รวบแล้ว 2 คนร้าย ชายวัย 41 และ หญิง 16 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองในห้างดัง ตำรวจนำตัวทำแผน
จากกรณีที่มีคนร้าย 2 เข้าชิงทรัพย์ร้านทองในห้างดังเมืองระนอง เมื่อช่วงเช้าวันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา และได้สร้อยคอทองคำไปไม่ต่ำกว่า 60 บาท ต่อวันศุกร์ที่ 13 กันยายน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการแกะรอยคนร้ายจนสามารถจับกุมนายวีระวุธ หรือ เหน่ง อายุ 41 ปี และ นางสาวเนย (นามสมมุติ) เยาวชนอายุ 16 ปี นั้น
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 14 กันยายน พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ได้นำตัวนายวีระวุธมาทำแผนประกอบการรับสารภาพ พร้อมด้วยตัวแสดงแทนนางสาวเนย ที่ร้านทองในห้างดังที่เกิดเหตุ โดยมีนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ร่วมดูแลการทำแผน โดยมีการคุ้มกันพื้นที่จากเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองอย่างเข้มข้น มีพนักงานของห้างและร้านค้าในห้างให้ความสนใจดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก
หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวนายวีระวุธไปชี้จุดที่ลานจอดรถจักรยานยนต์ของห้าง โดยรับสารภาพว่าได้ขับเข้ามาจอดก่อนไปลงมือชิงทรัพย์ แล้วกลับมาขับรถย้อนออกไปในทางเข้า ซึ่งรถคันที่ก่อเหตุเป็นรถที่ซื้อมาจากร้านขายของเก่าที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีในราคา 1,500 บาท แล้วนำมาซ่อมเพื่อใช้งาน ส่วนปืนที่ใช้ก่อเหตุ เป็นปืนพลาสติกที่ให้นางสาวเนยซื้อมาให้ลูกสาวเล่น ในราคา 25 บาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวีระวุธไปชี้จุดที่ทิ้งรถจักรยานยนต์บริเวณซอยข้างภูเขาหญ้า ตำบลหงาว ซึ่งจุดนี้นายวีระวุธรับสารภาพว่าได้มีการถอดเสื้อและกางเกงตัวนอกออก รวมถึงถุงมือและปืนพลาสติกใส่กระเป๋าผ้าทิ้งไว้บริเวณริมป่าใกล้กัน และได้นั่งนับสร้อยทองที่จุดนี้ ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถสองแถวที่ถนนเพชรเกษมกลับบ้านพักที่ตำบลราชกรูด อ.เมืองระนอง หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวนายวีระวุธไปทำแผนที่บ้านพักที่หมู่ 4 ตำบลราชกรูด โดยได้ชี้จุดที่ได้มีการขุดหลุมฝังทองเอาไว้บริเวณหลังบ้าน
หลังเสร็จสิ้นการทำแผน พล.ต.ต.เชิดพงษ์ ชิวปรีชา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่านับจากวันที่คนร้ายได้ก่อเหตุคือวันพุธที่ 12 ตนเองได้วางแผนแกะรอย และให้เจ้าหน้าที่สืบสวนหาข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งกล้องวงจรปิด การนำภาพคนร้ายจากกล้องวงจรปิดกระจายไปตามสื่อโซเชียล จนพบร่องรอยและได้รับการแจ้งเบาะแสจากโซเชียลและคนใกล้ชิด และขอบเขตพื้นที่ที่คนร้ายใช้หลบซ่อน ซึ่งเป็นบ้านเช่าในสวนปาล์มพื้นที่หมู่ 4 ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง
ตนจึงให้วางเจ้าหน้าที่ซุ่มเฝ้าเอาไว้ตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเช้าวันศุกร์ที่ 13 นายวีระวุธกำลังขับรถจักรยานยนต์ออกจากบ้านไปพร้อมแม่และลูก เจ้าหน้าที่จึงได้บุกเข้าจับกุมนายวีระวุธทันที โดยนายวีระวุธให้การรับสารภาพ พร้อมทั้งนำเจ้าหน้าที่ไปทำการขุดนำสร้อยคอทองคำที่ใส่กระปุกพลาสติกและฝังไว้บริเวณหลังบ้านส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งได้ซุกซ่อนเอาไว้ในกระเป๋าผ้าของแม่ โดยที่แม่ไม่รู้เรื่องเลย และรับสารภาพว่าได้ให้สร้อยคอทองคำกับนางสาวเนยไป 5 เส้น
ซึ่งในจุดเกิดเหตุเจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสร้อยคอทองคำกลับมาได้จำนวน 38 เส้น น้ำหนักรวม 48 บาท และเมื่อรวมกับที่นางสาวเนยอีก 4 บาท จึงได้คืนมารวม 52 บาท ซึ่งตนขอยืนยันว่าจำนวนสร้อยคอทองคำที่ตรวจยึดคืนมาได้นั้นเป็นตามจริง เพราะตนได้กำชับรองผู้บังคับการ และผู้กำกับเอาไว้ให้ของกลางอยู่ในสายตาอย่างเคร่งครัด ส่วนจำนวนที่ขาดหายไปจากที่ทางร้านแจ้งมานั้น อาจมีการตกหล่นระหว่างการหลบหนี ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งที่จุดจอดรถของห้าง ระหว่างทางที่นายวีระวุธบอกว่ามีการล้มรถ 1 รอบ รวมไปถึงบริเวณภูเขาหญ้าที่นำรถมาทิ้งและเปลี่ยนชุดด้วย

พล.ต.ต.เชิดพงษ์บอกอีกว่า เรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัยนั้นทางตำรวจมีการออกตรวจตราเป็นวงรอบเป็นประจำอยู่แล้ว ร้านทองภายนอกห้างได้มีการทำลูกกรง และได้มีการฝึกการใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัวเองให้กับเจ้าของร้าน แต่ในกรณีนี้คนร้ายอาศัยช่องว่างของเวลาและช่องโหว่ของทางร้านเข้าปฏิบัติการ เพราะคนร้ายบอกว่าง่าย ไม่มีลูกกรง และพนักงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง อีกทั้งคนร้ายก็ไปศึกษาโดยการเข้าไปดูคลิปในยูทูบ และทำการวางแผนเตรียมการไว้ล่วงหน้าด้วย
ทางด้านนายสมบัติ สิงห์คาร นายอำเภอเมืองระนอง กล่าวว่า ใบอนุญาตร้านทองต้องมีการต่อทุกปี ซึ่งหลังจากนี้จะต้องเข้าไปพูดคุยกับทางร้านให้เพิ่มมาตรการในการป้องกันให้มากกว่านี้ อีกทั้งต้องเข้าไปพูดคุยกับทางห้างเรื่องมาตรการความปลอดภัยของทั้งทางร้านและผู้ที่เข้ามาใช้บริการด้วย เพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำซากอีกครั้ง


