หน้าแรก ภูมิภาค แม่ค้าร้านชำ ...

แม่ค้าร้านชำ โอดถูกมิจฉาชีพ หลอกขายของไม่ตรงปก สูญเงินกว่า 3 หมื่น

14.09.24 | 16:16 น.

แม่ค้าร้านชำ โอดถูกมิจฉาชีพ หลอกขายของไม่ตรงปก สูญเงินกว่า 3 หมื่น

เมื่อวันที่ 14 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ร้านขายของชำแห่งหนึ่ง ใน ต.พอกน้อย อ.พรรณานิคม จ.สกลนคร ตั้งอยู่ริมถนนซึ่งเปิดมาได้เพียง 1 เดือน เมื่อวันที่ 12 ก.ย.67 เวลาประมาณ 09.00 น. เกิดเหตุการณ์ชายกลุ่มใหญ่ขับรถกระบะแค็บ มีหลังคา สีขาว ทะเบียนหมวด กรุงเทพฯ ไม่ทราบตัวเลข ขับมาจอดยังร้านค้าแห่งนี้แล้วแอบอ้างว่าเป็นเซลส์ของห้างค้าส่งรายใหญ่ใน จ.สกลนคร เข้ามาเสนอขายสินค้าประเภทเครื่องดื่ม ของกินของใช้ประจำวันในราคาถูกกว่าปกติ

เมื่อแม่ค้าหลงกลเพราะชื่อร้านน่าเชื่อถือจึงตัดสินใจสั่งซื้อสินค้า จากนั้นชายกลุ่มนี้ก็ขนสินค้าตามรายการในใบเสร็จนำลงจากรถอย่างละ 2 แพค โดยสินค้าแต่ละรายการจะถูกยัดไส้ใส่กล่องสินค้าชื่อดังตามท้องตลาด แล้วถูกขนมาวางเรียงไว้ให้ดูเหมือนจำนวนมากกลางร้านและจะมีคนคอยตะโกนเช็กสินค้า เมื่อเสร็จก็เรียกเก็บเงิน จำนวน 36,500 บาท แล้วชายกลุ่มดังกล่าวจึงขับรถออกไป

ต่อมาในช่วงเย็นของวันเดียวกันแม่ค้ามานั่งนับสินค้า ปรากฏว่าส่วนใหญ่มีแต่ของโนเนมไม่ใช่สินค้าตามท้องตลาด พอลองเช็กราคาตามอินเตอร์เน็ตกลับต่างกันหลายร้อย และนับรวมกันแล้วสินค้าที่ได้รับมาราคาตกอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาท โดยเหตุการณ์ครั้งนี้สูญเงินไปกว่า 30,000 บาท จึงนำหลักฐานไปแจ้งความไว้ที่ สภ.พรรณานิคม

Advertisement

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปร้านขายของชำดังกล่าวพบว่ามี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พรรณานิคม เดินทางมาเก็บรวบรวมหลักฐานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้ว

คุณใบเฟิรน์ ลูกสาวเจ้าของขายของชำ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าในวันเกิดเหตุ (12 ก.ย) มีผู้ชายกลุ่มใหญ่ราว 10 คน ขับรถกระบะมา 4-5 คัน ขับมาที่ร้านของแม่อ้างตัวเป็นเซลส์ห้างใหญ่ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ แม่ของตนจึงเชื่อ พร้อมทั้งเสนอขายสินค้าต่างๆ นานา บอกจะมาส่งสินค้าให้ทุกๆ 10 วัน และอ้างว่าถ้าสั่งสินค้าตามยอดจะทำป้ายร้านค้าให้ด้วย แม่ของตนเห็นว่าสะดวกสบายไม่ต้องไปซื้อสินค้าเองในตัวเมือง ประกอบกับหลงเชื่อคำพูดของชายกลุ่มนี้จึงตัดสินใจสั่งซื้อ รวมเป็นเงินทั้งหมด 36,500 บาท จ่ายเงินสดไปจำนวน 30,000 บาท และจะโอนอีก 6,500 บาท แต่ชายกลุ่มนี้ไม่รับโอนขอให้กดเงินแบบไม่ใช้บัตรผ่านแอพพลิเคชั่น โดยจะมีคนรอถ่ายภาพคิวอาร์โค้ดที่หน้าตู้ ATM ส่งมาให้สแกน เพื่อรับเงินสดออกจากตู้ ATM ตนเชื่อว่าชายกลุ่มนี้หวังหลีกเลี่ยงที่จะถูกเปิดเผยตัวตน หากโอนเข้าบัญชีโดยตรงจะปรากฏชื่อของผู้รับโอน จึงหันมาใช้วิธีการดังกล่าวแทน

พอกลับมานับของพบว่ามีสินค้าท้องตลาดแค่นิดหน่อย ส่วนใหญ่เป็นเจลเซตผม ครีม โรลออน สบู่ โนเนมราคาไม่กี่บาท แต่ในใบเสร็จเขียนราคาสูงเกินจริง เมื่อนับรวมกันของที่ได้รับราคาแค่หลักพัน แต่ร้านแม่ของตนกลับสูญเงินไปกว่า 30,000 บาท

เหตุการณ์ครั้งนี้ฝากไว้เป็นอุทาหรณ์กับพ่อแม่พี่น้องร่วมอาชีพ ให้ระวังแก๊งมิจฉาชีพพฤติกรรมลักษณะนี้อย่าได้หลงกลตกเป็นเหยื่อเช่นตน ส่วนของเหล่านี้ที่ถูกหลอกให้ซื้อ จึงจะนำไปบริจาคทำทานหวังสะเดาะเคราะห์

อย่างไรก็ตามทางห้างใหญ่ที่ถูกแอบอ้างโทรศัพท์ให้ข้อมูลว่า ชายกลุ่มดังกล่าวไม่ใช่ตัวแทนการขายของห้างและตกเป็นผู้เสียหายเหมือนกันเพราะถูกนำชื่อไปแอบอ้าง ดังนั้นจะให้ฝ่ายกฎหมายติดตามเรื่องนี้เพื่อดำเนินการต่อไป และฝากเตือนประชาชนหากพบมีกลุ่มบุคคลลักษณะดังกล่าวให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ 191 ทันที

นอกจากเหตุการณ์ครั้งนี้แล้ว เมื่ออาทิตย์ก่อน ตนก็ถูกลูกค้าใช้ธนบัตรปลอมใบละ 500 บาท นำมาซื้อของอีก รู้สึกท้อใจที่เพิ่งเปิดร้านได้เดือนเดียวแต่ถูกมิจฉาชีพใช้ทุกวิธีการมาหลอก