หาดใหญ่โพล เผย เชื่อมั่นปชช. 14 จว.ใต้วูบ ระบุนโยบายกระตุ้นศก. อิ๊งค์1 ไม่ชัดเจน จี้ ปรับจริยธรรมนักการเมืองให้สูง เงินหมื่นไม่เกิดพายุหมุน เหตุจำกัดกลุ่ม แนะกระตุ้นไทยเที่ยวไทย
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชน 14 จังหวัดภาคใต้ 420 ตัวอย่าง ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนกันยายน เปรียบเทียบกับเดือนสิงหาคม ปรับตัวลดลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน รายจ่ายด้านการท่องเที่ยว ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน การออมเงิน การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ การลดลงของหนี้สิน การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
“ปัจจัยลบที่สำคัญเกิดจากผลพวงของสภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 และยังไม่ฟื้นตัวมาจนถึงปัจจุบัน เป็นเพราะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลขาดความชัดเจนในเชิงรูปธรรม”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ช่วงปลายเดือนกันยายน ประชาชนเพิ่งได้เห็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมของรัฐบาล คือ การปรับเปลี่ยนรูปแบบโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต เป็นการโอนเงินให้กับกลุ่มเปราะบางกว่า 14 ล้านคน โดยใช้แหล่งเงินจากงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมปี 2567 จำนวน 1.22 แสนล้านบาท และการบริหารจัดการงบประมาณ ปี 2567 ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ในส่วนเฟสที่สอง ผู้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ยังไม่มีความชัดเจน และคงต้องรอ
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า การแจกเงิน 10,000 บาท อาจจะไม่ทำให้เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจ เนื่องจากเป็นการแจกเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งส่วนใหญ่ประชาชนจะนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของตนเองและครอบครัว การแจกเงินในสภาพเศรษฐกิจที่ประชาชนมีหนี้ครัวเรือนและขาดสภาพคล่องทางการเงิน เป็นการต่อลมหายใจให้กับประชาชนที่มีความเดือดร้อนให้สามารถลุกขึ้นมาสู้ชีวิตได้อีกครั้ง
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า การแจกเงินในช่วงปลายเดือนกันยายน ทำให้การค้าขายในตลาด ร้านค้าขนาดเล็ก หาบเร่ แผงลอยดีขึ้นอย่างชัดเจน แต่อาจจะดีขึ้นในช่วงสัปดาห์หลังจากประชาชนได้รับเงินเท่านั้น เนื่องจากประชาชนกลุ่มเปราะบางมีความจำเป็นต้องใช้เงินมาก และอาจจะใช้เงินจนหมดในเวลาอันสั้น จากนั้นไม่นานก็อาจจะกลับมาเดือดร้อนเช่นเดิม
“ภาครัฐควรมีนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การใช้จ่ายมีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะการจูงใจให้ประชาชนนำเงินตนเองมาใช้จ่าย ซึ่งเป็นการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ควรกระตุ้นการท่องเที่ยวแบบไทยเที่ยวไทย โดยการดำเนินโครงการในลักษณะเดียวกันกับคนละครึ่ง หรือเราเที่ยวด้วยกัน”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า การแถลง 10 นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลแพทองธารนั้น ประชาชนต้องการให้รัฐบาลกำหนดไทม์ไลน์ที่ชัดเจน ว่าจะดำเนินโครงการใดๆ เพื่อตอบโจทย์นโยบายใดบ้าง โดยจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อไหร่ และคาดว่าจะเกิดผลเป็นรูปธรรมได้เมื่อใด เนื่องจากประชาชนต้องการเห็นความชัดเจนในเชิงรูปธรรมจากรัฐบาลแพทองธาร
“จากโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ตที่ผ่าน มีการปรับเปลี่ยนและขยายเวลามาตลอด ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นว่า รัฐบาลจะสามารถทำได้ตามที่ได้แถลงไว้หรือไม่ รัฐบาลควรมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน เพื่อให้ 10 นโยบายเร่งด่วน เกิดผลสัมฤทธิ์เป็นไปตามถ้อยคำที่แถลงต่อรัฐสภา เพื่อให้ปัญหาของประเทศเกิดการแก้ไขอย่างจริงจัง”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า การปรับโครงสร้างหนี้ทั้งระบบ การส่งเสริมและปกป้องผลประโยชน์ของผู้ประกอบการไทย การปรับโครงสร้างราคาพลังงาน การสร้างรายได้ใหม่ของรัฐด้วยการนำเศรษฐกิจนอกระบบภาษีเข้าสู่ระบบภาษี การกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายและเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ การยกระดับเกษตรทันสมัย การส่งเสริมการท่องเที่ยว การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และการสร้างความเท่าเทียมทางโอกาสและเศรษฐกิจ
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ราคาสินค้าและบริการในประเทศที่สูงขึ้น ล้วนมาจากราคาของพลังงานที่สูงขึ้น ประชาชนจึงเสนอให้ภาครัฐควรเร่งปรับโครงสร้างราคาพลังงานควบคู่กับการเร่งรัดปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน
“สภาพเศรษฐกิจที่ตกต่ำทำให้การจับจ่ายใช้สอยและการท่องเที่ยวในประเทศของประชาชนลดลงเป็นอย่างมาก ภาครัฐควรเพิ่มมาตรการกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น โดยกระตุ้นและจูงใจให้เกิดการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวในประเทศ เช่น เราเที่ยวด้วยกันคนละครึ่ง โครงการช้อปดีมีคืน”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงปัจจุบัน มีผู้ประกอบการจำนวนหนึ่งถือโอกาสขึ้นราคาสินค้าและบริการ เนื่องจากเป็นช่วงที่ประชาชนกลุ่มเปราะบางได้รับเงิน 10,000 บาท ประชาชนจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยตรวจสอบการขึ้นราคาสินค้าและบริการของผู้ประกอบการในช่วงนี้
“ปัจจุบันกล้องจับความเร็วมีจำนวนมาก มีการตั้งด่านเพื่อออกใบสั่งค่าปรับจราจร ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องจ่ายค่าปรับ ต้องจ่ายค่าปรับเพิ่มขึ้น จากการปรับเปลี่ยนอัตราค่าปรับจราจรใหม่ มองว่า การดำเนินการเป็นการหาผลประโยชน์เพื่อตนเองของหน่วยงานภาครัฐ มากกว่าความห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เสนอให้ “เงินค่าปรับจราจรทั้งหมดเข้าเป็นเงินรายได้แผ่นดิน” โดยให้ยกเลิกส่วนแบ่งค่าปรับทั้งหมด เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐเป็นไปอย่างยุติธรรม โดยไม่มีผลประโยชน์แอบแฝง ซึ่งจะทำให้ภาพลักษณ์ของหน่วยงานภาครัฐดีขึ้น”
ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าวว่า ต้องการเห็นผู้ที่เข้ามาเป็นนักการเมืองและรัฐมนตรีเป็นผู้ที่มีคุณธรรมจริยธรรมสูงกว่าบุคคลทั่วไป เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรปรับแก้กฎหมายเพื่อยกระดับมาตรฐานจริยธรรมนักการเมือง และรัฐมนตรีให้สูงขึ้น เพราะนักการเมืองและรัฐมนตรีควรมีคุณธรรม จริยธรรม และซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ประจักษ์
ปัจจุบันปัญหายาเสพติดมีจำนวนมาก และแพร่ระบาดไปทั่วทุกพื้นที่ ไม่เว้นแม้แต่ในวัดวาอาราม สถานศึกษา ประชาชนเสนอให้ภาครัฐควรออกมาตรการในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความปลอดภัยและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชนในทุกพื้นที่ เช่น การเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิด และการนำผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดอย่างทันท่วงที

