ป้าวัย 53 ชาวขอนแก่น นำเงิน 10,000 ไปไถ่ถอนสร้อยข้อมือทองคำจากโรงรับจำนำ หลังจากนำไปจำนำไว้นานเกือบปีเพื่อเอาเงินมาเป็นค่าฟอกไตที่ตนเองล้มป่วย เผยดีใจที่รัฐบาลให้เงินส่วนนี้ หากไม่มีเงินจำนวนนี้คงไม่ได้เห็นสร้อยทองเส้นนี้อีก
เมื่อวันที่ 27 กันยายน ที่สถานธนานุบาลเทศบาลนครขอนแก่น แห่งที่ 1 เขตเทศบาลนครขอนแก่น ประชาชนชาวขอนแก่นทยอยเดินทางมาไถ่ถอนสิ่งของที่จำนำไว้ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท อย่างคึกคัก ส่วนใหญ่จะเป็นทองคำรูปพรรณ เครื่องมืออุปกรณ์ทางการเกษตร รวมทั้งผ้าไหม ภายหลังจากได้รับเงินจำนวน 10,000 บาท จากรัฐบาลตามโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ
นางรัตติยา อายุ 53 ปี ชาวบ้านนาเพียง ต.สำราญ อ.เมือง จ.ขอนแก่น กล่าวว่า นำสร้อยคอทองคำมาจำไว้ตั้งแต่ปี 2566 ในราคา 10,000 บาท แล้วนำเงินที่ได้ในตอนนั้นไปฟอกไตที่ตนกำลังป่วยอยู่ พอได้เงินจากรัฐบาลมา 10,000 บาท จึงนำเงินที่ได้มาไถ่ถอนทองคำที่จำไว้ออกมาใส่ ดีใจที่รัฐบาลนำเงินก้อนนี้ให้ หากไม่ได้รัฐบาลช่วย คงไม่รู้จะนำเงินที่ไหนมาไถ่ถอนทองคำออกมาใส่ได้

น.ส.ปิยะดา วงศ์ละคร ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลนครขอนแก่น แห่งที่ 1 กล่าวว่า หลังจากประชาชนได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาลที่ได้รับเงิน 10,000 บาท ตลอด 2 วันที่ผ่านมามีประชาชนทยอยเข้ามาไถ่ถอนสิ่งของที่จำนำไว้ในราคาไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งบางคนจำนำสิ่งของไว้เกือบ 1 ปี ยังไม่มีเงินมาไถ่ถอน ได้แต่จ่ายเฉพาะดอกเบี้ยไปก่อน แต่หลังจากได้เงินแล้วก็มาไถ่ถอนสิ่งของออกไป
น.ส.ปิยะดากล่าวว่า จากการสอบถามพบว่าคนที่มาไถ่ถอนได้เงินจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลจ่ายให้กับกลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มแรก

ขณะที่บรรยากาศวันที่ 3 การแจกเงิน 10,000 คน กลุ่มเปราะบาง ซึ่งเป็นผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และบัตรผู้พิการ ที่มีเลขประจำตัวประชาชนหลักสุดท้าย เป็นเลข 4-7 ยังคงคึกคัก โดยเฉพาะที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ ธ.ก.ส. สาขาขอนแก่น ถนนรื่นรมย์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้มีสิทธิรับเงินต่างพากันเดินทางมารอถอนเงิน 10,000 บาท จนล้นออกมานอกธนาคาร โดย ธ.ก.ส.สาขาขอนแก่น มีการจัดเก้าอี้ให้ผู้มาใช้บริการได้นั่งรอคิวเพื่อเข้าทำธุรกรรมภายในธนาคาร พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการปรับเช็กสมุดคู่ฝากเพื่อดูยอดเงินในบัญชีในเบื้องต้นด้วย

