หน้าแรก ภูมิภาค ทนายดัง ผู้สม...

ทนายดัง ผู้สมัครส.ส.พรรคใหญ่ หลอกเงินยายวัย 72 อ้างค่าดำเนินการไถ่ที่ดิน แต่บ้านโดนยึด

10.09.24 | 15:38 น.

ยายวัย 72 ชาว อ.ด่านขุนทด นครราชสีมา เดินทางมาแจ้งความเอาผิดทนายความชื่อดังอดีตผู้สมัคร ส.ส.หลังหลอกเอาเงินยายไปกว่า 1.5 แสนบาท ว่าจะไปเดินเรื่องไถ่ที่ดินจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ แต่บ้านกลับโดนยึด สุดท้ายมารู้ไม่เคยไปทำงานให้ รู้ตัวโอนเงินคืนให้แต่ไม่หมด ทนายอาสาพาแจ้งความเอาผิดเพราะความผิดสำเร็จแล้ว จ่อร้องสอบจริยธรรม

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2567 นายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความอาสาจังหวัดสกลนคร ได้พา นางสุข พรหมศรีเจริญ อายุ 72 ปี และนายน้อย พรหมศรีเจริญ อายุ 72 ปี สองสามีภรรยา ชาว จ.นครราชสีมา ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.ท.อภิญญา ภัณฑะประทีป สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ อ.เมืองบุรีรัมย์ จ.บุรีรัมย์ กล่าวหาทนายชื่อดังท่านหนึ่ง เคยลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) พรรคการเมืองใหญ่พรรคหนึ่ง ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ว่าหลอกลวง และฉ้อโกงเงินไปจำนวน 150,000 บาท

นางสุขเล่าว่า บ้านพร้อมที่ดินของตนเนื้อที่ 1 งาน 89 ตารางวา อยู่ที่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ถูกธนาคารยึดไป หลังจากนั้นบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท ได้ประมูลมาจากสำนักงานบังคับคดี อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา แล้วนำทรัพย์ไปประกาศขายในราคา 795,000 บาท

ต่อมาลูกสาวได้เห็นทนายคนดังกล่าวใน TikTok ว่าเป็นทนายช่วยเหลือประชาชน จึงประสานไปหาทนาย เบื้องต้นทนายคิดค่าดำเนินการจำนวนเงิน 50,000 บาทเป็นค่าวิชาชีพ ตนก็โอนไปให้ครบจำนวน

หลังจากทนายได้รับเงินไป ทนายได้เดินทางไปหาที่บ้านที่จังหวัดนครราชสีมา เพื่อขอรายละเอียดของคดี ต่อมาทนายได้เรียกเงินอีก 100,000 บาทเป็นค่ามัดจำบ้านที่ดินจากบริษัท ลูกสาวก็หามาให้ตนก่อนจะโอนต่อให้ทนายจนครบจำนวน ไม่นานทนายติดต่อมาอีกว่า ต้องใช้อีก 25,000 บาท คราวนี้ครอบครัวได้มาปรึกษากันว่า “จะโดนหลอกหรือไม่” ลูกสาวจึงติดต่อกับทนายสมเกียรติ ในทาง TikTok เพื่อขอคำแนะนำ คราวนี้ทนายสมเกียรติออกมาช่วยเหลือเป็นอย่างดีโดยไม่คิดเงิน

Advertisement

จนกระทั่งมารู้จากทนายสมเกียรติว่า ยังไม่มีใครมาติดต่อกับบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท เกี่ยวกับบ้านและที่ดินดังกล่าวแม้แต่ครั้งเดียว สุดท้ายทนายที่บุรีรัมย์ น่าจะพอรู้ตัว โอนเงินกลับคืนมาให้ 100,000 บาท และ 10,000 บาท ยังขาดอีก 40,000 บาท แต่ไม่ยอมคืนให้ ก่อนทนายจะพามาแจ้งความดังกล่าว

ด้านนายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายอาสาจังหวัดสกลนคร กล่าวว่า ทนายคนดังกล่าวตนไม่เคยรู้จักเขามาก่อน มารู้ตอนพายายมาแจ้งความว่าเขาเป็นคนมีชื่อเสียงโด่งดังในจังหวัดบุรีรัมย์ เคยคุยกันทางโทรศัพท์ 1-2 ครั้งว่าขอร้องเขา ว่าเราเป็นทนายเรามีจริยธรรม เรามีวิชาชีพ ถ้าเราไม่ได้ทำงานให้เขาควรจะคืนเขาไปซะ แต่ไม่ได้รับการติดต่อกลับมา ได้แต่ครับ ครับ ครับ แล้วหายไปเลย

จนลูกสาวของยายที่ทำงานอยู่ต่างประเทศ ขอร้องให้ทนายคืนเงินให้ สุดท้ายโอนเงินส่วนที่เหลือจากค่าวิชาชีพมาให้ 10,000 บาทจากที่เรียกไป 50,000 บาท เงินจำนวนนี้เขาอ้างว่ามีทีมงานไปติดต่อกับบริษัท แต่ไม่เป็นความจริง ผมเดินทางไปติดต่อที่บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท และพอพบเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเคสนี้ ได้รับแจ้งว่า “ไม่เคยมีใครมาติดต่อกับบริษัทเลย” อย่างนี้เรียกว่าเข้าข่ายฉ้อโกง หลอกลวง โดยเฉพาะถ้าเป็นทนายความแล้วไปกระทำแบบนี้จะได้รับโทษมากกว่าปกติ เพราะไปใช้ความรู้ที่มีอยู่ไปทำแบบนี้ไม่ได้