อธิบดีกรมอุทยานฯ ชี้เหตุระเบิดขสป.ฮาลาบาลา นราธิวาส คนร้ายเป็นกองกำลังก่อความไม่สงบ คาดเป็นกลุ่มเดียวกันที่ระเบิดโรงไฟฟ้าชีวมวล เมื่อเม.ย. 67
กรณีมีคนร้ายประมาณ 20 คน บุกเข้าไปในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า(ขสป.) ฮาลา-บาลา จ.นราธิวาส และวางระเบิดอาคารสำนักงาน และเปิดเซฟคลังอาวุธปืนลูกซอง ที่เก็บไว้ในสำนักงาน รวมทั้งวางเพลิงบ้านพักอีก 3 หลัง เมื่อวันที่ 21 ก.ย. ที่ผ่านมา นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 24 ก.ย. นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ขสป.ฮาลาบาลา ได้เข้าไปในพื้นที่บางส่วนได้แล้ว ล่าสุดมีการสำรวจพบอาวุธปืนลูกซองของทางราชการหายไป 10 กระบอก ส่วนปืนขนาด .38 ที่เคยแจ้งว่าหายไปด้วย ขณะนี้เจอแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่อีโอดีอยู่ระหว่างการสำรวจตรวจค้นเพิ่มเติมว่ายังมีระเบิดอีกหรือไม่ คาดว่าภายใน 1-2 วันนี้จะสามารถเคลียร์พื้นที่โดยรวมได้ แต่อย่างไรก็ตามต้องให้เจ้าหน้าที่ทหารยืนยันความปลอดภัยอีกครั้ง
จากนั้นเจ้าหน้าที่ขสป.ฮาลาบาลา จึงจะเข้าไปสำรวจความเสียหายว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งในส่วนของสำนักงานมีความเสียหายหนัก เพราะมีการวางระเบิดเพื่อขโมยปืนไปด้วย 10 กระบอก ส่วนบ้านพักที่ถูกวางเพลิงต้องเข้าไปดูว่าซ่อมแซมอะไรได้มากแค่ไหน

เมื่อถามว่าทราบกลุ่มก่อเหตุในครั้งนี้แล้วหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า ตามที่พล.ต.เฉลิมพร ขำเขียว ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ให้สัมภาษณ์ไว้ เชื่อว่าเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวในพื้นที่คือ กลุ่มของนายสูติมัน กูบารู และนายมันโซ ปูเตะ ซึ่งมีกองกำลังประมาณ 20 คน และตรงกับกลุ่มก่อเหตุที่วางระเบิดที่ขสป.ฮาลาบาลาในครั้งนี้พอดี ซึ่งคาดว่ากลุ่มก่อเหตุได้ไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว เพราะจุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากชายแดนประมาณ 3 กิโลเมตรเท่านั้น เข้าถึงพื้นที่ได้ง่าย น่าจะเป็นลักษณะของการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ และมีการขโมยปืนไปด้วย
เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ ว่ามีสาเหตุมาจากความขัดแย้งภายในองค์กรด้วย นายอรรถพล กล่าวว่า ไม่มี เพราะการก่อเหตุเป็นลักษณะของมืออาชีพ มีการวางระเบิดซึ่งเป็นลักษณะกลุ่มก่อความไม่สงบมากกว่า มีความรู้ มีความพร้อมทางยุทธวิธี มีเทคโนโลยีในการทำอาวุธ ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าน่าจะเคยก่อเหตุที่โรงไฟฟ้าชีวมวล นราธิวาส ในช่วงเดือนเม.ย. 67 ที่ผ่านมา เพราะมีลักษณะการก่อเหตุคล้ายๆ กัน

เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่อุทยานฯ มีความขัดแย้งกับชาวบ้านในพื้นที่บ้างหรือไม่ นายอรรถพล กล่าวว่า เป็นไปไม่ได้ เพราะที่ผ่านมามีการจัดโครงการกิจกรรมเที่ยวชมป่า ดูนกเงือก วิ่งมาราธอน ซึ่งชาวบ้านเองก็มีส่วนร่วมในโครงการดังกล่าว มีนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับชาวบ้าน เหตุผลความขัดแย้งจึงเป็นไปไม่ได้เลย และโครงการนี้ก็ดำเนินการมาหลายปีแล้ว ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องและเข้ามาในพื้นที่มากขึ้น พอเริ่มมีความเจริญเข้ามา กลุ่มก่อเหตุก็มักจะสร้างสถานการณ์ ทำให้ตอนนี้โครงการต้องหยุดชะงักไป อย่างไรก็ตามตนได้กำชับถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่เป็นหลัก พยายามดูแลทั้งเรื่องสวัสดิการ และให้กำลังใจ โดยในวันพรุ่งนี้ (25ก.ย.) ตนจะลงพื้นที่อีกครั้ง

