รวบชายเพี้ยน! บุกบ้านสาว ขอเบอร์โทรฯ กลางดึก รับสารภาพหลังก่อเหตุเสพยาบ้าอีก 1 เม็ด
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 11 กันยายน ร.ต.อ.จำลอง ทองเฟื่อง รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้นำกำลังออกตรวจในเขตพื้นที่รับผิดชอบและได้รับแจ้งจาก ศูนย์วิทยุร่มโพธิ์ทอง มีผู้เสียหายเป็นผู้หญิง พบคนร้ายผู้ชาย พยายามบุกเข้าไปในบ้านพักอาศัยช่วงกลางดึกของวันที่ 10 กันยายน จึงแจ้งตำรวจมาจับกุม แต่คนร้ายหลบหนีไปก่อน และได้แจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองอุดรธานีแล้ว โดยในวันนี้ (11 กันยายน) ได้พบคนร้ายเดินเข้าไปในชุมชนผาสุก เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงนำกำลังไปตรวจสอบ
นางฟาริดา มณีกุล อายุ 44 ปี ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อเวลาประมาณ 02.30 น. วันที่ 10 กันยายน ขณะที่กินข้าวอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงคนพูดอยู่ข้างบ้าน จึงเปิดหน้าต่างออกมา ก็พบผู้ชายศีรษะโล้น สวมเสื้อยืดสีเขียว นั่งอยู่แคร่ไม้ข้างบ้าน ตนตกใจจึงปิดหน้าต่างและปิดไฟ โทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ขณะรอตำรวจได้ถือท่อนไม้ออกไป ผู้ชายที่บุกรุกเลยวิ่งหนี ตนจำคนร้ายได้เพราะผู้ชายคนนี้จะเดินอยู่แถวที่อยู่อาศัย ตนคิดว่าเป็นคนสติไม่ดีจึงไม่ได้สนใจ โดยสมัยที่อยู่ต่างประเทศ ญาติบอกว่าผู้ชายคนนี้เข้ามาแก้ผ้าอาบน้ำที่ก๊อกน้ำหน้าบ้านถึง 2 ครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็อ้างว่าจะมาขอเบอร์โทรศัพท์คนชื่อดาว ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนกับตน พอตำรวจมาผู้ชายคนนี้ก็หนีไปแล้ว และเช้าวันนี้ตนมาพบเดินอยู่ในชุมชนผาสุก จึงได้แจ้งตำรวจจับ

ตำรวจได้ออกตามหา โดยขอความร่วมมือกับชาวบ้านว่า ถ้าพบชายลักษณะดังกล่าวให้แจ้งตำรวจ กระทั่งมาพบชายทราบชื่อภายหลังว่านายรุจ สวมเสื้อยืดสีเขียว กางเกงขาสั้น รองเท้าแตะ ศีรษะโล้น เนื้อตัวมอมแมม คล้ายคนเมาสุรา หรือคนสติไม่ดี เดินอยู่ในชุมชนผาสุก นางฟาริดาจึงชี้ตัวยืนยันว่าเป็นผู้ชายที่บุกเข้าไปในบ้านเมื่อคืนนี้ ตำรวจได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวขึ้นรถไปสอบสวนที่โรงพัก

นางอ้อย อายุ 50 ปี ชาวบ้าน เล่าว่า ชายคนดังกล่าวชื่อนายรุจ บ้านอยู่ในชุมชนผาสุก มีลักษณะคล้ายกับคนสติไม่ดี ไม่ชอบสวมใส่กางเกง ชอบถอดกางเกงเดินโชว์ของลับ ชอบยุ่งวุ่นวายกับเด็กผู้หญิง ตนและชาวบ้านกลัวว่านายรุจจะทำอนาจารหรือข่มขืนเด็กผู้หญิงในชุมชน จึงอยากให้ตำรวจจับตัวไปเลย
ส่วนนายรุจ ผู้ก่อเหตุ อายุ 50 ปี อ้างว่า เข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวเพราะต้องการไปขอเบอร์โทรศัพท์พี่สะใภ้ชื่อดาว ซึ่งทำงานอยู่ชลบุรี และยังอ้างว่ารู้จักกับเจ้าของบ้าน ซึ่งในวันนี้เสพยาบ้า 1 เม็ด ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “เสพสุรา หรือของเมาอย่างอื่น จนเป็นเหตุให้เมาครองสติไม่อยู่ ประพฤติตนวุ่นวาย” เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

