หน้าแรก ภูมิภาค เร่งปล่อยน้ำร...

เร่งปล่อยน้ำรับฝนใหม่ลุ่มน้ำห้วยหลวง พบปัญหาคอขวด-น้ำโขงหนุน

25.09.24 | 19:21 น.

เร่งปล่อยน้ำรับฝนใหม่ลุ่มน้ำห้วยหลวง พบปัญหาคอขวด-น้ำโขงหนุน

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 25 กันยายน ถึงสถานการณ์น้ำท่วมในลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนกลาง มีฝนตกลงมาทุกพื้นที่ไม่เกิน 10 มม. แต่ยังมีน้ำค้างจากฝนวันก่อนเหนืออ่าง ที่ไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำห้วยหลวง ต้นทางของลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนกลาง 9.8 ล้าน ลบ.ม. ทำให้มีน้ำในอ่าง 134 ล้าน ลบ.ม. จากความจุสูงสุด 135.5 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 99.17% ของความจุ ทำให้อ่างเก็บน้ำเปิดประตูระบายน้ำเพิ่มขึ้นจาก 6 ล้าน ลบ.ม./วัน เป็น 7.1 ล้าน ลบ.ม./วัน (เปิดประตู 3 บานสูง 60 ซม.) จากแผนเดิมจะเปิดระบาย 8 ล้าน ลบ.ม./วัน หลังจากประเมินต้นน้ำไม่มีฝนตกเพิ่ม ซึ่งยังเปิดระบายน้อยกว่าวันที่ 17 กันยายน 2566 ที่เปิดระบายสูงถึง 17 ล้าน ลบ.ม./วัน ทำให้น้ำท่วมลุ่มน้ำห้วยหลวงกว่า 1 สัปดาห์

น้ำที่ไหลออกจากอ่างห้วยหลวงได้ไหลไปรวมกับลำห้วยเชียง ลำห้วยลี ลำห้วยทราย และลำห้วยสาขา จากฝนตกหนักใน อ.กุดจับ จ.อุดรธานี วัดปริมาณน้ำได้สูงถึง 175 มม. เมื่อคืนวันที่ 23 กันยายน แล้วไหลผ่านประตูระบายน้ำบ้านหัวขัว ต.เมืองเพีย อ.กุดจับ ที่ยกบานประตูทั้ง 3 บานขึ้นสูงสุด 8 เมตร มีน้ำระบายผ่านไป 15.57 ล้าน ลบม. โดยมีชาวบ้านนำเอาอุปกรณ์หาปลา อาทิ สวิง แห ตาข่าย ยอ และยอยักษ์ มาจับปลาบริเวณท้ายประตูน้ำ ได้ปลากันจำนวนมากไปทำอาหารกินกัน ส่วนใหญ่เป็นปลาขาว บรรยากาศเป็นไปอย่างสนุกสนาน

Advertisement

ขณะที่น้ำไหลผ่านประตูน้ำบ้านหัวขัว ได้ไหลล้นตลิ่งลำห้วยหลวง และลำห้วยสาขา เข้าท่วมพื้นที่เรือกสวนไร่นา ตลอดสองข้างลำห้วยหลวงที่เป็นที่ลุ่มต่ำ บางจุดไหลท่วมทับคลองส่งน้ำ ตั้งแต่ ต.เมืองเพีย ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ โดยเฉพาะที่บ้านหนองบึงมอ ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ น้ำไหลตลิ่งลำห้วยหลวง และลำห้วยสาขา มีน้ำท่วมสูงและกระแสน้ำแรง ท่วมบ้านเรือนประชาชน และถนนสายเชียงยืน-เชียงเพ็ง อ.กุดจับ เป็นช่วงๆ รถเล็กผ่านไม่ได้ ระดับน้ำสูงเท่ากับน้ำท่วมในปีที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่และอาสาสมัคร ต้องนำรถและเรือมาอำนวยความสะดวก ขนทั้งคนและรถจักรยานยนต์ เพื่อเข้าออกมาทำงานในตัวเมือง และกลับบ้าน

ลำน้ำห้วยหลวงที่เอ่อล้นตลิ่งในบางจุด ได้ไหลผ่าน ต.เชียงยืน ต.นากว้าง ต.หมูม่น อ.เมืองอุดรธานี มาสมทบกับน้ำที่ระบายจากอ่างฯหนองสำโรง ความจุ 11.5 ล้าน ลบ.ม. แก้มลิงที่รับน้ำจากคลองป้องกันน้ำท่วมฝั่งตะวันตก จนน้ำเต็มความจุต้องระบายออก 0.63 ล้าน ลบ.ม./วัน ไหลลอดทางรถไฟอุดรธานี-หนองคาย และไหลลอดสะพานบ้านท่าตูม ถ.มิตรภาพ ต.หมูม่น อ.เมือง อุดรธานี ที่เป็นลักษณะคอขวด หรือลำห้วยมีความแคบ ระดับน้ำจึงขึ้นติดถึงใต้ท้องสะพาน ซึ่งสะพานนี้ติดตั้งมาตรวัดอัตโนมัติ ได้เปลี่ยนจาก “ธงเหลือง” เป็น “ธงแดง” เตือนภัยว่าน้ำล้นตลิ่ง โดยไหลเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำ ต.นาข่า ต.กุดสระ และ ต.สามพร้าว อ.เมือง อุดรธานี สองฝั่งลำห้วยหลวง

สำหรับประตูน้ำบ้านสามพร้าว ต.สามพร้าว อ.เมืองอุดรธานี ที่ถือเป็นจุดสิ้นสุดของลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนกลาง เปิดประตูระบายน้ำเต็มที่ทั้ง 4 บาน ระดับน้ำหน้าประตูและหลังประตูระบายน้ำสูงเท่ากัน สภาพน้ำท้ายประตูหนุนสูง ทำให้น้ำระบายช้ากว่าปกติ สามารถระบายน้ำผ่านไปได้เพียง 9.8 ล้าน ลบ.ม./วัน เท่านั้น ทั้งที่มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ 8 เครื่อง บริเวณสะพานหลังประตูระบายน้ำ โดยประตูน้ำบ้านสามพร้าว เป็นจุดการระบายน้ำแห่งเดียวของการระบายน้ำลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนกลาง

ขณะการปกป้องย่านเศรษฐกิจอุดรธานี มีปัญหาที่อ่างกุดลิงง้อ ด้านตะวันตกของเมือง ความจุ 6.4 ล้าน ลบ.ม. น้ำเต็มความจุมากว่า 1 สัปดาห์ วันนี้ล้นสปริงเวย์ออกมา 0.62 ล้าน ลบ.ม./วัน ทางระบายน้ำขนานถนนไปลงคลองป้องกันน้ำท่วมฝั่งตะวันตกไม่ทัน น้ำไหลเอ่อล้นถนนวงแหวนเข้าเขต ทน.อุดรธานี ส่วนน้ำจากลำห้วยขุ่นมีปริมาณมาก ไหลมาถึงถนนมิตรภาพ ช่วง ทต.บ้านจั่น ก่อนเข้าเมืองอุดรธานี เกิดสภาพเป็นคอขวดช่วงไหลขนานถนนมิตรภาพ ไม่สามารถไหลลงคลองป้องกันน้ำท่วมฝั่งตะวันออกได้สะดวก จึงไหลท่วมถนนมิตรภาพระยะทางราว 500 เมตร และมวลน้ำนี้จะไปไหลรวมกับน้ำระบายออกมาจาก อ่างฯบ้านจั่น ที่วันนี้ระบายออก 1.42 ล้าน ลบ.ม./วัน ซึ่งจะไปรวมกับลำห้วยอิฐ ก่อนไหลลงสู่ลำห้วยหลวงที่ประตูน้ำบ้านสามพร้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า วันนี้มีการประชุมคณะกรรมการลุ่มน้ำห้วยหลวง ประกอบไปด้วย จ.อุดรธานี และ จ.หนองคาย เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาน้ำท่วม กลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนกลาง ที่พบว่ามีปัญหาคือขวดที่สะพานบ้านท่าตูม น้ำไหลผ่านไปได้เพียง 50% ต้องหาช่องทางระบายน้ำเพิ่มเติม และลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนล่าง สามารถระบายลงน้ำโขง ที่ปากน้ำ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย ล่าสุดวันนี้น้ำโขงต่ำกว่านำห้วยหลวง 4 ซม. ระบายน้ำได้เพียง 14.7 ล้าน ลบ.ม./วัน เท่านั้น จึงมีน้ำสะสมล้นลำห้วยหลวง เข้าท่วมพื้นที่ อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย และ อ.สร้างคอม จ.อุดรธานี โดยมีแผนจะใช้เครื่องผลักดันน้ำลงน้ำโขงเพิ่มเติม