หน้าแรก ภูมิภาค ล่าสาวแสบ จ้า...

ล่าสาวแสบ จ้างหนุ่มส่งพัสดุสอดไส้ยาบ้า ปลายทางเกาหลีใต้ หนุ่มไหวตัวแจ้งตร.ทันควัน 

1.10.24 | 20:10 น.

ล่าสาวแสบ จ้างหนุ่มส่งพัสดุสอดไส้ยาบ้า ปลายทางเกาหลีใต้ หนุ่มไหวตัวแจ้งตร.ทันควัน มูลค่ากว่า 1.8 ล้าน

เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี พ.ต.อ.กรณ์ ไชยเสือ ผกก.ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ ได้รับรายงานจาก ร.ต.อ.จีรศักดิ์ คำวะเนตร หน.ชปส.กก.ตชด.24 ค่ายเสนีย์รณยุทธ จ.อุดรธานี ว่ามีขบวนการส่งพัสดุสอดไส้ยาเสพติดไปประเทศเกาหลีใต้ ก่อนนำกำลังเข้าไปตรวจสอบกล่องพัสดุตามที่ได้รับแจ้ง พบว่ามียาเสพติดอยู่ด้านในจริง จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดมาที่ชุดปฏิบัติการ เหตุเกิดที่บ้านพักหลังหนึ่ง บ้านหนองแคน หมู่ 13 ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 30 กันยายน 2567

จากการสอบสวน สายสืบได้รับแจ้งจาก นายกวีวัฒน์ หรืออ้วน อายุ 20 ปี ชาว ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่ามี น.ส.ศิริลักษณ์ หรืออาย อายุ 22 ปี ชาว ต.เสอเพลอ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เป็นคนรู้จักกันมาจ้างวานให้ไปส่งพัสดุให้ ที่ทำการไปรณีย์ไทย ต.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่อแลกกับค่าจ้าง โดยทำมาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2567 ตอนนั้น น.ส.อาย ขับรถยนต์พาไป แต่ไม่ลงจากรถ ได้ค่าจ้าง 1,000 บาท หลังจากนั้นเพื่อนที่รู้จักกันบอกว่าเคยถูก น.ส.อายว่าจ้างเช่นกัน และบอกว่าข้างในพัสดุเป็นยาบ้า นายอ้วนกลัวจะมีความผิดจึงมาแจ้งเจ้าหน้าที่เอาไว้

กระทั่งวันที่ 30 กันยายน 2567 นายอ้วนได้รับการติดต่อจาก น.ส.อาย ให้ไปส่งพัสดุอีกครั้ง แต่ให้ขับรถจักรยานยนต์ไปส่งเอง และจะขับรถจักรยานยนต์เอาพัสดุไปให้ที่บ้าน โดยมีกล้องวงจรปิดหน้าบ้านสามารถบันทึกภาพขณะ น.ส.อาย ขี่รถมาที่หน้าบ้าน และยื่นพัสดุให้นายอ้วน ก่อนพูดคุยกันไม่นาน น.ส.อายก็ขี่รถออกไป นายอ้วนจึงรีบโทรแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบพัสดุทันที ตรวจสอบเบื้องต้นเป็นกล่องกระดาษสีน้ำตาล ปิดด้วยเทปกาวลายการ์ตูนสีชมพูสลับขาว ระบุชื่อและที่อยู่ผู้รับ โอจุนมิน เป็นภาษาเกาหลีใต้และภาษาอังกฤษ ปลายทาง เขตปกครองอึมซอง จ.ชุงชองเหนือ ประเทศเกาหลีใต้

Advertisement

และจากการตรวจสอบในกล่องพัสดุ พบยาบ้าเม็ดกลมแบนสีแดง บรรจุในแคปซูล แคปซูลละ 6 เม็ด โดยทั้งหมดบรรจุปะปนกับเม็ดอาหารเสริมอยู่ในกระปุกอาหารเสริมสมุนไพรขวดสีชมพู 3 ขวด และขวดชนิดเดียวกันสีขาว 1 ขวด รวมเป็น 4 ขวด ตรวจนับยาบ้าได้ทั้งหมด 1,248 เม็ด คิดเป็นมูลค่าหากส่งออกไปยังประเทศปลายทางแล้ว จะเป็นราคาเม็ดละ 1,500 บาท รวมทั้งสิ้นประมาณ 1,800,000 บาท และจากการตรวจสอบประวัติ น.ส.อาย พบว่าเคยมีสามีมีลูกมาแล้ว ก่อนจะไปคบหากับผู้ชายชาวลาว คาดว่าจะเป็นต้นทางในการนำเข้ายาเสพติดมาในพื้นที่ ก่อนจะออกอุบายให้ผู้อื่นส่งพัสดุสอดไส้ยาบ้าต่อไปยังประเทศเกาหลีใต้

ร.ต.อ.จีรศักดิ์ คำวะเนตร หน.ชปส.กก.ตชด.24 เปิดเผยว่า จากการเข้าสืบสวนหาข่าวและเข้าจับกุมคดียาเสพติดที่ผ่านมา เพิ่งจะพบพฤติการณ์ลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรก ทั้งการบรรจุยาบ้าในแคปซูล และการจ้างวานให้ผู้อื่นส่งพัสดุแทนตัวเอง จากการสอบสวนทราบว่า น.ส.อายทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จากการเข้าไปตรวจค้นที่บ้านพักของ น.ส.อาย ก็พบกล่องพัสดุคล้ายกันหลายกล่อง แต่ยังไม่พบตัว น.ส.อาย ตอนนี้อยู่ระหว่างการติดตามจับกุม คาดว่าจะได้ตัวในเร็วๆ นี้ หลังจากนี้จะประสานข้อมูลไปยัง ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกาหลีใต้ ให้เข้มงวดในการตรวจสอบพัสดุที่จะเข้าประเทศ เพื่อบูรณาการปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดร่วมกันให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากพบว่ามีการแพร่ระบาดของยาเสพติดในประเทศเป็นอย่างมากเช่นกัน

นายอ้วนเล่าว่า รู้จักกับ น.ส.อาย มานานแล้ว ส่วนตนไม่มีงานทำ วันที่ 23 กันยายน 2567 น.ส.อายมาจ้างให้ตนไปส่งพัสดุจะให้ค่าจ้าง 500 บาท ครั้งแรกขับรถยนต์พาตนไปส่ง แต่ น.ส.อายไม่ยอมลงจากรถบนกล่องมีชื่อผู้รับแต่ไม่มั่นใจว่าส่งไปประเทศไหน แต่ไม่มีชื่อผู้ส่ง พนักงานไปรษณีย์ให้ตนเขียนชื่อผู้ส่ง ส่งไปเรียบร้อย แต่ตนรู้สึกเอะใจแค่ว่าแค่ไปส่งพัสดุเขียนชื่อส่งทางไปรษณีย์ได้ค่าจ้างตั้ง 500 บาท จึงไปปรึกษาพี่ที่รู้จัก รุ่นพี่จึงเตือนว่าอาจจะมีของผิดกฎหมาย

“ต่อมาวันที่ 30 กันยายน 2567 น.ส.อายติดต่อให้ตนไปส่งพัสดุอีก ตนจึงบอกให้ น.ส.อายเขียนชื่อผู้ส่งมาด้วย ครั้งนี้ น.ส.อายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาส่งกล่องพัสดุที่หน้าบ้าน ซึ่งมีภาพวงจรปิดหน้าบ้านเป็นหลักฐาน หน้ากล่องมีชื่อผู้รับปลายทางประเทศเกาหลี ตนจึงแกะกล่องดูก็พบว่าเป็นยาบ้า จึงโทรไปบอก น.ส.อายว่าในกล่องมียาบ้า ซึ่ง น.ส.อายก็บอกว่าจะมาเคลียร์ให้ แต่ก็ไม่มาและก็บล็อกการติดต่อทุกช่องทางกับตนไปเลย ตนจึงนำยาบ้าไปแจ้งตำรวจและบอกว่าใครเป็นคนนำกล่องยาบ้ามาให้”