไถ่ ส่วนเรื่องหนี้สินการกู้ยืมก็ต้องว่ากันอีกเรื่องหนึ่ง
ด้านนางแดง เล่าว่า ตอนแรกที่เขาเอาตัวลูกสาวไป ช่วงบ่ายเขาบอกให้หาเงินโอนมาให้ 170,000 บาท แม่ก็บอกว่าไม่มี แม่จะหาเงินมาจากไหน ผัดผ่อนได้หรือไม่ แล้วก็ตัดสายไป เขาก็โทรมาอีก บอกให้ไปหากู้หายืมมา ตนก็บอกมันเร็วไปจะไปหามาจากไหน จนช่วงค่ำเขาก็โทรมาอีก บอกว่าให้จ่ายมาก่อน 3 หมื่นบาท แล้วจะปล่อยตัว ตนก็ยังไม่ได้รับปาก จนเช้าตำรวจเชิญมาที่โรงพัก ระหว่างพูดคุย ล่าสุดเขาต่อรองให้แม่เอารถกระบะ 4 ประตูของแม่ไปจอดที่บ้านนางแดงแล้วจะปล่อยตัว
“หนี้ก้อนนี้ น.ส.ชบาทิพย์ฯ น้องสาว น.ส.ติ๋ม ไปยืมเงินเขามา 200,000 บาท รู้แค่ว่าเอามาใช้หนี้สหกรณ์ ส่วนอื่นตนไม่รู้อะไรมากไปกว่านี้ แต่ทำไมถึงต้องมาลักพาตัวกันไปแบบนี้ ตนเป็นห่วงลูกสาว ถึงแม้จะรู้ว่ายังปลอดภัยดี อยากให้เขาปล่อยตัวลูกสาวตนมา เรื่องหนี้สินที่เกิดขึ้นก็ค่อยว่ากันไปทีละส่วน ยินดีหาเงินชดใช้ให้”นางแดงกล่าว
ขณะที่นางพันงา ภาคผิง หรือบุด เจ้าหนี้ เล่าว่า ตนมีอาชีพเป็นนายหน้าขายที่ดิน เมื่อเกือบ 10 ปีก่อน ได้ค่านายหน้ามา 1.5 ล้าน และปล่อยกู้ยืมเงิน ตนก็มาปล่อยให้ นายพิชิต พรานสมบูรณ์ ที่รู้จักกันตอนค้าขายอ้อย เมื่อตนไปทวงถามก็ได้มาเพียงครั้งละ 500 ครั้งละ 1,000 บาท เท่านั้น พวกเขาเหนียวหนี้ตนก็ปล่อยไปเวรตามกรรม และก่อนหน้านี้ลูกสาวและลูกเขยมาบอกว่าไม่มีเงิน ต้องการใช้เงิน ตนก็บอกให้ไปทวงถามลูกหนี้เจ้านี้เอาเอง เพราะตนก็ไม่มีเงิน เรื่องที่จับตัวกันไป ตนก็ยอมรับว่าทำเกินกว่าเหตุ อยากคืนลูกเขาไป เรื่องหนี้สินก็มาว่ากันอีกที
เบื้องต้นตำรวจได้พาญาติของ น.ส.ติ๋ม ขับรถกระบะของนางแดง ผู้เป็นแม่ ไปจอดไว้ที่บ้านของนางบุด เจ้าหนี้ ที่ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งจะได้วางกำลังไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อเข้าควบคุมตัวกลุ่มคนดังกล่าว และช่วยเหลือ น.ส.ติ๋ม ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่ากลุ่มคนที่จับตัว น.ส.ติ๋ม จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร ต้องรอการติดต่อกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

