ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 2 มีนาคม สภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลำปาง เริ่มจะเห็นหมอกควันไฟลอยปกคลุมในพื้นที่มากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงเช้าที่หมอกควันไฟลอยต่ำเหนือพื้นดิน ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพอากาศในพื้นที่ จ.ลำปาง ในช่วงเช้าที่ยังคงมีความหนาวเย็น จึงทำให้กดหมอกควันไฟ ซึ่งเป็นฝุ่นละอองขนาดเล็กจากการเผาไหม้ที่ลอยในอากาศให้ตกลงมาอยู่ระดับต่ำเหนือพื้นดิน ทำให้ประชาชนชาวลำปาง สามารถมองเห็นอย่างชัดเจน
สำหรับหมอกควันไฟดังกล่าวนั้นมาจากไฟไหม้พื้นที่การเกษตร และพื้นที่ป่าใน จ.ลำปาง ที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในวันนี้ค่าเฉลี่ยของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติของกรมควบคุมมลพิษ ที่ตั้งอยู่ใน จ.ลำปาง 4 แห่ง ได้รายงานค่าเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยวันที่ 2 มี.ค. อยู่ระหว่าง 71 – 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งค่าเฉลี่ยในพื้นที่ ต.บ้านดง อ.แม่เมาะ จ.ลำปาง วัดได้สูงสุด 110 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนที่ ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ซึ่งเป็นเขตตัวเมืองลำปาง วัดได้ 93 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยเป็นค่าเฉลี่ยที่ขยับเพิ่มสูงขึ้น และขยับเข้าใกล้ค่าห้ามเกินมาตรฐาน 120 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรแล้ว ทำให้ทาง จ.ลำปาง ได้เร่งมาตรฐาน และการปฎิบัติงาน ในการป้องกันการเกิดไฟไหม้ป่า และพื้นที่การเกษตร เพื่อไม่ให้ค่าเฉลี่ยพุ่งสูงเกินมาตรฐาน
นายสุวัฒน์ พรมสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง กล่าวว่า ในเรื่องนี้ทางจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐ และประชาชนจิตอาสาในการดับไฟป่าใน จ.ลำปาง ได้ระดมกำลังกันออกตรวจสอบ และช่วยกันดับไฟป่าในทุกพื้นที่ของ จ.ลำปาง อย่างจริงจัง และในทุกพื้นที่ ถึงแม้จะอยู่ในป่าลึกหรือสูงชันบนยอดเขา ทุกคนก็เดินเท้าเข้าไปดับไฟ เพื่อไม่ให้ลุกลามขยายวงกว้าง และเป็นการเร่งดับ เพื่อไม่ให้เกิดกลุ่มควันไฟลอยสะสมในอากาศ แต่ทว่าหากยังมีคนบางคนที่ขาดจิตสำนึก และยังจุดไฟเผาป่า ก็จะทำให้ปัญหายังมีเกิดขึ้น ตนเองจึงขอวอนให้ชาวลำปางทุกคนอย่าได้จุดไฟเผาป่า พื้นที่การเกษตร ป่าหญ้าริมถนน และในที่โล่งแจ้ง เพื่อเป็นการร่วมกันแก้ไขปัญหาในปีนี้ ที่ขณะนี้มีแนวโน้มน่าห่วงมากขึ้น

