ขนส่งชัยภูมิเร่งตรวจสภาพรถโดยสารใช้ถังแก๊สทั้งจังหวัด ตรวจไม่ผ่านยึดใบอนุญาตทันที
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม หลังกรณีการเกิดอุบัติเหตุไฟไหม้รถบัสนักเรียน โรงเรียนวัดเขาพระยาสังฆาราม จ.อุทัยธานี บนถนนวิภาวดีรังสิต (ขาเข้า) บริเวณหน้าอนุสรณ์สถานแห่งชาติ เป็นเหตุให้มีนักเรียนและครูเสียชีวิตรวม 23 ศพ และบาดเจ็บหลายราย กระทรวงคมนาคม ออกมาตรการเร่งด่วนให้กรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบสภาพรถประเภท NGV ที่ใช้ถังแก๊ส CNG ทั้งหมด 13,426 คัน โดยหากพบว่ารถไม่ผ่านการตรวจสภาพจะถูกยึดใบอนุญาตรถทันที สำหรับในพื้นที่ ชัยภูมิ นายเสน่ห์ บัวงาม ขนส่ง จ.ชัยภูมิ เปิดเผยมีรถโดยสารสาธารณะ ทั้งประจำทาง และไม่ประจำทาง ทั้งหมดกว่า 700 กว่าคน เป็นรถโดยสารสาธารณะประจำทาง แยกเป็นประจำทาง 439 คัน ไม่ประจำทางอีก 127 คัน และเป็นรถโดยสารส่วนบุคคลอีก 200 กว่าคัน จากการตรวจสอบรถโดยสารไม่ประจำทาง ไม่มีคันไหนติดตั้งเชื้อเพลิง NGV มีติดตั้งเชื้อเพลิง NGV ในกลุ่มรถโดยสารประจำทางทั้งหมด 12 คัน แยกเป็นรถโดยสารสาธารณะประจำทางขนาดใหญ่ 8 คัน เป็นรถตู้อีก 4 คัน ซึ่งตามระเบียบ การตรวจสอบสภาพรถ และการตรวจสอบถังแก๊ส CNG ตามปกติจะตรวจสภาพรถ 2 ครั้งต่อปี โดยกำหนดให้ในรอบปีภาษีผู้ประกอบการต้องผ่านการตรวจสภาพจากวิศวกรผู้ดูแล 1 ครั้ง และเมื่อครบสิ้นปีการชำระภาษีรถต้องผ่านการตรวจสภาพอีก 1 ครั้ง เช่น รอยรั่วของก๊าซ อายุการใช้งาน ตลอดจนการตรวจเช็คการเสียดสีของถังแก๊ส ทั้งนี้ คณะกรรมการกรมขนส่งทางบกกลาง กำหนดอายุรถโดยสารประจำทาง ดังนี้ 1.รถโดยสารประจำทางที่มีระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร กำหนดอายุการใช้งานของเลขตัวถังที่ติดภายในรถ (คัสซีรถ) ไม่เกิน 40 ปี และรถโดยสารประจำทาง ที่มีระยะทางไม่เกิน 300-500 กิโลเมตร กำหนดให้มีอายุการใช้งานของเลขตัวถังที่ติดภายในรถไม่เกิน 35 ปี
นายเสน่ห์ บัวงาม ขนส่ง จ.ชัยภูมิ กล่าวอีกว่าหลังเกิดเรื่องขึ้นได้แจ้งให้รถโดยสารสาธารณะ 12 คัน ให้รีบนำรถเข้าตรวจสภาพทันที ในวันนี้ตอนเช้าตรวจไปแล้ว 1 คัน ส่วนที่เหลือจะเข้าตรวจสภาพหลังจากกลับเข้ามาในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เพื่อสร้างความั่นใจให้กับผู้โดยสาร โดยต้องนำรถเข้ามาตรวจสอบสภาพอย่างช้าไม่เกิน 15 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หรือไม่เกินวันที่ 18 ตุลาคม ซึ่งรถโดยสารทุกคันเมื่อถึงที่หมายปลายทาง ก่อนออกวิ่งในเที่ยวต่อไป ต้องมีการตรวจสภาพความพร้อมของคนขับ และสภาพรถก่อนออกเดินทางทุกครั้งด้วย

