เชียงรายเร่งฟื้นฟูเมือง หลังน้ำแห้ง หวังทันรับนักท่องเที่ยว ช่วงไฮซีซั่นปีนี้
เมื่อวันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ชายแดนไทย-เมียนมา ด้าน อ.แม่สาย จ.เชียงราย พบว่าระดับน้ำในแม่น้ำสายได้ลดลงต่ำกว่าระดับตลิ่ง ส่งผลทำให้น้ำท่วมพื้นที่ชุมชนต่างกว่า 5 ชุมชนของตำบลแม่สายและตำบลเวียงพางคำ น้ำได้ลดระดับลงจนแห้งทั้งหมดหลังฝนหยุดตกในพื้นที่มาได้ 2-3 วันแล้วเหลือเพียงบางส่วนที่ราบลุ่มต่ำจริงๆยังมีน้ำขังในบางจุด ซึ่งตลอดทั้งวันทางนายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย พร้อมด้วยนายชัยยนต์ ศรีสมุทร นายกเทศมนตรีตำบลแม่สาย ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมเครื่องจักรกล เข้าทำการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ โดยมีทางกำลังพลทหารจากมณฑลทหารบกที่ 37 และหน่วยเฉพาะกิจทัพเจ้าตาก เข้าช่วยเหลือ

โดยเจ้าหน้าที่ได้เน้นการฟื้นฟูในระยะคือการนำทรายและดินโคลนออกจากพื้นผิวถนน แต่ละสายเพื่อให้การเดินทางเข้าพื้นเพื่อฟื้นฟูบ้านเรือนประชาชนผู้ประสบภัยทำได้โดยสะดวก แต่ด้วยพื้นที่ถูกกระแสน้ำพัดเข้าพื้นที่อย่างรุนแรงและน้ำไหลทะลักนานกว่าสัปดาห์ นับตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน เป็นต้นมา จึงทำให้มีดินโคลนทับถมในพื้นที่ค่อนข้างมากโดยเฉพาะพื้นที่ชุมชนดอยเวา อย่างยิ่งบ้านหัวฝายและบ้านถ้ำผาจม ซึ่งเป็นจุดรับน้ำแรกของพื้นที่ บางจุดถูกทรายและดินโคลนทับถมสูงกว่า 2 เมตร นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ชุมชนเกาะทราย และชุมชนไม้ลุงขนที่น้ำเพิ่งแห้งก็มีดินโคลนมากเช่นกัน แต่การเข้าฟื้นฟูพื้นที่ยังทำด้วยความลำบากคาดว่าต้องใช้เวลาอาจนานนับเดือนถึงจะฟื้นฟูได้ทั้งหมด

เช่นเดียวกับที่ในชุมชนต่างๆในเขตเทศบาลนครเชียงราย แม้น้ำจะแห้งไปทั้งหมดแล้วกว่า 2 วัน แต่การฟื้ฟูยังทำได้ยากไม่แพ้กัน ตลอดทั้งวันเจ้าหน้าที่เทศบาลนครเชียงราย พร้อมด้วยภาคเอกชนและประชาชน ยังคงเร่งนำเครื่องจักรโดยเฉพาะเครื่องจักร ประเภทรถตักดิน รถไถและรถบรรทุก 6 ล้อ เข้าดำเนินการตักขยะ ดินโคลนและทรัพย์จากบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายากเหตุน้ำท่วมตั้งแต่ในช่วงวันที่ 11 กันยายน เป็นต้น ปัจจุบันน้ำลดทำให้เกิดมีทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากกินพื้นที่กว่า 50 ชุมชน มีบ้านเรือนได้รับผลกระทบกว่า 1 หมื่นครัวเรือน ทำให้ทรัพย์สินกลายเป็นขยะและดินโคลนทับถมในพื้นที่จำนวนมาก ทำให้ต้องมีการนำขยะและดินโคลนออกจากพื้นที่เพื่อฟฟื้นฟู

นายปรีชา อนุรักษ์ รองนายกเทศมนตรีนครเชียงราย เปิดเผยว่าน้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงอย่างมากซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หลายพื้นที่ไม่คาดคิดว่าน้ำจะท่วมถึง จึงไม่ได้มีการเตรียมการรับมือหรือขนย้ายทรัพย์สิน ทำให้จึงมีทรัพย์สินเสียหายเป็นจำนวนมาก ส่วนมากจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว เครื่องใช้ต่างๆ ประกอบกับเนื่องด้วยเป็นชุมชนริมน้ำให้มีตะกอนทราบและดินโคลนไหลมากับน้ำทับถมในตัวบ้าน บริเวณบ้านและถนนเส้นทางสัญจรเป็นอุปสรรคต่อการฟื้นฟูให้สามารถกลับมาเป็นปกติในเร็ววัน

นายปรีชากล่าวว่าจำนวนดินโคลนและขยะทั้งจากขยะทั่วไปและจากทรัพย์สินที่เสียหายค่อนข้างมีจำนวนมหาศาล การจัดการเบื้องต้นนอกจากระดมกำลังเจ้าหน้าที่พ้อมยุทโธปกรณ์ที่เทศบาลมีอยู่ ยังได้ประสานเครื่องจักรจากภาคเอกชนทั้งรถตัก รถบรรทุก และรรถดูดโคลนเข้ามานำดินโคลนและขยะออกจากพื้นที่อีกกว่า 100 คัน แต่ด้วยปริมาณดินโคลนขยะและดินโคลนที่มากทำให้การเคลียร์แต่ละวันทำได้พื้นที่ไม่กว้างนัก แต่ก็จะเร่งให้แล้วเสร็จไวที่สุด
นายปรีชากล่าวอีกว่าสำหรับพื้นที่ทิ้งดินโคลนและขยะนั้นก็ไม่มีปัญหาเนื่องจากมีภาคเอกชนให้ความอนุเคราะห์นำขยะและดินโคลนไปทิ้งซึ่งมีพื้นที่เพียงพอ บางส่วนก็นำไปทิ้งยังบ่อขยะของเทศบาล ขณะนี้เป็นการเคลียร์ดินและขยะออกจากพื้นที่ก่อน ส่วนการจัดขยะและดินโคลนที่นำออกไปก็จะมีการดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปหลังฟื้นฟูแล้วเสร็จคาดว่าจะใช้อีกนาน แต่เชื่อว่าะเสร็จก่อนช่วงฤดูท่องเที่ยวที่จะมาถึงนี้แน่นอน เชียงรายเป็นเมืองท่องเที่ยวในฤดูหนาวดังนั้นจะเร่งให้เสร็จทันฤดูหนาวเพื่อไม่ให้กระทบต่อการท่องเที่ยว

นายปรีชากล่าวว่านอกจากพื้นที่ฟื้นฟูด้านสถานที่ ยังมีการเยียวยาผู้ประสบภัยโดยทางเทศบาลได้ขออนุมัติงบประมาณจากสภาดำเนินการเบื้องต้นผู้ประสบภัยครอบครัวละ 2,500 บาทเพื่อนำไปใช้ฟื้นฟูบ้านเรือนก่อนและจะมีการจัดสรรงบประมาณดูแลครอบครัวด้านอื่นๆตามมาอีก ขณะเดียวกันก็จะมีแผนระยะยาวช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยให้กลับมาอยู่อย่างปกติสุขด้วย แต่ในระยะเร่งด่วนคือการฟื้นฟูพื้นที่ให้แล้วเสร็จก่อน
ขณะเดียวกันนายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ให้เจ้าหน้าที่กองช่างเทศบาลนครเชียงราย และทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเมือง หลังจากเกิดน้ำท่วมใหญ่ จากน้ำกกไหลล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงราย ซึ่งหลังจากน้ำลด พบว่าตามท่อระบายน้ำในเขตเทศบาลนครเชียงราย ถูกดินโคลนจำนวนมากที่ไหลมากับกระแสน้ำไหลท่วมปิดการระบายน้ำจนไม่สามารถระบายน้ำได้ตามปกติ รวมทั้งในพื้นที่ชุมชนต่างๆ

ดังนั้น นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ได้ประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีรถดูดดินโคลน เพื่อมาสนับสนุนดูดโคลนในพื้นที่เขตเทศบาลนครเชียงราย โดยได้มีรถดูดดินโคลนแรงดันสูง จากจังหวัดเชียงใหม่ นนทบุรี เดินทางมาช่วยดูดดินโคลนในท่อระบายน้ำตามถนนสายต่างๆ ในเขตเทศบาลนครเชียงราย โดยรถดูดโคลนแรงดันสูงสามารถดูดโคลนได้มากถึง 4ตัน ต่อการดูดหนึ่งครั้ง ก่อนจะนำไปทิ้งยังบ่อขยะของเทศบาลนครเชียงราย
นอกจากนี้นายวันชัย จงสุทธานามณี นายกเทศมนตรีนครเชียงราย ยังให้การช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการสัญจรผ่านเส้นทางถนนแม่ฟ้าหลวง ชุมชนน้ำลัด ต.ริมกก อ.เมือง เชียงราย โดยประสานไปยังหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 35 สำนักงานพัฒนาภาค 3 กองบัญชาการกองทัพไทย ทำการติดตั้งสะพานเครื่องหนุนมั่นแบบเร่งด่วน MFB (Modular Fast Bridge ) เพื่อใช้เป็นทางเชื่อมชั่วคราวหรือแก้ปัญหาการสัญจรของประชาชนในพื้นที่ โดยรถเล็กไม่เกิน 4 ล้อสัญจรได้ แต่ห้ามรถบรรทุกเกิน 10 ตัน ผ่าน ซึ่งสะพานอาจเกิดความเสียหายหรือชำรุด ซึ่งอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทางได้

สำหรับ ความเสียหายจากเหตุอุทกภัยที่เกิดขึ้นในเขตเทศบาลนครเชียงรายตั้งแต่วันที่ 10 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา มีน้ำท่วม 52 ชุมชน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ จากน้ำท่วมประมาณ 11,000หลังคาเรือน สถานที่ราชการประกอบด้วย โรงเรียน 3 แห่ง คอสะพานเสียหาย 1 แห่ง สวนสาธารณะ 6 แห่ง มูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ โดยเฉพาะทรัพย์สินของประชาชนที่ถูกน้ำท่วม รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวนมาก.

ขณะที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเชียงรายได้รายงานพื้นที่เกิดสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่ม สะสมห้วงระหว่างวันที่ 11-19 กันยายน มีพื้นที่ประสบภัยรวมทั้งสิ้น 9 อำเภอ 39 ตำบล 197 หมู่บ้าน 1 เทศบาลนคร (52 ชุมชน) ได้แก่ อ.เมืองเชียงราย, อ.เชียงแสน, อ.เชียงของ, อ.แม่จัน, อ.แม่ฟ้าหลวง, อ.แม่สาย, อ.ดอยหลวง, อ.เทิง และอ.เวียงแก่น โดยตลาดชุมชนเศรษฐกิจ ได้รับผลกระทบ 2 แห่ง ร้านค้า/สถานประกอบการ 92 แห่ง ราษฎรได้รับผลกระทบเบื้องต้น 53,209 ครัวเรือน เสียชีวิต 2 ราย บาดเจ็บ 2 ราย พื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบ 14,138 ไร่ ปศุสัตว์ได้รับผลกระทบ ได้แก่ โค 894 ตัว กระบือ 141 ตัว สุกร 5 ตัว แพะ/แกะ 25 ตัว สัตว์ปีก 47,115 ตัว สุนัข 145 ตัว และแมว 154 ตัว ด้านสิ่งสาธารณประโยชน์ได้รับผลกระทบ ได้แก่ โรงเรียน จำนวน 31 แห่ง ถนน 7 จุด และคอสะพาน 4 จุด

