ระดมเครื่องจักรฟื้นฟูใหญ่ตลาดสายลมจอย ร้านค้าทยอยเปิด นักเที่ยวคึกคัก
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยกรมชลประทาน และพันธมิตรระดมเครื่องจักรเกรดดินขนาดใหญ่ รถแบ๊กโฮและรถดัมพ์กว่า 20 คัน เข้าทำการเกรดและตักดินโคลนออกจากร้านค้าภายในตลาดสายลมจอย หน้าด่านพรมแดนไทย-เมียนมา อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย
เจ้าหน้าที่พยายามใช้แบ๊กโฮตักดินออกจากร้านที่รถเข้าถึง ใส่รถดัมพ์ออกไปยังจุดทิ้ง ส่วนดินเหลวที่เหลือใช้รถเกรดดันออกมาด้านนอก เพื่อเร่งเคลียร์ให้ยานพาหนะต่างๆ สามารถเข้าไปในพื้นที่ชุมชนถ้ำผาจมและชุมชนหัวฝาย ซึ่งมีดินโคลนทับถมหนักเช่นเดียวกันได้สะดวก และเป็นการพื้นฟูร้านค้าให้กลับมาเปิดจำหน่ายสินค้าทันฤดูหนาว ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวที่จะถึงนีั

ขณะที่ผู้ประกอบการร้านค้าในตลาดสายจมจอยหลายรายไม่รอการช่วยเหลือจากหน่วยงานภาครัฐ เพราะอยากเปิดทำการค้าขายโดยเร็ว บางร้านลงทุนว่าจ้างแรงงานมาตักดินออก แต่บางร้านไม่มีเงินก็ลงแรงมาตักดินออกเอง
เช่นเดียวกับนางดาว อายุ 49 ปี ซึ่งจำหน่ายสินค้าประเภทขนมและของใช้ทั่วไปในตลาดสายลมจอยมานานกว่า 27 ปี ต้องมาตักดินเองนานร่วมสัปดาห์แล้ว เธอบอกว่า น้ำท่วมครั้งนี้หนัก แม้จะเก็บสินค้าบนที่สูงกว่า 1 เมตร แต่ก็ถูกพัดหายไปกับน้ำทั้งหมด มูลค่าน่าจะกว่า 5 แสนบาท ทำให้ไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ว่าจ้างคนมาตักดินออก จึงต้องทำด้วยตัวเอง แต่ก็มีเจ้าหน้าที่มาช่วยบ้างบางครั้ง เพื่อหวังจะเปิดร้านได้อีกครั้ง หากไม่เปิดร้านก็ไม่มีรายได้ แต่ถ้าเปิดก็ยังไม่รู้จะเอาเงินที่ไหนลงทุน เพราะทุนทั้งหมดหายไปกับสินค้าที่ไหลไปกับน้ำ แต่ก็จะพยายามหาทุนมาซื้อสินค้าเข้าร้าน คงเป็นพวกขนมและของใช้ทั่วไปเหมือนเดิม

นางดาวเผยว่า อยากให้หน่วยงานรัฐหรือหน่วยอื่นมาช่วย แต่ก็เข้าใจ มีผู้เสียหายมากคงช่วยเหลือได้ไม่หมด ดังนั้น จึงต้องพึ่งตนเอง และอนาคตอาจเปิดร้านขายปกติ แต่ตอนปิดร้านจะนำสินค้ากลับไปด้วย เพื่อลดความเสี่ยงที่สินค้าจะเสียหายอีก ส่วนกรณีพายุจะเข้าอีกในช่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ ไม่รู้สึกกลัว เพราะไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศตลาดดอยเวา ซึ่งเป็นตลาดย่านเศรษฐกิจที่อยู่ติดกัน แม้จะถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกัน แต่ไม่มีดินโคลนทับถม เพราะตั้งอยู่บนที่สูงกว่า ทำให้สามารถพื้นฟูได้ไว วันนี้พบว่าร้านค้าที่มีอยู่กว่า 300 ร้านได้ทยอยเปิดเกือบหมดแล้ว บางร้านมีการนำสินค้าที่ถูกน้ำท่วมมาวางจำหน่ายในราคาถูก มีตั้งแต่หมวก เสื้อผ้า ผ้าห่ม ของใช้และอุปกรณ์ไฟฟ้า บางส่วนเป็นสินค้าใหม่ที่นำมาเลหลัง ในราคาเริ่มต้นที่ 10 บาทไปจนถึงหลักร้อย โดยพบว่าตลอดทั้งวันมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งที่อยู่ในพื้นที่และต่างถิ่นพากันไปเที่ยวชมกันอย่างคึกคัก

นางซี แม่ค้าในตลาดดอยเวา กล่าวว่า เปิดร้านมาร่วม 2 สัปดาห์แล้ว หลังน้ำลดรีบทำความสะอาดเพื่อเปิดขายของทันที แต่ร้านค้าข้างเคียงเพิ่งทยอยเปิดมา 1-2 วันนี้ ตลาดยังมีนักท่องเที่ยวอยู่ ส่วนมากจะมาหาสินค้าที่น้ำท่วมเพราะมีราคาถูก ทำให้พ่อค้าแม่ค้ามีรายได้ชดเชยสินค้าที่เสียหาย หรือได้ทุนคืนบ้าง
นางซีระบุว่า น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้สินค้าเสียหายมาก แต่ไม่รู้ว่าคิดเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพราะเสียหายทุกร้าน รวมทั้งสินค้าในโกดังด้วย ตอนนี้แม่สายสามารถมาเที่ยวมาจับจ่ายซื้อสินค้าได้ คาดหวังว่าในฤดูหนาวนี้นักท่องเที่ยวจะมาเที่ยวแม่สายกันมากๆ เพื่อช่วยเหลือพ่อค้าแม่ค้าที่ประสบภัยให้มีรายได้
ขณะที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายเจษฎา จันทรประภา รองผู้อำนวยการสำนักการระบายน้ำ นำคณะจาก กทม.เข้าให้การช่วยเหลือ จ.เชียงราย โดยเข้าสำรวจพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบบริเวณชุมชนเหมืองแดง เพื่อประเมินการช่วยเหลือ โดยเน้นการดูดโคลนออกจากท่อระบายน้ำต่างๆ เพื่อให้สภาพพื้นที่แห้ง ง่ายต่อการเคลียร์ดินโคลนออกพื้นที่ และลดความเสี่ยงของการเกิดน้ำท่วมหากมีฝนตกลงมาซ้ำอีก โดยจะมีการวางแผนและเข้าปฏิบัติงานในขั้นตอนต่อไป


