ชาวบ้านผวา หนุ่มหลอนยา ถือมีดบุกฟันหัวเพื่อนบ้านดับคาแคร่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 21 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.กาฬสินธุ์ พ.ต.ต.นิวัฒน์ โมฆรัตน์ สารวัตรสอบสวน สภ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านดงสวน หมู่ 7 ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ว่า มีคนถูกฟันด้วยอาวุธมีดเสียชีวิต ที่บ้านดงสวน หมู่ 7 ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ หลังได้รับแจ้งได้รายงานผู้บังคับบัญชา และออกตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.ตรีวิทย์ ศรีประภา ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ฑฤกร สอนวงษ์ ผกก.สภ.คำม่วง เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ฝ่ายปกครอง ผู้นำชุมชน หน่วยกู้ภัย และแพทย์เวรโรงพยาบาลคำม่วง
ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียวไม่มีเลขที่ ซึ่งกำลังก่อสร้างยังไม่เสร็จ อยู่หมู่ 7 ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ พบศพนายพิทยาทร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 ต.ผาสุก อ.วังสามหมอ จ.อุดรธานี ถูกฟันด้วยอาวุธมีดที่ท้ายทอย นอนเสียชีวิตบริเวณแคร่ไม้ไผ่ภายในบ้าน สภาพนุ่งกางเกงขาสั้น ไม่สวมเสื้อ

จากการสอบถามพยานแวดล้อมเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจพอทราบตัวผู้ต้องสงสัยที่ก่อเหตุ คือนายนุ (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี เนื่องจากก่อนเกิดเหตุช่วงคืนที่ผ่านมา นายนุซึ่งมีบ้านอยู่ห่างจากบ้านที่พบศพ ประมาณ 70 เมตร ลักษณะคล้ายคนหลอนยาพูดจาไม่รู้เรื่อง เดินถือมีดขอดายหญ้ามาถามเพื่อนบ้านว่า “แม่กูอยู่ไหน” ก่อนใช้สันมีดฟันรถยนต์ของเพื่อนบ้าน ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยจึงไม่ได้คุยอะไรมาก และพากันเข้าบ้าน จากนั้นเห็นชายต้องสงสัยเดินถือมีดไปยังบ้านหลังเกิดเหตุ กระทั่งช่วงเช้าพบนายพิทยาทรเสียชีวิต
อย่างไรก็ตามหลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบบ้านพักของนายนุ พบมีดขอดายหญ้าเปื้อนเลือดที่ถูกล้างทำความสะอาด ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นอาวุธที่ใช้ก่อเหตุ และเสื้อผ้าที่ซักแล้ว แต่ยังมีคราบเลือดติดอยู่ในบ้าน จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมคุมตัวนายนุมาสอบปากคำ ซึ่งเจ้าตัวยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ฆ่าใคร และบอกให้เจ้าหน้าที่ว่าให้เอามีดและเสื้อผ้าที่มีคราบเลือดไปตรวจสอบเสียก่อน หากเป็นเลือดคนตายจริงถึงจะยอมรับ

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจปัสสาวะของนายนุพบมีสารเสพติด เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาเสพยาเสพติดให้โดยผิดกฎหมาย และจะเร่งทำการสอบปากคำ และรวบรวมพยานหลักฐาน พิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ซึ่งต้องใช้เวลา และหากพบว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุจริงก็จะมีการแจ้งข้อหาฆ่าคนตายเพิ่ม และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


