หน้าแรก ภูมิภาค แม่วัย 68 สุด...

แม่วัย 68 สุดช้ำ มาทวงค่าเลี้ยงดู แต่ลูกสาวสั่งรปภ.ห้ามเข้าหมู่บ้าน ต้องนอนตากฝนรอลูก

27.09.24 | 18:18 น.

นนทบุรี – จนท.สาธารณสุข ช่วยแม่วัย 68 ปี ถูกลูกสาวสั่งรปภ. ห้ามให้เข้าหมู่บ้าน นอนตากแดดตากฝนรอลูก เพื่อทวงเงินค่าเลี้ยงดูจากลูก 3 คน ที่ไม่ให้มา 5 เดือน

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 27 กันยายน นายธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ผู้ช่วย รมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขนนทบุรี และเจ้าหน้าที่คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งนนทบุรี เดินทางมายัง สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

หลังได้รับเรื่องร้องเรียนมีหญิงสูงวัยถูกไล่ออกจากหมู่บ้าน ทำให้ไม่มีที่พัก ต้องเร่ร่อนนอนนอกบ้านทั้งที่ฝนตก ไม่ว่าจะเป็นวัด รถกอล์ฟ แม้เพื่อนบ้านได้แจ้งลูกสาวหญิงรายดังกล่าวแล้ว แต่ลูกกลับบอกว่าให้ไปแจ้งตำรวจเอา ขณะที่หญิงรายนี้โวยวายด่าทอลูกสาวอยู่เป็นประจำ สร้างความรำคาญให้คนในหมู่บ้าน จนต้องขอความช่วยเหลือไปยังผู้ช่วย รมว.สาธารณสุข ให้ลงพื้นที่มาช่วยเหลือ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบัวทอง ได้เชิญตัวหญิงคนดังกล่าวมาพูดคุย ทราบชื่อคือ นางวีณา อายุ 68 ปี

Advertisement

นางวีณาเล่าว่า 2 วันก่อนได้นั่งแท็กซี่มาหาลูกสาวกับลูกเขยที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน อ.บางบัวทอง เพื่อมาทวงเงินค่าเลี้ยงดูรายเดือนที่ลูกอีก 2 คน ได้โอนเงินผ่านมาที่ลูกสาวคนนี้ รวมกับที่ตัวลูกต้องจ่ายให้ตนด้วยอีกเดือนละ 2 พันบาทเท่ากับคนอื่นๆ รวมเป็นเดือนละ 6 พันบาท แต่ตอนนี้ผ่านมา 5 เดือนแล้วตนไม่ได้รับเงินค่าเลี้ยงดูมาตั้งแต่เดือน พ.ค. จึงนั่งรถมาทวงถาม

ปรากฏว่าเมื่อนั่งแท็กซี่มาถึงหน้าหมู่บ้าน รปภ.กับนิติบุคคล กลับไม่ให้เข้าไปหาลูก อ้างว่าเป็นคำสั่งลูกที่สั่งไว้เด็ดขาดว่าไม่ให้ตนเข้าหมู่บ้านทุกกรณี ตนไม่มีเงินติดตัว เพราะหวังมาเอาเงินจากลูกสาว ที่ลูกคนอื่นโอนฝากมาให้ ทำให้ไม่มีเงินจ่ายค่าแท็กซี่ ต้องขอยืมเงิน รปภ.หมู่บ้านจ่ายค่ารถก่อน เมื่อไม่มีเงินและเข้าไปหาลูกในหมู่บ้านไม่ได้ จึงนอนคอยลูกอยู่หน้าหมู่บ้าน กระทั่งเมื่อคืนมีตำรวจมาเชิญให้ตนไปนอนที่โรงพักก่อน

ปกติไม่ได้พักอยู่กับลูกคนนี้ แต่ทุกเดือนจะนั่งรถมาหาเพื่อมาเอาเงินค่าเลี้ยงดูที่ลูกคนอื่นโอนมาฝากกับลูกคนนี้ไว้ให้ตนกินใช้รายเดือน แต่ครั้งนี้ลูกกลับไม่ให้เงิน อ้างว่าเอาเงินไปใช้หนี้หมดแล้ว ซึ่งเป็นหนี้อะไรไม่รู้ แถมยังสั่ง รปภ.ไม่ให้เข้าหมู่บ้านอีก ตนยังต้องการพบลูกคนนี้เพื่อให้ช่วยรับรองเรื่องที่ตนขอย้ายไปอยู่วัดด้วย ซึ่งทางวัดให้ครอบครัวเซ็นรับรองก่อน ตอนนี้หมดที่ไป ไม่รู้จะไปอยู่ไหน จะย้ายไปอยู่วัดก็ไม่มีใครรับรองให้

ด้านนายธนกฤตกล่าวว่า จากการพูดคุยกับคุณป้ารายนี้ พบว่าคุณป้าเคยอาศัยอยู่กับลูกสาวและลูกเขยในหมู่บ้านนี้มาก่อน แต่มีปัญหากับลูก จึงได้ย้ายออกจากบ้าน โดยตระเวนไปนอนตามวัดบ้าง โรงพักบ้าง บางครั้งได้เงินมาก็นำไปซื้อเหล้าขาวกิน เรื่องนี้ต้องพูดคุยปรับความเข้าใจกันระหว่างลูกสาวกับคุณป้ารายนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาคุณป้าได้ขายบ้านและที่ดินแล้วนำมาแบ่งให้กับลูกๆ ทั้ง 3 คน ทำให้ลูกทั้งสามเป็นผู้ได้รับมรดกจากคุณป้าไป

ดังนั้นตามกฎหมาย หากทอดทิ้งไม่ดูแลบุพการี สามารถที่จะฟ้องร้องเรียกมรดกคืนมาได้ เรื่องนี้เป็นเรื่องของแม่ที่สามารถดูแลลูกได้ 3 คน แต่ลูก 3 คนกลับเลี้ยงดูแม่คนเดียวไม่ได้ หลังจากนี้ตนจะลงพื้นที่ไปพบกับทางลูกสาวและลูกเขยของคุณป้าเพื่อพูดคุยกันก่อน