หน้าแรก ภูมิภาค รองผู้ว่าฯ ยั...

รองผู้ว่าฯ ยัน ไม่มีผู้ใหญ่เอี่ยว คลิปโทรตบทรัพย์ผอ.สกร. จ่อให้ฝ่ายไอทีตรวจสอบเบอร์

20.09.24 | 20:24 น.

รอง ผวจ.ยันไม่มีบิ๊กผู้ใหญ่เกี่ยวข้องคลิปเสียงโทรหา ผอ.สกร.นอนกินเงินเดือนอยู่บ้าน พร้อมตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเรื่องคลิปเพิ่มและให้ฝ่ายไอทีตรวจสอบเบอร์ที่โทรหา ผอ.ว่าเป็นใคร เพื่อนำตัวมาดำการตามกฎหมายต่อไป

กรณีเพจ ปฏิบัติการหมาเฝ้าบ้าน เผยแพร่ภาพและข้อความ ระบุว่า “ผอ.กศน. นอนกินเงินเดือนอยู่บ้าน ที่ทำงานไม่เข้า ทำงานตามอัธยาศัย ผอ.ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) อำเภอศรีณรงค์ จ.สุรินทร์ หรือ กศน.เดิม นอนกินเงินเดือนสวัสดิการอยู่บ้าน ที่ทำงานไม่เข้า เข้าทีก็เฉพาะตอนประชุมหรือมีงานสำคัญ เดือนละครั้งสองครั้ง เวลามีเซ็นเอกสารก็ใช้ลูกน้องหอบแฟ้มไปให้เซ็นถึงบ้านพักในตัวเมือง ห่างไปเกือบ 60 กม. งานกิจกรรมนิเทศนักศึกษาใหม่ก็ให้ครูไปทำกันเอง รักษามาตรฐานนี้มาตั้งแต่ช่วงโควิดปี 2019 จนถึงปัจจุบัน”

โดย สนง.สกร.จังหวัด ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ใช้เวลา 7 วัน ขณะที่ นางนิตยา ผอ.สกร. ที่ตกเป็นข่าว เปิดเผยว่า ไม่ได้มีพฤติกรรมแบบนั้น บางครั้งตนก็ออกพื้นที่ บางครั้งเขาอาจไม่เห็นเราเข้ามาก็ได้ และนอกจากนี้ยังมีบุคคลที่แอบอ้างเป็นผู้ใหญ่ในจังหวัด โทรหาว่าจะตั้งคณะกรรมการสอบสวนเพื่อให้การช่วยเหลือ และให้ ผอ.เตรียมเงินใส่ซองไว้ 6 ซอง ซองละ 20,000 บาท เป็นเงิน 1.2 แสนบาทเพื่อเคลียร์ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีบุคคลสวมรอยหาประโยชน์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ พร้อมเปิดโปงคลิปเสียง ที่มีบุคคลที่แอบอ้างว่าเป็นผู้ใหญ่ในจังหวัด โทรมาหาเมื่อวันที่ 18 ก.ย.67 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความเสื่อมเสียและมีผลกระทบกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ในจังหวัดเป็นอย่างมาก

โดยในคลิปเสียงชายคนดังกล่าว ระบุอ้างว่า เป็นรองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ “จะตั้งคณะกรรมการสอบขึ้นมา 6 คน เพื่อให้การช่วยเหลือ แต่จะต้องนำเงินใส่ซองให้คนละ 2 หมื่นเป็นค่าดูแล รวมเป็นเงิน 1.2 แสนบาท โดยโอนเงินดังกล่าวผ่านบัญชีกลาง เมื่อมีการสอบเสร็จก็จะให้ทำเรื่องลักษณะขอย้ายไปเกษียณที่บ้านเกิด แต่ต้องดูแลข้าราชการระดับบิ๊กด้วยสักนิดหนึ่ง และต้องทำกันเงียบๆ ก่อนมีการขอเงินก่อนเพื่อที่จะได้ไปเลี้ยงคณะกรรมการสอบ พร้อมให้เงินแต่ละคนไปเลย ขณะที่ทาง ผอ.ขอไปหาที่ศาลากลางจังหวัด แต่ชายคนดังกล่าวตัดบทว่ามาให้ไม่ได้ ถ้ามาทุกอย่างจบหมด โดยคะยั้นคะยอให้โอนทางบัญชีกลางอย่างเดียว พร้อมถามจะดูแลผู้ว่าฯเท่าไหร่ ซึ่งทาง ผอ.ก็ถามว่า 3 หมื่นพอไหม ตอนนี้มีงบเท่าไหร่ หากไปยืมคนอื่นมาจะต้องไม่คุยเรื่องนี้ให้เขารู้ เพราะมันไม่ดีสำหรับตัวคนที่ช่วยด้วย เพราะตนก็เป็นข้าราชการผู้ใหญ่ ตอนนี้ให้ไปยืมเงินมาให้ได้ก่อนแล้วค่อยโทรมา เดี๋ยวจะให้เบอร์กลางคนที่จะรับโอนเงินให้”

หลังจากวางสายทาง ผอ.นิตยา ก็ไม่ได้ทำตามบุคคลที่โทรมาหา พร้อมนำเรื่องดังกล่าวไปบอกกับ ผอ.หลายๆ คน และต่อมาตอนเช้าบุคคลดังกล่าวก็ได้โทรมาสอบถามถึงเรื่องเงินที่คุยไว้ ทาง ผอ.ก็ให้คำตอบไปว่าหาไม่ได้เงินจำนวนเยอะขนาดนั้น พร้อมสอบถามกลับไปว่าท่านเป็นรองผู้ว่าจริงไหม ชื่ออะไร บุคคลดังกล่าวจึงต่อว่า ว่าเป็น ผอ.แบบไหนไม่รู้จักรองผู้ว่า และให้ไปถามกับ ผอ.ศูนย์ สกร.ประจำจังหวัดดู ว่าตนเป็นใคร ก่อนจะวางสายไปและก็ไม่ติดต่อมาอีกเลย โดยที่ผอ.ศูนย์ สกร.ประจำจังหวัดก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าเป็นใคร ทั้งนี้ที่ตนพูดคุยไปแบบนั้นเพราะความตกใจและไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ตามที่นำเสนอไปแล้วนั้น

Advertisement
นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์

ล่าสุด วันที่ 20 กันยายน ผู้สื่อข่าวได้เข้าพบ นายประภาส ศรีจันทร์เวียง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ที่ห้องทำงานศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ เพื่อสอบถามถึงคลิปเสียงดังกล่าว

โดย รองผวจ.สุรินทร์ ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ตนได้มีการปรึกษาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์แล้ว ซึ่งขณะนี้ท่านได้ไปราชการที่กรุงเทพมหานคร ท่านได้ยืนยันว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใดเลยกับคลิปเสียงนี้ รวมไปถึงรองผู้ว่าฯทั้ง 3 ท่านก็ได้มีการพูดคุยกันแล้ว ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทางผู้อำนวยการ สกร.จังหวัดสุรินทร์ ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกจะเป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องที่ถูกร้องเรียนว่า ผอ.สกร.อำเภอศรีณรงค์ไม่มาทำงาน กรรมการชุดที่ 2 ก็จะสอบเรื่องคลิปเสียงชายลึกลับที่แอบอ้างถึงผู้ว่าราชการจังหวัดและกรรมการทั้ง 6 คนด้วย ซึ่งทั้งหมดกำลังดำเนินการโดยเร่งด่วน และจะมีนิติกรจากส่วนกลางจาก สกร.ของอธิบดีก็ลงมาสอบในเรื่องนี้ด้วย ดังนั้นคณะกรรมการจะมีด้วยกัน 3 ชุด โดยทั้งหมดทั้งมวลข่าวลักษณะอย่างนี้เป็นข่าวที่สร้างความเสียหายให้กับหลายๆ ฝ่าย โดยเฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดกับผู้บริหารระดับจังหวัด เราไม่แน่ในว่าคลิปที่เกิดขึ้นเป็นคอลเซ็นเตอร์ที่เข้ามาสวมรอยกับทาง ผอ.สกร.ศรีณรงค์ หรือไม่อย่างไร หรือมีบุคคลอื่นที่ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ถือโอกาสเข้ามาหาผลประโยชน์กับกรณีนี้

“ส่วนหนึ่งก็ขอแจ้งประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังพี่น้องประชาชนว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์มีจำนวนมาก ส่วนที่ 2 ก็ขอยืนยันจากผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์และรองผู้ว่าฯทั้ง 3 ท่าน ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปเสียงเลย ด้วยความบริสุทธิ์ใจและจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ให้ดีที่สุด ในเบื้องต้นได้มีการตรวจสอบไปยังเบอร์โทรที่โทรเข้ามาหา ผอ.สกร.อำเภอศรีณรงค์แล้ว ไม่สามารถติดต่อได้ อย่างไรก็ตาม จะให้ฝ่ายเทคโนโลยีได้ตรวจสอบอีกครั้ง ว่าเบอร์ดังกล่าวมีการจดทะเบียนหมายเลขดังกล่าวเป็นของใคร อยู่ที่ไหนอย่างไร เพื่อที่จะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ซึ่งทาง ผอ.สกร.ประจำจังหวัดสุรินทร์ ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาเช่นเดียวกันด้วย” รอง ผวจ.สุรินทร์กล่าว