หน้าแรก ภูมิภาค ญาติลูกเรือปร...

ญาติลูกเรือประมงไทย จมน่านน้ำมาเลย์สูญหายกว่า10วัน ยังไม่พบร่างอีก3ราย วอนทางการไทยช่วยเหลือ

7.10.24 | 16:52 น.

ญาติลูกเรือประมงไทย จมน่านน้ำมาเลย์สูญหายกว่า10วัน ยังไม่พบร่างอีก3ราย วอนทางการไทยช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม จากกรณีเมื่อวันที่ 25 กันยายน ชาวประมงประเทศมาเลเซีย ได้รับแจ้งว่าเรือประมง KFH 2199 อับปางอยู่น่านน้ำประเทศมาเลเซีย ฝั่งไทรบุรี เมืองเปอร์ลิศ ซึ่งมีผู้รอดชีวิตอยู่บนเรือที่คว่ำอยู่ 1 ราย ดับ 1 ราย ส่วนอีก 4 คน ยังไม่พบตัว
เจ้าหน้าที่ของทางมาเลเซียกับเรือประมง ได้เข้าทำการกู้เรือ ปรากกฏว่าระหว่างลากเรือเข้าฝั่งไทรบุรี แล้วมีศพลอยขึ้นมา จึงนำศพส่งต่อที่โรงพยาบาลในประเทศมาเลเซียเพื่อรอพิสูจน์ว่าศพรายนี้คือใคร ส่วนอีก 3 คนยังไม่พบแต่อย่างใด

นายปาตัส เจ๊ะมุ ผู้รอดชีวิต เปิดเผยว่า เรือที่ตนทำงานถูกเรือสินค้าชนช่วงตอนกลางคืน ได้ยินเสียงดังปั้งแรงมาก ตนกับนายเจ๊ะมุได้ออกมาดู แต่ข้างเรือแตกหัก น้ำทะเลทะลักเข้าเรือจนเริ่มจมอับปางทันที ไต้ก๋งเจ๊ะมุ รีบกระโดดดำน้ำลงไปเพื่อช่วยเหลือลูกเรืออีก 3 คน ซึ่งนอนหลับอยู่ในเก๋งเรือ แต่ช่วยไม่ได้ หลังจากนั้นไต้ก๋งเจ๊ะมุ ก็ไม่โผล่ขึ้นมาอีกเลย ขณะนั้นป็นช่วงที่มีฝนตกหนักและมีพายุลมแรง ตนพยายามปืนขึ้นไปอยู่บนตัวเรือที่พลิกคว่ำลอยโผล่ผิวน้ำ กินน้ำทะเลประทังชีวิตเป็นเวลา 3 วัน กว่าจะมีเรือประมงมาพบเห็นและได้ช่วยชีวิตตนไว้

กระทั่งเมื่อวันที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ทางครอบครัวของนางอารดา รักบุรี เป็นคน ต.อาเนาะรู อ.เมือง จ.ปัตตานี ได้ทราบข่าวจากทางการมาเลเซียว่า เรือประมง KFH 2199 ที่คนในครอบครัวของนางอารดาทำงานได้ถูกเรือบรรทุกสินค้าชนและเรือได้อัปปางลง ในน่านน้ำมาเลยเซีย ฝั่งไทรบุรี เมืองปลิศ มีลูกเรือรอดชีวิต 1 คน เสียชีวิต 1 คน และสูญหายอีก 3 คน

หลังทราบข่าว นางอารดา พร้อมด้วยญาติจึงเดินทางไปที่ประเทศมาเลยเซียทันที โดยเธอได้ยืนยันว่าศพผู้เสียชีวิตนั้นคือพ่อของตน คือ นายอิบร่อเหม รักบุรี อายุ 63 ปี (ลูกเรือ) เนื่องจากจำได้ว่าพ่อใส่ฟันปลอม แต่ทางการมาเลเซียยังไม่อนุญาตให้นำศพกลับประเทศไทย ต้องรอพี่สูจ DNA อีกครั้ง

Advertisement

ส่วนผู้รอดชีวิต 1 คน ทราบชื่อคือ นายปาตัส เจ๊ะมุ อายุ 49 ปี (ลูกเรือ) เป็นเพื่อนร่วมงานของพ่อ ผู้สูญหายในทะเลจำนวน 3 คนนั้นเป็นญาติของนาง ทราบชื่อ คือ 1. เจ๊ะมุ จำปีพันธ์ อายุ 56 ปี คน จ.ปัตตานี (ไต๋เรือ) 2.นายอดิศักดิ์ ตำภู อายุ 46 ปี คน จ.สงขลา (ลูกเรือ) และ 3.วีรศักดิ์ ยีโหนด เป็นคนสตูล (ลูกเรือ) โดยทั้ง 3 คนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม

อย่างไรก็ตาม สำหรับเหตุการ์ดังกล่าว คาดการณ์ว่าเรือได้อัปปางเมื่อ วันที่ 23 กันยายนที่ผ่านมา เนื่องจากขาดการติดต่อ กระทั้งชาวประมงได้เจอกับเรือลำดังกล่าว วันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา

ด้านญาติได้ออกมาขอความช่วยเหลือ ให้ทางการไทยช่วยดำเนินการนำศพที่อยู่ประเทศมาเลยเชียกลับมาโดยเร็ว เพื่อนำมาประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม เนื่องจากทางการประเทศมาเลยเซีย ยังไม่อนุญาตให้นำกลับมาได้ ต้องรอตรวจ DNA โดยมีการอ้างว่าต้องใช้เวลา 1 เดือน แต่ลูกสาวผู้เสียชีวิตได้ยืนยันแล้วว่าเป็นพ่อจริงๆ ซึ่งญาติมีความเป็นห่วง เพราะนานเกินไป อีกทั้งอยากให้ทางการไทยช่วยเร่งออกตามหาทั้ง 3 คน ที่สูญหาย ซึ่งทางญาติๆ ยังมีความหวัง เนื่องจากพบว่าเสื้อชูชีพ 3 ตัว ได้หายไป

ล่าสุด นางสุภาวรรณ หวันโส๊ะ ญาติผู้เสียชีวิต และผู้สูญหายทั้ง 3 คน เปิดเผยว่า หลังทราบข่าว วันเสาร์ ตนและญาติได้เดินทางไปที่จุดเกิดที่ประเทศมาเลเซียทันที เมื่อไปถึงก็ทราบได้เลยว่าเป็นเรือที่ญาติได้ออกเรือลำนี้ไป และยังทราบอีกว่ามีคนอีก 1 คน จากสมาชิก 5 คน ซึ่งเรือได้อัปปางที่น่านน้ำระหว่างประเทศมาเลเซีบกับ ประเทศไทยและอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเส้นทางการเดินเรือสินค้าและเรือประมง ส่วนการค้นหานั้น ตนได้ติดตามกับเถ่าแก่เรือว่ามีการค้นหาจริงไหม การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างไร ก็ได้คำตอบมาว่ายังคงมีการออกค้นหาอยู่

นางสุภาวรรณเปิดเผยว่า ระหว่างการกู้เรือก็มีนักดำน้ำจาก จ.สงขลา มาร่วมภารกิจนี้ด้วย ตอนเจ้าหน้าที่ดำน้ำ ตนและญาติก็หวังทีแรกว่า ทั้ง 4 คน คงติดอยู่ในเรือ แต่ก็ไม่พบ กระทั่งระหว่างลากเรือจากจุดเกิดเหตุมายัง ลังกาวี และลากต่อมายังฝั่งไทนบุรี เพื่อทำการพลิกเรือและสูบน้ำออก ปรากฏว่ามีศพได้ลอยออกมา เจ้าหน้าที่จึงนำศพไปพิสูจน์ที่โรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ยังคงมีการสูบน้ำออกออกเรือหวังว่าจะมีอีก 3 คนที่ติดอยู่แต่ก็ไม่พบใคร ก็ยังมีความหวังอยู่ เพราะในเรือมีเสื้อชูชีพ 5 ตัว ติดมากับเรือ 2 ส่วน อีก 3 ตัวหายไป ซึ่งตนหวังไว้ว่าทั้ง 3 คน อาจจะเอาตัวรอดได้

“ตอนนี้ศพอยู่ที่โรงพยาบาลประเทศมาเลเซีย ตนก็ขอวิงวอนกับทางการไทยช่วยประสานงานให้กับสมาชิกครอบครัว เพราะศพอยู่ที่มาเลเซียนานแล้ว ตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงวันนี้ก็ 10 กว่าวัน พวกเรารอด้วยใจที่หดหู่ และตั้งความหวังว่าอยากจะนำศพกลับมาบ้านเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาโดยเร็ว พวกเรา ขอร้องและวิงวอนให้หน่วยงานของไทยที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ เพื่อเป็นความหวังของครอบครัว” นางสุภาวรรณกล่าว

ด้านนางอารดา รักบุรี ลูกสาวของนายอิบร่อเหม รักบุรี (ผู้เสียชีวิต) กล่าวว่า อยากให้ช่วยเร่งการตรวจ DNA ทางการมาเลย์บอกว่าใช้เวลานานเป็นเดือน ซึ่งขอตนยืนยันว่าเป็นพ่อของตน เพราะหมอบอกว่ามีฟันปลอม สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนเสียใจมาก ไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้เลย พ่อเป็นคนที่อัธยาศัยดี เป็นเสาหลักของครอบครัว ส่วนเรื่องอนาคต ตนก็ต้องเป็นหัวหน้าครอบครัวดูแลคนในครอบครัวต่อไป