อีกมุม! เปิดใจ วินมอไซค์วัย62 ปฏิเสธข่มขืน สาวออทิสติก เพื่อนบ้านบอกลุงเป็นคนดี
จากกรณี นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พานางน้อย (นามสมมุติ) อายุ 75 ปี แม่ของ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 34 ปี ลูกสาว ผู้เสียหาย ซึ่งป่วยเป็นออทิสติก ถูกคนขับวินรถจักรยานยนต์รับจ้าง ข่มขืนและกระทำอนาจาร เหตุเกิดบ้านพักซอย ติวานนท์ 25 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ก่อเหตุตั้งแต่ปี 2563 และล่าสุดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 67 ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวนไว้แล้ว เดินทางมาพบ พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าทางคดี
ล่าสุดเมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 20 กันยายน 67 ผู้สื่อข่าวทางไปยังบ้านของนายลำพูน อายุ 62 ปี ซึ่งเปิดเป็นร้านขายไข่ ปากซอยติวานนท์ 25 แยก 23 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ได้พบกับ นายลำพูน คนขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง ผู้ที่ถูกกล่าวหา และนางพรรณธนา อายุ 55 ปี ภรรยา เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงหลัง ถูกนางน้อย อายุ 75 ปี แม่ของ น.ส.เอ อายุ 34 ปี ลูกสาว ผู้เสียหาย ซึ่งป่วยเป็นออทิสติก กล่าวหาว่า ถูกนายลำพูนข่มขืนและกระทำอนาจาร เหตุเกิดบ้านพักซอยติวานนท์ 25 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี
นายลำพูนกล่าวว่า ตนเห็นแม่กับลูกเขาแต่เรื่องส่วนตัวตนไม่รู้จัก ไม่เคยคุยไม่เคยถามทั้งแม่ทั้งลูกเลย ที่เขาเล่าตนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่าเขาเล่าแบบไหนด้วย ไม่เคยไปรับไปส่ง ตนขับวินมาเขาเรียกตนก็ไม่รับ ที่ไม่รับเพราะรู้เห็นว่าเขาเป็นแบบนี้ เพราะเขาร้องเรียนอยู่เรื่อยๆ ร้องเรื่องข่มขืนบ้าง เรื่องลักขโมยบ้าง วางของเกะกะทางเดินบ้าง ไปร้องเทศกิจ 4-5 รอบแล้ว เขาร้องตนก็ไม่ได้ทำอะไรอยู่เฉยๆ มันก็เงียบไปเอง
ตอนที่เขาร้องเรียนตนก็ไม่รู้ว่าเขาร้องเรียนด้วย ที่เขาบอกมีรอยแผลถูกกัดหน้าอก เขาไปทำกันเองอย่าเลย จะไปทำได้ยังไง แม้แต่เดินผ่านหน้าบ้านเขายังไม่เคยไป ไม่ผ่านหน้าบ้านเขาเลย ตนก็อยู่ของตน ที่ก็บอกว่าตนยืนอยู่ที่เสาไฟแล้วกระชากเข้าไปไม่เป็นความจริง ตนไปวิ่งวินทำมาหากินของตนไม่สนใจ เหล้าบุหรี่ไม่กินไม่สูบ แม้แต่กาแฟตนยังไม่กินเลย
นายลำพูนกล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อปี’63 ที่เขาไปแจ้งความไว้ ตนไม่รู้ ไม่ได้ไปโรงพัก เพราะไม่รู้ว่าเขาแจ้ง แต่ครั้งนี้ไปแสดงตัวกับตำรวจแล้ว เพราะมีตำรวจนอกเครื่องแบบมาหา จึงโทรศัพท์ไปคุยกับร้อยเวรเขานัดวันนั้นเวลา 14.00 น. ตนใส่เสื้อวินไปพบร้อยเวร จากนั้นก็มีตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาตรวจ DNA ของตน ตนก็ดีใจเพราะตรวจ DNA จะได้รู้ว่าความจริงมันคือความจริง เพราะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวอะไรไม่ได้ทำอะไร คนทำมาหากิน มีหนี้ค่าบ้าน ค่ารถจะไปวุ่นวายอะไรกับเรื่องพวกนี้
เมื่อถามว่าวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา มีการไปกระชากเขาหรือไม่ นายลำพูนกล่าวว่า ยืนยันไม่เคยกระชากที่ไหน เสาไฟฟ้าไหน กล้องวงจรปิดก็มี เอามาดูสิ เมื่อถามว่ามีการถอดยกทรงกัดหัวนมเขาตนก็ยืนยันว่าไม่ได้ทำ ไม่เกี่ยว ทั้งหมดที่เขาเล่ามาตนยืนยันไม่ได้ทำเลย ตนอยู่กับเมียไปขายของก็ไปด้วยกัน อย่างวันนี้วิ่งวินเสร็จเข้าบ้านก็ 8-9 โมง ก็เตรียมขนไข่ขนของมีมะพร้าวก็เอาไปขายข้างทาง

นายลำพูนกล่าวว่า ตนไม่รู้เรื่อง ที่เขาร้องเรียนไป 5 ครั้งตนไม่ได้สนใจ แต่แม่บ้านตนรู้ ทำมาหากินอย่างเดียว และก็ไม่ได้ดำเนินคดีอะไร มันไม่มีอะไร และไม่เคยมีปัญหากับแม่ของหญิงดังกล่าวมาก่อน และไม่มีข้อขัดแย้งจะไปขัดแย้งอะไร แม้แต่คุยยังไม่คุยกับเขาเลยทั้งลูกทั้งแม่ ยินดีที่จะเข้าพิสูจน์ให้ตรวจสอบทุกอย่าง เพราะตนบริสุทธิ์ไม่ได้ทำอะไร วันนั้นที่ตำรวจสืบสวนมาก็เข้าไปพบร้อยเวรแสดงความบริสุทธิ์ใจทันที พฤติกรรมของเขาแบบนี้ชาวบ้านแถวนี้รู้หมด บ้านข้างกันเขาก็ออกไปแล้วเพราะอยู่ไม่ได้ โดนแจ้งข้อหาเหมือนกับแจ้งข้อหาตน และหากผลการตรวจสอบออกมาเรื่องที่เขาเล่าไม่เป็นความจริง ตนก็ไม่ดำเนินคดีกับเขาหรอก ตนถือว่ากรรมใดใครก่อกรรมนั้นก็ย่อมสนองกับคนนั้น ตนไม่ได้อาฆาตพยาบาท ใส่ร้ายป้ายสีอะไรเขาแล้วแต่เขา
ตั้งแต่เช้าตื่นมาก่อน 6 โมงตนก็จะไปรับผู้โดยสารขาประจำ ตั้งแต่โรงเรียนอนุราชประสิทธิ์ เขาเป็นผู้ช่วยครูอยู่ที่นั่น จากนั้นก็วิ่งวนหาผู้โดยสารในซอย มีใครเรียกก็ไปรับ เมื่อก่อนเปิดเทอมเพื่อไปรับเด็กที่หมู่บ้านศุภาลัยคนนึง ไปส่งโรงเรียนนนทบุรีพิทยา คือวิ่งอยู่ในซอยมีใครเรียกก็รับ ตามวันเวลาดังกล่าวสามารถตรวจสอบเช็กกล้องวงจรปิดได้
นายลำพูนกล่าวอีกว่า ตนบริสุทธิ์อยู่แล้วเพราะไม่ได้ทำ คนทำมาหากินหาเงินน้ำตาแทบไหลแต่ละวัน รู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่เขาไปแจ้งความกล่าวหาว่าตนทำแบบนี้ เพราะตนไม่ได้ทำ สุขภาพจิตของตนก็เสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ตนไม่ได้ทำ คิดบางทีอยู่คนเดียวมันก็ขึ้นมาในสมองตน เจอใครก็ต้องเป็นแบบนั้น ก็บอกว่าความจริงมันก็คือความจริง ตนบริสุทธิ์ใจของตน ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำ
นางพรรณธนา อายุ 55 ปี ภรรยา กล่าวว่า คือจริงๆ แล้วไม่ได้โกรธแค้นอะไรกันเลย คือลูกแกเวลาแกไม่อยู่หายไปคืน 2 คืน ลูกแกเหมือนกับว่าไม่มีอะไรจะกิน ก็เขวี้ยงของอาละวาดเต็มถนนเลย บางทีก็โดนรถเขาบางที ก็เอากระเบื้องมาจากไหนไม่รู้เขวี้ยงเต็มถนน ตนก็ต้องกวาดและเอาของไปให้เขากินเอากล้วยไปให้กิน แล้วบอกให้เขาเข้าบ้านไปเลยนะลูก อย่ามาทำแบบนี้เดี๋ยวโดนรถเขา ก็บอกเขาเขาก็เข้าบ้าน

แล้วแกก็หายไป 3 วัน กลับมาก็ทะเลาะกับลูกด่าลูก เด็กมันก็อาละวาด พออาละวาดก็เอาของมาเขวี้ยง ตัวแม่แกก็อยู่ในบ้านแกไม่ทำอะไรเลย แก่สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นตลอดทุกคน แกร้องเรียนเทศกิจพอเทศกิจมาดูก็ไม่มีอะไรที่เกะกะก็เงียบไป พอแกแจ้งความเอาตำรวจมา พอตำรวจมาก็หาว่าตนเส้นใหญ่ ใครทำอะไรตนไม่ได้ เรื่องก็เงียบหายไป แกร้องเรียนเรื่องไม่มีสาระบางทีตนก็ไม่รู้เรื่องอะไรบ้าง แกเป็นคนที่ชอบร้องเรียน เหมือนตรงนี้ที่เขาทำท่อเมื่อวานซืนแกก็ไปแจ้งเทศบาล หาว่าน้ำบ้านตนไหลไปหน้าบ้านแกลงท่อเหมือนกัน เพราะเขาทำถนนเขาอุดท่อยังไม่มาแก้ไขให้ ก็เป็นผลดีกับตนเพราะเขาร้องเรียนจะได้มาทำเร็วๆ 2 เดือนที่ผ่านมาแกยังมาซื้อไข่ซื้อของซื้ออะไรอยู่เลย
นางพรรณธนากล่าวว่า ตนขายของอยู่ตรงนี้มา 20 ปีแล้ว สามีก็อยู่กันมาตลอดแต่งงานกันมา 17-18 ปีแล้ว สามีตนไม่เคยมีเรื่องแบบนี้ตนยืนยันได้ รับประกันได้เลยว่าไม่มีแกเป็นคนซื่อ แกไม่มีอะไรไม่พูดตอแหลโกหกคนนู้นทีคนนี้ทีไม่มี ตอนนี้ตนต้องประคองแกเพราะสุขภาพจิตแกไม่ดี เพราะว่ามาเจอเรื่องแบบนี้ ใครๆ ก็ เป็นเมียเขาจะอยู่ได้หรือ เพราะผัวเจอเหตุการณ์แบบนี้โดยที่ไม่ได้ทำ
ตนกลัวอย่างเดียวว่าแกจะไปฆ่าตัวตาย ตนต้องประคองต้องดูแลแกตลอด 24 ชั่วโมงตอนนี้ ลูกก็ต้องช่วยกันดูแลทั้งหมดเพราะลูกเขาก็สงสาร สุขภาพจิตของแต่ละคนคือหัวเสียกันหมด แต่ว่าเขาเป็นเด็กเขายังทำอะไรไม่ได้ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องพ่อกับแม่ ทีนี้เราก็ต้องมานั่งรับกรรมแบบนี้ ที่ว่าเราไม่รู้เรื่องอะไรเลย ตื่นเช้ามาเขาตื่นตี 5 ก็ต้มน้ำให้ตนกิน เพราะตนกินกาแฟ แล้วเขาก็ไปจัดร้าน จนเกือบ 6 โมงเช้าเขาก็ไปรับลูกค้าประจำ ที่ไปสอนโรงเรียนอนุราช พอ 6 โมงกว่าก็ไปรับเด็กขาประจำ ที่อินโดไทยไปส่งโรงเรียน
สาเหตุที่แกหาเรื่องแกบอกว่ากูจะให้ออกจากบ้านหลังนี้ กูไม่ให้มึงอยู่กูต้องหาวิธีการ เรื่องอะไรก็ไม่รู้ ตนไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่ตนไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งไม่เคยอะไรเลย บ้านหลังอื่นเขาก็ออกไปหมดแล้วบ้านเช่านี่ออกไปไม่รู้กี่หลังแล้ว โดนแบบตน ไปถามได้ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ตนไม่เคยไปทำอะไรให้เขาเดือดร้อนมีแต่ช่วยเหลือลูกเขาตลอด เวลาแกไม่อยู่ก็ไปช่วยลูกแกไม่ให้ออกมาอาละวาดไม่ให้เดือดร้อนคนอื่น หลังบ้านข้างๆ ก็มาถีบถังขยะพังไปกี่ถังแล้วไปดูได้เลย

นางพรรณธนากล่าวอีกว่า อยากจะบอกว่าคนเราทำอะไรก็แล้วแต่ อย่าหาเรื่องไปกลั่นแกล้งคนอื่น คนที่เขาทำมาหากินคนที่เขาบริสุทธิ์ เช้ามาก็ต้องไปทำงานบางทีตื่นตี 2 ตี 3 ไปจ่ายตลาด เราต้องทำมาหากินไม่ได้ไปวุ่นวายเรื่องคนอื่น คนอื่นจะเป็นแบบไหนก็ช่าง เราตื่นขึ้นมาก็ต้องทำมาหากิน หาเงินมาจ่ายค่าบ้านเพราะบ้านไม่ใช่บ้านของเรา
ตอนนี้เป็นคดีความแล้วตนก็บอกสามีว่าความจริงมันไม่เป็นความจริงเราก็อยู่เฉยๆ เราก็สาธุให้เขา เราก็กรวดน้ำให้เขาไป แต่ถ้าความจริงตรวจดีเอ็นเอไม่เจอ ตอนนั้นค่อยว่ากันอีกทีหนึ่ง ส่วนจะเอาเรื่องไหมยังไม่พูดตอนนี้
ด้านนายสวน อายุ 47 ปี เพื่อนขับวินจักรยานยนต์รับจ้างซอยแผ่นดินทอง กล่าวว่า ตนรู้จักกับลุงลำพูนมานานแล้วประมาณ 10 กว่าปี มันเป็นไปไม่ได้ที่เค้าจะไปทำแบบนั้น เค้าก็อยู่ของเค้าแบบนี้ขายของ คนอายุปูนนี้จะทำอะไรนอกจากขายของ เลี้ยงลูกเลี้ยงหลาน และลุงลำพูนก็ไม่เคยมีประวัติแบบนี้ เขาทำมาหากินเหมือนคนปกติ ตั้งแต่ตนอยู่มาในซอยนี้ไม่เคยมีข่าวการกระทำอนาจารเด็ก
เด็กที่มากล่าวหาคุณลุงน่าจะสติไม่เต็ม บางวันก็ออกมาเตะขยะที่หน้าบ้าน บางวันก็กรี๊ดเสียงดัง บางทีก็ทำลายข้าวของถังขยะที่หน้าปากซอย ตนเคยได้ยินว่าเขามีปัญหากับเพื่อนบ้านคนหรือสองคน ตนก็ไม่ได้ใส่ใจกับสองแม่ลูกนี้ ต่างคนก็ต่างทำต่างคนก็ต่างทำมาหากิน ตนไม่เชื่อที่เขากล่าวหาคุณลุงเรื่องนี้ 1,000,000% ตนก็ไม่เชื่อ มันเป็นไปไม่ได้ และร้านขนมครกในซอยนี้ก็ไม่มี
นายสวนกล่าวอีกว่า ตั้งแต่ตนขับวินมาเคยรับสองแม่ลูกไปหนึ่งครั้งแล้วจากนั้นก็ไม่กล้ารับอีกเลย เกิดวันดีคืนดีเขาของขึ้นมาบีบคอตนตนจะทำยังไง เหมือนกับเค้าไม่ค่อยเต็มขาดยาหรืออะไรแบบนี้ ส่วนใหญ่ก็จะมาทำลายถังขยะหน้าปากซอยแล้วก็ร้องกรี๊ดๆ เรื่องที่คุณลุงลำพูนถูกกล่าวหาตนคิดว่ามันไม่ยุติธรรม คนดีจะไปเป็นเชลยสังคมไม่ได้ คนไม่ผิดจะให้มันผิดมันก็ไม่ใช่ กฎหมายบ้านเมืองก็จะลำเอียง
น.ส.น้ำทิพย์ เพื่อนบ้านติดกัน กล่าวว่า ตนเพิ่งย้ายมาอยู่บ้านติดกับสองแม่ลูกได้ประมาณ 2-3 เดือน พฤติกรรมของสองแม่ลูกทุกวันจะทำเสียงโวยวาย และบางวันก็ตะโกนด่า บางวันก็ด่าพวกตน บางวันก็ด่าสองสามีภรรยาหน้าปากซอย ที่หน้าบ้านตนก็ถูกทุบทำลาย เหตุเกิดประมาณตีสี่ซึ่งตนได้ยินเสียงก็ออกมาดู ตอนแรกตนจะไปแจ้งความ และมั่นใจจากกล้องวงจรปิดเพื่อนบ้าน ทุกวันหยุดที่บ้านตนจะนอนไม่ได้ เนื่องจากสองแม่ลูกทุบและทำเสียงดัง ซึ่งตนมีลูกเล็ก ก็อยู่กันแทบไม่ได้ บางทีแม่กับลูกทะเลาะกันและตะโกนด่าข้างบ้าน
ส่วนเรื่องที่เค้าอ้างว่าถูกคุณลุงหน้าปากซอยข่มขืน เหมือนกับคนที่เป็นแม่ปลูกฝังให้ลูกจำและพูด ซึ่งร้านขนมครกที่เขากล่าวอ้าง แถวนี้ก็ไม่มี ส่วนคุณลุงที่ขายของหน้าปากซอยตนก็เคยคุย ไม่ได้มีพฤติกรรมอย่างที่เขากล่าวอ้าง คุณลุงเป็นคนใจดีทั้งสองคนสามีภรรยา ตนไม่เคยคุยกับสองแม่ลูกข้างบ้าน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเค้าไม่พอใจอะไรบ้านตน มีการตะโกนให้บ้านตนย้ายบ้านหนี แต่ตนก็ไม่คิดจะย้ายหนี เพราะไม่ได้เป็นปัญหากับตนโดยตรง ส่วนเรื่องที่อ้างว่าคุณลุงถูกแจ้งความ น่าจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะไม่มีใครไปปฏิสัมพันธ์กับสองแม่ลูกนี้

