เชียงใหม่เริ่มเวทีปรองดองวันแรก! งดสื่อเข้าฟัง กำนันแม่แตงชี้เกิดยาก หากชนชั้นนำแบ่งอำนาจไม่ลงตัว

วันที่ 1 มีนาคม  ที่หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่  นายปวิณ  ชำนิประศาสน์  ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) จังหวัดเป็นประธานเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เพื่อความสามัคคีปรองดองในระดับพื้นที่ครั้งแรก ตามนโยบาย พล.อ.เฉลิมชัย  สิทธิสาท  ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอ.รมน.ราชอาณาจักร มี พ.อ.โรมรัน  ชูก้าน รองผู้อำนวยการ กอ.รมน.จังหวัด นางวิภาวัลย์  วรพุฒิพงค์  ประธานหอการค้าจังหวัด นางศิริพร ตันติพงษ์  ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัด  นายกมลศิษฐ์  โรจน์ธนวิภัช นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้านจังหวัด  นายกิตติศักดิ์  เมฆขจร  นายกสมาคมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่แตง พร้อมข้าราชการ นักธุรกิจ กำนันผู้ใหญ่บ้าน และเจ้าหน้าที่เข้าร่วมกว่า 50 คน ซึ่งในจำนวนนี้เป็นผู้ที่จังหวัด และ กอ.รมน.จังหวัด คัดเลือกเข้าร่วมเวที รวม 35 คน ซึ่งก่อนเข้าประชุม ได้ขอให้ผู้ร่วมประชุมปิดมือถือ และห้ามเจ้าหน้าที่ที่รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และจดบันทึก นำมือถือเข้าห้องประชุมขณะปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าว เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย โดยไม่ให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังอย่างใด
นายปวิณกล่าวว่า สิ่งที่ราชการและฝ่ายความมั่นคงต้องการจากเวทีดังกล่าว คือความสามัคคี ปรองดอง พร้อมข้อเสนอแนะใน 10 หัวข้อ อาทิ การเมือง ความยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำ ความเท่าเทียมและเสมอภาค ซึ่งสรุปประเด็นความคิดเห็นและข้อเสนอแต่ละครั้ง เพื่อนำไปประมวลรวมกับการจัดเวทีดังกล่าว รวม 6 ครั้ง ก่อนนำเสนอกองทัพภาคที่ 3 และ กอ.รมน.ส่วนกลาง ซึ่งการประชุมดังกล่าวเป็นเวทีเปิดสามารถแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อนำไปสู่การทำแผนยุทธศาสตร์พัฒนาชาติ ระยะ 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเวทีดังกล่าวมีเสียงตอบรับดี ขณะนี้มีผู้ตอบรับและขอเข้าร่วมเกินเป้าหมาย จำนวน 200 คน ดังนั้น จะเพิ่มจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม ตามความเหมาะสมกับสถานที่ด้วย
201703011049597-20021028190213
นายกิตติศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่มีเวทีปรองดอง แต่ชนชัั้นนำและผู้มีอำนาจยังจัดสรรอำนาจ ผลประโยชน์ไม่ลงตัว ทำให้การปรองดองระดับล่างทำได้ยากเพราะมีระบบอุปถัมภ์ที่ฝังรากลึกในสังคมมานาน หากให้ปรองดองประสบผลสำเร็จ ชนชั้นนำและผู้มีอำนาจต้องเจรจาและมีข้อยุติเสียก่อน และเปิดโอกาสให้คนระดับล่างหรือรากหญ้ามีส่วนร่วมมากขึ้น ควรเปิดเวทีดังกล่าวตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัด เพื่อให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม หรือทุกฝ่าย หากชนชั้นนำและผู้มีอำนาจไม่สามารถแบ่งปันอำนาจและผลประโยชน์ได้ ก็ไม่สามารถแก้ขัดแย้งได้เป็นโจทย์ที่แก้ยากพอสมควร แต่การปรองดองเกิดขึ้นได้ แต่ต้องใช้เวลาอีกนาน
นางวิภาวัลย์กล่าวว่า ภาคเอกชนเห็นด้วยมีเวทีปรองดอง นำไปสู่ความสามัคคีไม่แบ่งแยก หรือเลือกข้าง เป็นการสนับสนุนนโยบายพัฒนาประเทศ หรือไทยแลนด์ 4.0 เพื่อให้การค้า ลงทุน ท่องเที่ยว สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชาติและแข่งขันเวทีโลกได้ เพราะเรื่องสำคัญคือ ด้านเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้าน หากเศรษฐกิจดี ประชาชนอยู่ดีกินดี ส่วนข้อเสนออยากให้รัฐบาลแก้ปัญหาการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น อยากเห็นการเลือกตั้งโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่ประชาธิปไตย และการเมืองที่มีเสถียรภาพ ควบคู่กับเศรษฐกิจ และสังคม ที่มีความเข้มแข็ง มั่นคง เพื่อขับเคลื่อนพัฒนาชาติไปพร้อมกัน
บทความก่อนหน้านี้รวบ2หนุ่มอ้างเป็นผบก.น.4 โทรตุ๋นเจ้าของร้านอาหารให้โอนเงินเฉียดแสน เอาไปเล่นพนัน เสพยา
บทความถัดไป“กกต.” รัดเข็มขัดลดรายจ่ายสำนักงาน