ครูสงขลา ยัน ทัศนศึกษา ยังมีความจำเป็นสำหรับเด็กนักเรียนที่ไม่มีโอกาส ผู้ประกอบการรถทัวร์ เผยยังไม่กระทบ
ทัศนศึกษา – จากกรณีโศกนาฏกรรมไฟไหม้รถบัสทัศนศึกษา เด็กนักเรียนและครู เสียชีวิตรวม 23 ศพ นำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ถึงความสำคัญของการทัศนศึกษา ควรมีต่อหรือยกเลิก รวมไปถึงมาตรฐานความปลอดภัยของรถบัสไทย
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม น.ส.กัลยา (สงวนนามสกุล) ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนชุมชนวัดคลองรี จ.สงขลากล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ตนในฐานะข้าราชการครูขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสีย แต่ที่มีกระแสสังคมให้ยกเลิกการทัศนศึกษานักเรียนนั้น ในฐานะครูที่เคยพานักเรียนทัศนศึกษานอกสถานที่ มองว่าไม่มีครูคนไหนต้องการแบกภาระที่หนักตลอดเวลา ตั้งแต่ขึ้นรถ ลงรถ ในรถ กินอาหาร ดื่มน้ำ แต่ขณะศึกษาดูงาน ล้วนเป็นหน้าที่ของครู
ทว่าที่ครูพานักเรียนไปศึกษานอกสถานที่นั้น จากการได้สัมผัสกับเด็กนักเรียนพบว่าเด็กนักเรียนในโรงเรียนชนบทมีความต่างกัน โดยเฉพาะเด็กกลุ่มที่ด้อยโอกาสซึ่งมีไม่น้อย ครูจะปล่อยให้เด็กกลุ่มด้อยโอกาสตกอยู่ในสภาพเช่นนั้นต่อไปหรือ ก็ไม่ใช่ จึงได้มีโครงการทัศนศึกษานอกสถานที่ขึ้นเพื่อให้เด็กได้เปิดหูเปิดตาได้เรียนรู้และสัมผัสกับของจริง
ครูกัลยา เผยอีกว่า ในการจัดโครงการทัศนศึกษาแต่ละครั้งต้องยึดระเบียบ หากพานักเรียนระดับอนุบาล-ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ไปสถานที่ใกล้ๆ แล้วควรจะมีผู้ปกครองไปด้วย ในส่วนองค์ประกอบภายนอกเช่นรถหรือคนขับรถต้องอยู่ในสภาพพร้อมมากที่สุด
ทางด้าน นายสมวงศ์ (สงวนนามสกุล) ผู้ประกอบการรถทัวร์ เปิดเผยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังใหม่อยู่ ยังไม่กระทบกับการเช่าเหมารถไปทัศนศึกษา ต้องดูในระยะยาวไป สำหรับรถทัวร์ภาคใต้ส่วนมากจะเน้นความปลอดภัยมากกว่าความประหยัด จึงเกิดปัญหาไฟไหม้รถน้อยมาก หากออกระเบียบเรื่องจัดทัศนศึกษาเข้มงวดมาก อาจจะกระทบต่อผู้ประกอบการรถทัวร์ทั่วประเทศ

