แฉอีกต้นเหตุ พนง.เอกชนยกหม้อมิเตอร์ ตัดไฟฟ้าแบบไม่ปรานี ทำได้แม้กระทั่งบ้านคนป่วยติดเตียง เชื่อหวังกินส่วนต่าง 35 บาทต่อหม้อ ผอ.รพ.สต.วอนกฟภ.อย่าปัดความรับผิดชอบ หาทางแก้ถาวร ไม่ให้เกิดซ้ำดีกว่า
เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีพนักงานบริษัทเอกชนรับจ้างตัดไฟฟ้าเข้าดำเนินการตัดไฟฟ้าบ้านพัก นางเกียน อายุ 68 ปี กลุ่มเปราะบาง ป่วยติดเตียง ชาวบ้านนาขาม ต.วังยาง อ.วังยาง จ.นครพนม ทำให้ไฟฟ้าดับ เครื่องผลิตออกซิเจน รวมถึงเครื่องดูดเสมหะ และเตียงลมไม่ทำงาน กระทบการรักษาผู้ป่วยนานกว่า 2 ชั่วโมง ขณะพนักงานตัดไฟ ญาติผู้ป่วยพยายามแจ้งเหตุผลค้างค่าไฟ เพราะเจ้าของบ้านป่วยติดเตียง อยู่คนเดียวลำพัง สามีเสียชีวิต ไม่มีลูก อาศัยพี่น้อง ลูกหลาน เจ้าหน้าที่ รพ.สต.คอยดูแล แต่พนักงานไม่ฟังเหตุผล อ้างทำตามหน้าที่ จนกระทั่งพี่สาว อายุ 78 ปี ต้องซ้อนท้ายจักรยานยนต์หลานกว่า 10 กม. ไปชำระค่าไฟที่สำนักงาน สาขา อ.วังยาง ด้านผู้ป่วยอาการทรุด ก่อนจะเสียชีวิตในคืนเดียวกัน (คืนวันที่ 1 ตุลาคม)
ล่าสุดโลกโซเชียลออกมาร่วมกันเปิดเผย ซึ่งเชื่อว่าเป็นต้นเหตุของการตัดไฟ กรณีไม่ชำระตามกำหนด เนื่องจากจะมีค่าธรรมเนียมในการติดตั้งคืนมิเตอร์ ครั้งละ 107 บาท จะถูกหักเป็นส่วนต่างค่าจ้างเอกชนหม้อละ 35 บาท ทำให้มีการทำยอดโกยรายได้ ไม่เว้นแม้กระทั่งบ้านคนป่วยติดเตียง และไม่ยอมรับฟังเหตุผล เพราะเป็นพนักงานบริษัทเอกชน ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนชาวบ้าน อ้างว่าทำตามหน้าที่
บางรายเกินกำหนดชำระแค่ไม่ถึงวันยังโดนตัด ทั้งที่มีระเบียบสามารถผ่อนผันได้ หากมีความจำเป็น ตามความเหมาะสม โดยชาวบ้านต้องการให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคทบทวนแก้ไข บรรเทาความเดือดร้อนชาวบ้าน รวมถึงกลุ่มเปราะบาง

นอกจากนี้ บริษัทเอกชนที่เข้ามารับจ้างตัดไฟจะต้องผ่านการประมูลเข้ามา เสนอราคาค่าจ้างในราคาต่ำสุด ในสัญญาระยะเวลา 1 ปี จะมีการประมูลใหม่ จึงต้องการให้มีการตรวจสอบคุณสมบัติ และประเมินการทำงาน ห้ามผูกขาด หรือมีประโยชน์ทับซ้อนกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
อย่างไรก็ดี จากการตรวจสอบพบว่า นางเกียน อายุ 68 ปี ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียง ค้างค่าไฟ จำนวน 1,155 บาท แยกเป็น เดือนสิงหาคม 2567 เป็นเงิน 620.90 บาท และเดือนกันยายน 2567 เป็นเงิน 534.20 บาท เช็กย้อนหลังประมาณ 7 เดือนที่ผ่านมา ไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่ต้องชำระ เนื่องจากใช้ในเกณฑ์รัฐบาลช่วยเหลือ ไม่เกิน 315 บาท ทำให้ญาติเข้าใจว่าไม่ได้เสียค่าไฟ จนกระทั่งมีคนมาตัดไฟจึงรู้ภายหลัง เพราะบิลค่าไฟจะเสียบตามเสาไฟฟ้าหน้าบ้านพักผู้เสียชีวิต แต่ไม่มีคนตรวจสอบ
ส่วนยอดค่าไฟที่เพิ่มขึ้นเกิดจากการใช้เครื่องมือทางการแพทย์ เครื่องผลิตออกซิเจน และเตียงลม เพราะผู้ป่วยมีแผลกดทับ ตลอด 24 ชั่วโมง พอเกิดผลกระทบ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอ้างว่าต้องแจ้งลงทะเบียนเข้าระบบ แจ้งด้วยวาจาไม่มีผล

ด้าน น.ส.นงลักษณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านนาขาม ต.วังยาง อ.วังยาง จ.นครพนม เปิดเผยว่า ยอมรับว่าปัญหาตัดไฟฟ้าบ้านกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ บั่นทอนความรู้สึกบุคลากรทางการแพทย์มาก อยากให้เข้าใจว่าทุกคนทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลกลุ่มเปราะบาง แต่อีกหน่วยงานกลับมาทำแบบนี้ สุดท้ายพอเกิดปัญหาอ้างเอกชนรับจ้าง แค่บอกกล่าวด้วยวาจาไม่ได้ ต้องทำเป็นเอกสาร แล้วถามคืนว่าก่อนที่พนักงานเอกชนจะมาตัดต้องรับใบสั่งจากใคร
“พอเถอะกับการปัดความรับผิดชอบ มาช่วยกันแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดซ้ำอีกดีกว่า ถึงแม้จะไม่กระทบทำให้ผู้ป่วยตายทันที แต่เชื่อว่ากระทบต่อสุขภาพผู้ป่วยในระยะประคับประคองแน่นอน ทางการแพทย์ต้องใช้เครื่องใช้หายใจตลอด 24 ชั่วโมง เมื่อไฟดับมีผลต่อสุขภาพแน่นอน” น.ส.นงลักษณ์ระบุ
น.ส.นงลักษณ์กล่าวอีกว่า เข้าใจถึงการชดเชยเยียวยาว่าเป็นหลักเกณฑ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค แต่อยากให้คำนึงถึงหลักมนุษยธรรม อยากให้มีคุณธรรมในการทำงาน เช่นเดียวกัน บุคลากรทางการแพทย์ยังต้องทำหน้าที่ในการรักษาผู้ป่วยให้ดีที่สุด ไม่ได้คำนึงถึงประโยชน์ หรือรายได้ ทุกคนต้องได้รับบริการที่ดีเทียบเท่ากันหมด ยิ่งเกี่ยวกับความเป็นความตายแค่เสี้ยวนาทียังสำคัญ

