เขื่อนเจ้าพระยา เร่งระบาย 1,900 ลบ.ม. วันที่ 2 เตือนท้ายเขื่อนยกของขึ้นที่สูง
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีกรมชลประทานออกประกาศแจ้งเตือน 11 จังหวัดภาคกลาง ประกอบด้วย จ.อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และ กรุงเทพมหานครฯ ต้องเตรียมการรับมือปริมาณน้ำที่จะเกิดขึ้นจากอิทธิพลจากร่องมรสุมที่จะทำให้ฝนตกหนักทางตอนบนและภาคกลางของประเทศ มีผลทำให้ปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนเจ้าพระยามากขึ้นถึง 2,350 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ทำให้ต้องมีการพิจารณาปรับเพิ่มการระบายแบบขั้นบันไดขึ้นไปในเกณฑ์ไม่เกิน 2,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกตัวขึ้น 1-1.5 เมตรนั้น
ล่าสุดสถานการณ์น้ำที่เขื่อนเจ้าพระยาคงอัตราการระบายน้ำไว้ที่ 1,899 ลบ.ม./วินาที ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 เพื่อลดผลกระทบทั้งเหนือและท้ายเขื่อน และพบว่าปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงเขื่อนเจ้าพระยาผ่านจุดวัดน้ำ C2 หน้าค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อเวลา 15.00 น. วัดได้ 1,949 ลบ.ม./วินาที โดยระดับน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยาลดลงล่าสุดวัดได้ 15.81 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.)

ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาได้คงการระบายน้ำไว้ที่ 1,899 ลบ.ม./วินาที เพื่อสร้างพื้นที่ว่างในลำน้ำรองรับปริมาณน้ำเหนือ ทำให้ระดับน้ำท้ายเขื่อนยกทรงตัวในรอบ 24 ชม. ล่าสุดวัดได้ 14.19 ม.รทก.
ทั้งนี้ จากการเพิ่มอัตราการระบายน้ำในเกณฑ์ 1,900 ลบ.ม./วินาที ของเขื่อนเจ้าพระยา จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ริมคลองโผงเผง จ.อ่างทอง คลองบางบาล บ้านบางหลวงโดด ต.บางบาล ต.หัวเวียง อ.เสนา ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ระดับน้ำจะเพิ่มขึ้น 10-15 ซม. ใน 24 ชม.ข้างหน้า จึงขอให้ประชาชนยกของขึ้นที่สูง เฝ้าสังเกตความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำ และติดตามประกาศจากทางราชการอย่างใกล้ชิดต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศที่เขื่อนเจ้าพระยาวันนี้มีความคึกคักเป็นพิเศษ มีประชาชนทั้งจาก จ.ชัยนาท และต่างจังหวัดเดินทางมาติดตามสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะประชาชนจากจังหวัดท้ายเขื่อนอย่าง จ.สิงห์บุรี และ อ.อ่างทอง ที่เดินทางมาติดตามด้วยความกังวล

ขณะที่ในพื้นที่ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาในฝั่งตะวันออก ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยากำลังปริ่มตลิ่ง เหลือเพียงประมาณ 1 เมตร ก็จะไหลเข้าท่วมพื้นที่ ซึ่งนางนันท์ชญา สุภาวิตา นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา นำเจ้าหน้าที่และชาวบ้านช่วยกันกรอกกระสอบทรายนำไปอุดบริเวณปากท่อระบายน้ำของชุมชนเพื่อป้องกันมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลทะลักย้อนเข้าท่อเข้าไปเอ่อท่วมชุมชน
โดย ต.หาดอาษา มีชุมชนตามแนวตลิ่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 7 กิโลเมตร ที่จะต้องตั้งแนวกระสอบทราย หากเกิดเหตุการณ์น้ำล้นตลิ่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงที่เขื่อนเจ้าพระยาระบายเกิน 2,100 ลบ.ม.ขึ้นไป โดยเทศบาลตำบลหาดอาษาตั้งงบประมาณในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมไว้ 1 ล้านบาท แต่หากสถานการณ์น้ำท่วมยืดเยื้อมากกว่า 1 เดือนก็จะมีการนำเงินสะสมของเทศบาลออกมาบริหารจัดการเพื่อช่วยประชาชนในพื้นที่น้ำท่วมเพิ่มเติมได้ทันที


