ผู้ใหญ่บ้านหลั่งน้ำตา จุดธูปขอขมาศพลูกชาย หลังควงปืนไล่ยิง แต่เจอพ่อสวนกลับดับอนาถ
จากกรณี นายธเนศ ภักดีปัญญา อายุ 57 ปี ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 บ.หนองแซงสร้อย ต.น้ำพ่น อ.หนอวัวซอ จ.อุดรธานี ใช้อาวุธปืนลูกซอง 5 นัด เบอร์ 12 ซึ่งเป็นอาวุธปืนของทางราชการ ยิงใส่นายอภิลักษณ์ ภักดีปัญญา หรือแจ้ อายุ 34 ปี ลูกชายคนเล็ก จำนวน 2 นัด กระสุนลูกปลายเข้าต้นขาขวา 1 นัด จำนวน 9 รู กระสุนอีกนัดเข้าชายโครงด้านซ้าย จำนวน 9 รู ล้มจมกองเลือดบนถนนหน้าบ้าน และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล
เนื่องจากคลั่งยาอาละวาด ใช้อาวุธปืนแก๊ปยาวยิงใส่นายธเนศ ผู้เป็นพ่อ ขณะเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้ลูกชายไปรักษาอาการที่โรงพยาบาล แต่พ่อหลบวิถีกระสุนปืนทัน เหตุเกิดริมถนนหน้าบ้านของตัวเอง เลขที่ 46 หมู่ 5 ต.น้ำพ่น หลังก่อเหตุผู้ใหญ่บ้าน ได้ยืนรอมอบตัวพร้อมอาวุธปืน กับ พ.ต.อ.สรายุทธ ฉ่ำผิว ผกก.สภ.หนองวัวซอ เหตุเกิดเมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา ควบคุมตัวทำแผนก่อนนำตัวพร้อมอาวุธปืนของกลางทั้ง 2 กระบอก ไปสอบสวนที่โรงพัก โดยแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่น”
ต่อมาเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 2 ตุลาคม 2567 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านเลขที่ 46 หมู่ 5 บ้านหนองแซงสร้อย ต.น้ำพ่น อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี พบญาติพี่น้องผู้ตาย และชาวบ้านหนองแซงสร้อย ช่วยกันนำเต็นท์มากาง และทำอาหารต้อนรับแขกที่จะมาร่วมงานศพ แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พบกับนายธเนศ ภักดีปัญญา ผู้ใหญ่บ้านหนองแซงสร้อย ที่ได้รับการประกันตัวชั้นพนักงานสอบสวนและอยู่ในอาการเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
นำผู้สื่อข่าวชี้จุดที่ใช้อาวุธปืนลูกซองยิงลูกชายที่มีอาการคลุ้มคลั่ง หลังเกลี้ยกล่อมให้ขึ้นรถกู้ชีพไปรักษาอาการคลั่งที่โรงพยาบาล แต่ไม่เป็นผล กลับถูกลูกชายใช้ปืนแก๊ปยาวยิงใส่ จึงใช้ปืนลูกซองประจำตำแหน่งยิงสวนไป ก่อนไปจุดธูปหน้าโลงศพ เพื่อขอโทษขอขมาลูกชายที่พ่อทำลงไป และขอให้ลูกชายไปสู่ภพภูมิที่ดี พ่อไม่ได้ตั้งใจทำ แต่เหตุการณ์มันบังคับ ชาติหน้าหากมาเกิดเป็นลูกพ่ออีก ก็อย่าได้ไปยุ่งเกี่ยวยาเสพติดอีกเลย

นายสมบัติ เหล่ามาลา อายุ 59 ปี ลุงเขย คนเห็นเหตุการณ์ เล่าว่า วันเกิดเหตุตนเห็นรถกู้ชีพมารับคนตายที่บ้าน ซึ่งมีศักดิ์เป็นหลาน หลังจากแม่ของเขาได้โทรบอกสามีที่กรีดยางอยู่ในสวน เพื่อให้แจ้งรถกู้ชีพ อบต.น้ำพ่น มารับไปโรงพยาบาล เพราะมีอาการคลุ้มคลั่งยาบ้า โดยผู้เป็นพ่อมาถึงก็เห็นลูกชายสะพายปืนแก๊ป พ่อของผู้ตายเลยไปเอาปืนลูกซองออกมา ลูกใช้ปืนยิงใส่พ่อก่อน แต่พ่อหลบทันเลยยิงกลับไป จึงทำให้ลูกเสียชีวิต รถกู้ชีพที่จะมารับไปฉีดยาระงับอาการคลุ้มคลั่ง รีบนำลูกชายส่งโรงพยาบาล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา
”ส่วนพ่อยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งพ่อรักลูกชายมาก แต่มีความจำเป็นที่ต้องให้ทำแบบนี้ เพราะมันก็มีความจำเป็นทั้งเหตุและผล ซึ่งลูกชายอาละวาดคลุ้มคลั่งมานานแล้ว ก่อนหน้านี้ก็เคยถือมีดไล่แทงฟันพ่อ ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หลังออกมาจากคุกมาได้ไม่นาน ในคดีเผาบ้านพ่อแม่ราคาเป็นล้าน เมื่อสามปีที่แล้ว ตนคิดว่าแกไม่ได้ทำเกินกว่าเหตุ ชาวบ้านก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ครั้งนี้อยู่ เพราะถ้าผู้ใหญ่บ้านไม่ตัดสินใจทำอย่างนี้ ก็อาจจะมีเหตุการณ์อย่างอื่นตามมาก็ได้ ก็อยากฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มงวด และเอาจริงเอาจังด้วย”
นายธเนศ ผู้ก่อเหตุ เล่าว่า เมื่อเกือบ 3 ปีที่ผ่านมา ลูกชายตนเมายาบ้าคลุ้มคลั่งเผาบ้านวอดทั้งหลัง ตำรวจมาจับดำเนินคดี ส่งฟ้องศาลตัดสินติดคุก 9 ปี แต่ว่าศาลลดให้เหลือ 2 ปีครึ่ง เพราะพ่อกับแม่ไม่ติดใจเอาความ และออกมาจากคุกมาเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา ก็หวนกลับไปเสพยาบ้าอีกเหมือนเดิม ซึ่งวันเกิดเหตุตนกลับมาจากกรีดยาง ได้โทรหารถกู้ชีพ อบต.น้ำพ่น เพื่อให้มารับลูกไปบำบัดอาการ แต่ลูกตนได้เอาปืนแก๊ปถือออกมาด้วย ทำให้เจ้าหน้าที่รถกู้ชีพกลัว และวิ่งออกมาขับรถหนี
พอตนเห็นลูกถือปืนเลยไปเอาปืนลูกซองของตนออกมาจากบ้าน เพื่อป้องกันตัวเองและชาวบ้านที่อยู่ใกล้ พร้อมกับบอกให้ลูกวางปืนลง แต่ลูกชายกลับบอกว่า ระหว่างปืนแก็ปกับปืนลูกซองใครจะแน่กว่ากัน แล้วลูกก็ยิงใส่ตนเลย แต่ตนหลบวิถีกระสุนได้ ก่อนยิงสวนกลับ ซึ่งยืนห่างกันประมาณ 5 เมตร ตนรู้สึกเสียมาก และไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตนพูดไม่ออกมันจุกในอก (น้ำตาไหล)
ถ้าวิญญาณลูกรับรู้ ตนก็อยากขอโทษ ไม่อยากทำ แต่ถ้าตนไม่ทำ ลูกก็ต้องมาทำร้ายตน ตนรักลูก มีลูกสองคน คนตายเป็นคนเล็ก ส่วนคนโตมีครอบครัวแล้ว ซึ่งตนก็เลี้ยงลูกสาวของคนตาย 2 คน อายุ 3 และ 5 ขวบ เพราะลูกสะใภ้ขอแยกทางกับลูกชาย หลังพ้นโทษออกมาจากคุก แต่เขาก็ไปเสพยาบ้าอีก จึงทำให้ลูกสะใภ้ทนพฤติกรรมไม่ได้ เขาเคยคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกายตนบ่อยครั้ง เวลาเขาขอเงินพ่อแม่ไม่ได้ เอามีดไล่ฟันแทงตนมาแล้ว 2 ครั้ง หลังออกมาจากคุก ชาวบ้านก็ผวากลัวถูกทำร้ายไปตามกัน
ร.ต.อ.สุพัตร บุญเรือง รอง สว.สอบสวน สภ.หนองวัวซอ เปิดเผยว่า (โทรศัพท์) หลังจากสอบสวนปากคำนายธเนศเสร็จ ให้การรับสารภาพว่าใช้ปืนลูกซองประจำตำแหน่งผู้ใหญ่บ้าน ยิงลูกชายเสียชีวิตจริง นัดแรกยิงที่ต้นขาขวา เพื่อให้เขาหยุดตามยุทธวิธี แต่เขายังวิ่งเข้ามาจะทำร้ายร่างกายด้วยด้ามปืนแก๊ป ผู้เป็นพ่อจึงยิงสวนไปอีก 1 นัด เข้าชายโครงด้านขวาล้มลง ก่อนไปอุ้มลุกชายขึ้นรถกู้ชีพฯ ส่งโรงพยาบาล แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตที่โรงพยาบาลหนอวัวซอ จึงแจ้งข้อกล่าวหา ”ฆ่าผู้อื่น” และให้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวน เพราะไม่มีพฤติกรรมหลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง โดยมีผู้ใหญ่บ้าน 3 หมู่บ้าน ในพื้นที่ ต.น้ำพ่น ใช้ตำแหน่งประกันตัว

