หนุ่มติดยาคลั่ง คว้าปืนยิงหลายนัด ตร.เกลี้ยกล่อม ไม่เป็นผล ยิงแก๊สน้ำตา บุกรวบตัวคาห้องน้ำ
เมื่อเวลา 19:00 น. วันที่ 9 กันยายน ตำรวจกว่า 30 นาย เข้าวางกำลังปิดล้อมบ้าน ไม่มีเลขที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังได้รับแจ้งว่าชายที่อาศัยบ้านดังกล่าว ทราบชื่อต่อมาคือนายสายชล (สงวนนามสกุล) อายุ 38 ปี ได้ใช้อาวุธปืนยิงสุ่มออกมาจากในบ้านจำนวนหลายนัด ชาวบ้านที่อยู่ละแวกใกล้เคียงเกรงว่าอาจจะเกิดเหตุร้าย
โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังปิดล้อมบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว ตั้งอยู่ริมถนนภายในหมู่บ้านหนองยาว หมู่ 4 ต.ไร่ใหม่พัฒนาอ.ชะอำ พื้นที่ด้านหลังบ้านเป็นไร่อ้อย บ้านหลังดังกล่าวปิดไฟมืด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียก อยู่นานกว่า 1 ชั่วโมง ไม่มีเสียงตอบรับ จึงใช้ แก๊สน้ำตา โยนเข้าไปในตัวบ้านจำนวน 5-6 ลูก ปรากฏมีเสียงปืนดังโต้ตอบออกมาเป็นระยะ กระทั่งฟ้ามืดไม่มีแสงสว่าง ส่งผลให้เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างมาก จึงได้ประสานขอสนับสนุนรถอุปกรณ์ส่องสว่างเข้าร่วมในปฏิบัติการ


จากนั้นจึงจัดชุดจู่โจมถือโล่กันกระสุน อาวุธปืนยาวกระสุนยาง ไม้ค้ำ และปืนพกประจำกาย นำกำลังทุบทำลายประตูบ้านและหน้าต่าง บุกเข้าไปจับกุมตัว นายสายชลฯ ผู้ก่อเหตุ ตรวจค้นพบแอบหลบซ่อนตัวอยู่ภายในห้องน้ำ พร้อมด้วยอาวุธปืนยาว ไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และอาวุธปืนสั้นขนาด 11 มม.อีก 1 กระบอก จึงได้ตรวจยึดและควบคุมตัวนายสายชล ผู้ก่อเหตุ ไปทำการสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.ชะอำ
สอบถาม นางมี (นามสมมุติ) อายุประมาณ 70 ปี แม่ของผู้ก่อเหตุ เล่าว่า นายสายชล ลูกของตนมีประวัติเสพยาบ้า และเริ่มคุ้มคลั่งไม่มีสติและควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กระทั่งวันนี้ได้อาละวาด ใช้อาวุธปืนยิงออกมานอกบ้านจำนวนหลายนัดกระทั่งถูกตำรวจบุกจับดังกล่าว
ด้าน นายจุมพล แตงพลับ อายุ 40 ปี ลูกพี่ลูกน้อง นายสายชลเปิดเผยว่า นายสายชล มีพฤติกรรมติดยาเสพติดมาประมาณ 1 ปี เคยเข้ารับการบำบัดแต่ก็หลบหนีออกมา ปกติแล้วนายสายชล ไม่เคยมีปัญหาทะเบาะกับใคร ไม่เคยมีพฤติกรรมคุ้มคลั่ง หรือก่อเหตุในลักษณะดังกล่าวมาก่อนครั้งนี้เป็นครั้งแรก ส่วนอาวุธปืนนั้นเป็นของ นายสายชลเองทราบว่าซื้อไว้หลายปีแล่วตั้งแต่เมื่อครั้งทำงานเป็นช่างที่บริษัทแห่งหนึ่ง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวนายสายชล ดำเนินคดีฐานยิงปืนโดยไม่มีเหตุอันควร และจะทำการตรวจสอบ อาวุธปืนทั้ง 2 กระบอกว่าได้รับอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่ และดำเนินคดีต่อไป

