น้ำป่าไหลหลาก ซัดบ้านไปพร้อมยายเจ้าของ ชาวบ้านพบร่างแล้ว
ผู้สื่อข่าวรรายงานว่า น้ำป่าจากอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ได้หลากซัดบ้านของ นางเสมอ (สงวนนามสกุล) ซึ่งชาวบ้านในหมู่บ้านลงขันสร้างบ้านให้ยาย ที่มีฐานะยากจน และกำลังจะทำพิธีส่งมอบบ้านแต่ปรากฏว่า เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน มีน้ำป่าไหลหลากมาตามลำห้วยแม่ตาลพัดพาบ้านหลังดังกล่าวสูญหายไปกับสายน้ำทั้งหลัง และพัดร่างยายคนดังกล่าวซึ่งอยู่ภายในบ้านเพียงคนเดียวไปด้วยเช่นกัน
โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กันยายน พบร่างนางเสมอแล้ว โดยคาดว่าถูกน้ำป่าพัดจากบ้านปางปง-ปางทราย ไหลมากับน้ำในลำห้วย ระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร โดยชาวบ้านไปพบร่างข้ามหมู่บ้าน ไหลไปถึงบ้านแม่ตานน้อย ไหลติดกับวัชพืช แล้วมาติดค้างบริเวณเสาไฟฟ้ากลางหมู่บ้าน

ด้านน้ำป่าที่หลากลงมาจากยอดเขาสูงในเขตอุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล ที่ไปสร้างผลกระทบในหมู่บ้านต้นน้ำในหมู่บ้านปางปง-ปางทราย, หมู่บ้านห้วยเรียน ต.เวียงตาล อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง ก่อนหน้า ขณะนี้ได้ไหลหลากมาตามลำน้ำแม่ตาลถึงที่บ้านจำ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร จ.ลำปางแล้ว กระแสน้ำมาเร็วมาก เพียง 4 ชั่วโมงก็ไหลมาถึง ปกติจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่า 6 ชั่วโมงถึงจะมาถึง แต่ครั้งนี้ มวลน้ำก้อนใหญ่ที่มาเร็วและแรง จึงไหลมาถึงเร็ว
ทำให้กระแสน้ำไหลท่วมหมู่บ้านจำ ต.ปงยางคก อ.ห้างฉัตร ซึ่งเป็นจุดที่ลุ่มต่ำสุด รวมถึงหมู่บ้านอื่นๆ อีกหลายหมู่บ้านของ ต.ปงยางคก ได้รับผลกระทบไปกว่า 1,000 หลังคาเรือน รวมถึงวัดบ้านจำ และตลาดสดบ้านจำ และที่ตั้งของโรงเรียนบ้านจำเดิม ถูกท่วมไปทั้งหมด ระดับน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 1 เมตร ซึ่งในที่ลุ่มต่ำมาก ก็สูงกว่า 2 เมตร เจ้าหน้าที่รีบขนย้ายผู้สูงอายุ เด็ก และผู้ป่วยติดเตียงออกมา ท่ามกลางกระแสน้ำที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นกระแสน้ำที่เป็นสถานการณ์ที่หนักสุดในรอบ 70 ปี ซึ่งเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ประสบภัยไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ไม่หนักมากเท่ากับในครั้งนี้
นอกจากนี้ ยังกระทบต่อถนนสายเลี่ยงเมือง เส้นทาง อ.เกาะคา และ อ.ห้างฉัตร สูงกว่า 2 เมตร กระแสน้ำไหลเชี่ยวมาก เจ้าหน้าที่ปิดกั้นการจราจรไม่ให้รถทุกชนิดผ่าน ให้เลี่ยงไปใช้เส้นทางหลักในเขต อ.เมืองลำปางแทน ปกติเส้นทางนี้มักจะมีรถที่มาจากกรุงเทพฯ ใช้ลัดเมือง เพื่อไปยัง จ.ลำพูน และเชียงใหม่ แต่วันนี้ไม่สามารถผ่านไปได้ ซึ่งขณะนี้สถานการณ์น้ำยังคงมีระดับที่ทรงตัว หากเกิดฝนตกหนักซ้ำลงมาอีก อาจจะท่วมสูงขึ้นได้

