หน้าแรก ภูมิภาค บุกรวบ หนุ่ม ...

บุกรวบ หนุ่ม 33 เก็บกระเป๋าเงินไม่ส่งคืน ยันไม่ได้ขโมย แต่เจ้าของต้องสืบหาเอง

2.10.24 | 19:53 น.

บุกรวบ หนุ่ม 33 เก็บกระเป๋าเงินไม่ส่งคืน ยันไม่ได้ขโมย แต่เจ้าของต้องสืบหาเอง

เมื่อเวลา 14.45 น.วันที่ 2 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี ขณะที่ ร.ต.อ.สุขอินทร์ ราจันทร์แก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.ห้วยหลวง อ.เมืองอุดรธานี ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนโรงพัก นางสมจิต (สงวนนามสกุล) อายุ 63 ปี ชาว ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี แจ้งว่า ตนทำกระเป๋าเงินหล่นหาย ที่หน้าร้านสะดวกซื้อชื่อดัง สาขาบ้านเชียงยืน ตนจึงไปขอดูกล้องวงจรปิดจากผู้จัดการร้าน พบว่าตนทำกระเป๋าเงินสีแดง ตกอยู่ที่พื้นและมีผู้ชายวัยรุ่น ขี่รถจักรยานยนต์ก้มเก็บกระเป๋าไป จึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาแจ้งตำรวจ ให้ช่วยติดตามคนร้ายเอาเงินมาคืนด้วย

ไม่ได้ขโมย

นางสมจิต กล่าวว่า ตนทำงานเป็นแม่ครัวอยู่โรงเรียนบ้านเชียงยืน ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี มาประมาณ 6 ปี และเช่าบ้านอยู่ใกล้โรงเรียน อาศัยอยู่กับสามี และหลาน 3 คน โดยหลานจะพิการ 2 คน วันนี้ตนได้ขี่รถจักรยานยนต์ไปร้านซ่อมโทรศัพท์ที่นำมาซ่อม แต่ยังซ่อมไม่เสร็จ จากนั้นก็นำเงินเหรียญมาแลกที่ร้านสะดวกซื้อ จำนวน 1,000 บาท แล้วออกมาซื้อขนมที่หน้าร้าน ซึ่งตนได้เอาประเป๋าเงินสีแดงออกมาจากกระเป๋าสะพาย หยิบเอาเงินจ่ายค่าขนม แต่นึกได้ว่ามีเงินเหรียญในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน จึงวางกระเป๋าไว้ที่ร้านขนม

ไม่ได้ขโมย

นางสมติ กล่าวต่อว่า จากนั้นตนก็เดินกลับมาที่รถจักรยานยนต์กำลังจะขี่รถกลับ แต่รู้สึกว่ากระเป๋าสะพายสีดำมีน้ำหนักเบากว่าปกติ จึงค้นหากระเป๋าเงินสีแดงแต่ก็ไม่พบ จึงจอดรถแล้วเดินไปถามร้านขนม ซึ่งมีคนเห็นเห็นชายขี่รถจักรยานยนต์อยู่หน้าร้าน ก้มหยิบเอากระเป๋าสีแดงของตนไป ภายในมีเงิน 4,000 บาท บัตรคนพิการ 2 ใบ บัตรประชาชนตนและสามี บัตรเอทีเอ็ม ตนไม่รู้จักใครเพราะมาอยู่ใหม่ จึงไปขอภาพวงจรปิดในร้านสะดวกซื้อ และนำภาพมาแจ้งตำรวจ ตำรวจจึงออกสืบสวนหาตัว จนทราบว่า คนที่หยิบกระเป๋าเงินไป ชื่อ นายโอ (นามสมมติ)

Advertisement

ไม่ได้ขโมย

พ.ต.ท.มานิตย์ แก้วเจริญ รอง ผกก.หัวหน้า สภ.ห้วยหลวง พร้อมด้วย ร.ต.อ.นิติพันธ์ สุภะดี รอง.สว.สส สภ.ห้วยหลวง นำกำลังไปจับกุม นายวินัย (สงวนนามสกุล) หรือ โอ อายุ 33 ปี ชาวบ้าน หมู่ 12 ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.อุดรธานี ขณะกำลังเสพยาบ้าอยู่ในห้องนอน จากการตรวจค้นพบกระเป๋าเงินสีแดง ภายในมีเงินสดประมาณ 4,000 บาท บัตรประชาชนนางสมจิต ยาบ้า 3 เม็ด จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางไปโรงพักทำการสอบสวน

ไม่ได้ขโมย

นายวินัย ให้การว่า วันนี้ตนขี่รถจักรยานยนต์ไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ กลับออกมาขี่รถก็พบกระเป๋าเงินสีแดงวางอยู่ที่พื้น จึงเก็บเอากระเป๋ากลับมาบ้าน เพราะตนไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของ หากใครเป็นเจ้าของก็ต้องสืบหาเองว่าใครเก็บกระเป๋าเงินได้ แล้วให้มาแสดงตัวมารับกระเป๋าเงินคืน ถ้าไม่มารับตนก็จะนำเงินไปใช้ เพราะตนไม่ได้ขโมยมา ตนเก็บกระเป๋าได้ ต้องทำพิธีมอบกระเป๋าเงิน และต้องขอบคุณตนด้วย ไม่ใช่มาจับตน

ไม่ได้ขโมย

นายวินัย กล่าวต่อว่า ส่วนสาเหตุที่ตนไม่ถามหาเจ้าของกระเป๋าเงินตั้งแต่แรก ก็เพราะตนไม่รู้ว่ากระเป๋าเงินใคร และที่ยังไม่ได้นำกระเป๋าไปแจ้งตำรวจ ก็เพราะตนยังไม่ว่าง ตนเพิ่งเก็บกระเป๋าเงินมาไว้แค่ชั่วโมงเศษเท่านั้น ตำรวจก็เข้ามาจับตนในบ้าน และตนก็ยอมรับว่าตนเสพยาบ้าวันนี้ 3 เม็ด เหลือ 3 เม็ด ซื้อจากคนในหมู่บ้าน แต่บอกไม่ได้ว่าเป็นใคร

ตำรวจจึงตรวจปัสสาวะ พบฉี่สีม่วง จึงแจ้งข้อหา “เสพและมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย วิ่งราวทรัพย์” ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ไม่ได้ขโมย