หญิงวัย 65 เศร้า น้ำแม่ริมกัดเซาะบ้านจนพังถล่มทั้งหลังต่อหน้าต่อตา รวมมีบ้านถูกน้ำกัดเซาะพังถล่มรวม 3 หลัง
จากกรณีบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่ริม พื้นที่บ้านทรายมูล ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ถูกกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากกัดเซาะจนบ้านทั้งหลังพังถล่มลงไปในแม่น้ำ เนื่องจากมีฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางดึก 23 กันยายน จนถึงรุ่งเช้าวันที่ 24 กันยายน ส่งผลให้น้ำป่าไหลลงสู่ลำน้ำแม่ริมจนระดับเพิ่มสูงขึ้นและไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และกัดเซาะตลิ่งจนทำให้บ้านที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำพังถล่ม เหตุเกิดเมื่อช่วงเย็นวันที่ 23 กันยายน
ล่าสุด ช่วงเช้าวันที่ 24 กันยายน ชาวบ้านในพื้นที่พากันมายืนดูสภาพบ้านที่พังถล่ม โดยเมื่อกลางดึกที่ผ่านมามีบ้านใกล้เคียงถูกน้ำแม่ริมกัดเซาะจนพังถล่มเพิ่มเติมอีก 2 หลัง รวมมีบ้านพังถล่มทั้งหมด 3 หลัง ขณะเดียวกันบ้านที่อยู่ริมน้ำแม่ริมฝั่งตรงข้าม ในพื้นที่ ต.ริมเหนือ อ.แม่ริม ก็ถูกน้ำกัดเซาะตลิ่ง จนบ้านหลายหลังสุ่มเสี่ยงพังถล่ม เจ้าหน้าที่ต้องประกาศให้ชาวบ้านออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

นางมุกดา อายุ 65 ปี เจ้าของบ้านที่พังถล่มหลังแรก เปิดเผยว่า บ้านหลังนี้ลูกชายกู้เงินธนาคารมาสร้าง 500,000 บาท และสร้างมาได้ประมาณ 3 ปี ตั้งแต่เมื่อคืนวานนี้ฝนในพื้นที่ตกหนักมากจนระดับน้ำแม่ริมเพิ่มสูงขึ้นและไหลเชี่ยว น้ำได้กัดเซาะดินริมตลิ่งใกล้บ้านของตน จนได้ยินเสียงบ้านลั่น เจ้าหน้าที่รีบมาแจ้งให้ขนย้ายสิ่งของจำเป็นและออกจากบ้านไปอยู่ในที่ปลอดภัย จึงรีบขนย้ายสิ่งของเท่าที่จำเป็นไปอยู่กับญาติ
นางมุกดาเผยว่า กระทั่ง 16.00 น. น้ำกัดเซาะริมตลิ่งมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้บ้านทั้งหลังพังถล่มลงไปในน้ำ ได้แต่ยืนดูบ้านพังไปต่อหน้าต่อตา เสียใจมากจนน้ำตาไหลเหมือนสิ้นเนื้อประดาตัว ทรัพย์สินเสียหายเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะบ้านที่เพิ่งผ่อนจ่ายเงินที่กู้จากธนาคารมาสร้างได้เพียง 3 ปีเท่านั้น ยังไม่รู้ว่าอนาคตจะทำอย่างไร ตอนนี้คงไปอาศัยพักกับญาติไปก่อน

“หลังจากนี้คงไปหาพื้นที่สร้างบ้านหลังใหม่อยู่ คงไม่กลับมาอยู่ที่เดิมแล้ว เพราะรู้สึกกลัวจะเกิดเหตุซ้ำ โดยที่ดินริมน้ำจุดนี้อาศัยอยู่มาตั้งนานแล้วไม่เคยเกิดเหตุรุนแรงเช่นนี้มาก่อน แม้ก่อนหน้านี้จะมีฝนตกและน้ำแม่ริมเพิ่มระดับสูงขึ้นกัดเซาะริมตลิ่ง แต่เทศบาลก็นำหินและกระสอบทรายมาป้องกันได้ แต่ครั้งนี้กระแสน้ำไหลแรงและเปลี่ยนทิศทาง” นางมุกดากล่าว
ด้าน นายวัชระ เทพกัน นายอำเภอแม่ริม กล่าวว่า มีบ้านเรือนประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมกว่า 1,000 ครัวเรือน ล่าสุด ยังมีอีกประมาณ 6 หมู่บ้านที่ยังถูกน้ำท่วมขัง เนื่องจากน้ำแม่ริมยังล้นตลิ่งอยู่ สำหรับบ้านริมน้ำแม่ริมที่พังถล่ม ทางอำเภอจะประสานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เร่งให้การช่วยเหลือ เบื้องต้นตามระเบียบราชการจะให้การช่วยเหลือบ้านที่พังเสียหายทั้งหลังจากอุทกภัย ไม่เกินหลังละ 49,500 บาท ซึ่งอาจไม่เพียงพอกับความเสียหายที่เกิดขึ้น ทางอำเภอจะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกครั้ง


