หน้าแรก ภูมิภาค ในหลวงทรงรับค...

ในหลวงทรงรับคนเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นายกฯปล่อยโฮ รุดเยี่ยมคนเจ็บ

2.10.24 | 06:50 น.

ในหลวงทรงรับคนเจ็บไว้ในพระบรมราชานุเคราะห์ นายกฯปล่อยโฮ รุดเยี่ยมคนเจ็บ หมอแนะวิธีดูแลญาติผู้ตาย

เกิดโศกนาฏกรรมไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษาของนักเรียนโรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี บริเวณถนนวิภาวดีเขาเข้าหน้าอนุสรณ์สถาน มีผู้เสียชีวิต23 ราย เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่แล้ว ทั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รวมถึง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นคนจังหวัดอุทัยธานีบ้านเดียวกับเด็กนักเรียนบนรถคันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวสังเกตเห็นว่านายกรัฐมนตรีได้นำกระดาษทิชชูขึ้นมาเช็ดน้ำตาและรีบเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที โดยมีก่อนจะลงให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน

ทั้งนี้มีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้รายงานสถานการณ์ให้น.ส.แพทองธารทราบ ทันทีที่ทราบข่าว นายกรัฐมนตรีได้ร้องไห้ เนื่องจากมองว่าเป็นเรื่องอ่อนไหว เพราะเด็กนักเรียนในวัยนี้ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ จึงรู้สึกเศร้ากับเหตุการณ์นี้มากๆ

จากนั้น นายกฯได้โพสต์ข้อความผ่านแอพพลิเคชั่นเอ็กซ์ว่า “ดิฉันทราบถึงเหตุการณ์ไฟไหม้รถบัสจากอุทัยธานี ที่โดยสารนักเรียนเข้ามาทัศนศึกษาในกรุงเทพฯ และเกิดอุบัติเหตุบริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ในฐานะแม่ ดิฉันขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต ในฐานะรัฐบาล ได้สั่งการให้ท่านอนุทิน ท่านสุริยะ และ ท่านซาบีดา ลงไปยังพื้นที่เกิดเหตุด้วยตัวเองแล้ว โดยรัฐบาลจะดูแลค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล และเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตค่ะ”

Advertisement

ต่อมานายกฯได้ยกเลิกกำหนดการตรวจราชการการบริหารจัดการน้ำ ที่กรมชลประทาน ปากเกร็ด จ.นนทบุรี แล้วได้เดินทางไปร.พ.แพทย์รังสิตเพื่อเยี่ยมคนบาดเจ็บ
ด้านนพ.วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เปิดเผย ว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ สธ. และ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ ปลัด สธ.ห่วงใยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้สั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีเพลิงไหม้รถบัสทัศนศึกษานักเรียนทันที โดยมีตนเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ เพื่อติดตามสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยและญาติอย่างเต็มที่

ล่าสุดรถคันเกิดเหตุมีครู 6 ราย ออกมาได้ 3 ราย และนักเรียน 38 ราย ออกมาได้ 16 ราย รวมในรถมีทั้งหมด 44 ราย ออกมาได้ 19 ราย มีผู้บาดเจ็บ 5 ราย เบื้องต้นนำส่งโรงพยาบาล (รพ.) แพทย์รังสิต ในจำนวนนี้ อาการหนักสีแดง 2 ราย เป็นเด็กหญิง อายุ 7 ขวบ และอายุ 9 ขวบ ส่งต่อไปยัง รพ.ธรรมศาสตร์รังสิต, เด็กหญิงอายุ 14 ปี อาการสีเหลือง ส่งต่อสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี (รพ.เด็ก) ส่วนอีก 2 ราย เป็นหญิงอายุ 44 ปี และ 42 ปี ให้กลับบ้านได้ อย่างไรก็ตาม กรมการแพทย์ได้ให้โรงพยาบาลในสังกัดสำรองเตียงใน ICU และหน่วยดูแลบาดแผลไฟไหม้ไว้รองรับผู้ป่วยด้วยแล้ว โดยผู้ป่วยทุกราย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ รับไว้เป็นผู้ป่วยในพระบรมราชานุเคราะห์

นพ.วีรวุฒิกล่าวว่า ด้านการดูแลจิตใจ กรมสุขภาพได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินด้านสุขภาพจิต เตรียมพร้อมดูแลเยียวยาจิตใจผู้ประสบเหตุและญาติ 4 กลุ่ม ประกอบด้วย 1.กลุ่มนักเรียนบาดเจ็บสาหัส 3 ราย เตรียมทีมจิตแพทย์ 1 คน นักจิตวิทยา 2 คน 2.กลุ่มนักเรียนที่อยู่ในเหตุการณ์ของรถคันที่สอง 16 ราย เตรียมทีม MCATT 1 ทีม (จิตแพทย์ 2 คน นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต 10 คน) 3.กลุ่มนักเรียนที่เหลือในขบวนรถที่ประสบเหตุ เตรียมทีม MCATT 1 ทีม (จิตแพทย์ 2 คน นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต 10 คน) และ 4.กลุ่มพ่อแม่ ผู้ปกครองของเด็กที่เสียชีวิต ที่โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี เตรียมทีม MCATT 1 ทีม (จิตแพทย์ 2 คน นักจิตวิทยาและผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต 10 คน) ส่วนจำนวนผู้สูญหายยังต้องรอการยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในวันพรุ่งนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะส่งทีมนิติเวช 10 คน ร่วมพิสูจน์อัตลักษณ์ผู้เสียชีวิตกับสถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ

นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตแนะแนวทางดูแลญาติและครอบครัวของผู้ที่เสียชีวิต ดังนี้ 1.แจ้งการสูญเสียด้วยความเห็นอกเห็นใจ เข้าใจ 2.แสดงความเสียใจเป็นข้อความหรือการ์ด 3.ให้ข้อมูลความรู้สุขภาพจิตเบื้องต้น 4.ให้คำแนะนำการปรับตัว การดูแลสุขภาพ ติดต่อสังคมเพื่อนฝูง การไว้อาลัยที่สามารถทำได้ 5.ประเมินสุขภาพจิต ถ้าพบความเสี่ยงควรส่งต่อทันที 6.สนับสนุนให้ตั้งกลุ่มเพื่อน เพื่อช่วยเหลือกันเอง