หนุ่มใหญ่จิตสาธารณะน้ำตาคลอ ตัดหญ้าริมทางถูกโจรขโมยโทรศัพท์ลูก
เมื่อเวลา 15.00 น ของวันที่ 7 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดปราจีนบุรี ได้รับแจ้งว่ามีหนุ่มใหญ่วัย 53 ปีพาลูกชายมาทำสาธารณกุศล โดยการตัดหญ้าริมทาง ถูกหัวขโมยแสบแอบย่องขโมยโทรศัพท์ทิ้งไว้เหลือเพียงเคสโทรศัพท์ ลูกชายวัย 7 ขวบหลั่งน้ำตา
จากการตรวจสอบพบว่าจุดที่ได้รับแจ้งอยู่บริเวณถนนเลี่ยงเมืองในพื้นที่บ้านโคกขวาง ตำบลศรีมหาโพธิ อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ได้พบกับ นายรัชตะ อายุ 53 ปี ซึ่งเป็นพลเมืองดี ที่ขับรถยนต์กระบะมาพร้อมกับลูกชายวัย 7 ขวบ (เป็นเด็กสมาธิสั้น) โดย นายรัชตะ จะเป็นที่ทราบกันดีของชาวบ้านในพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรีว่า เป็นผู้ที่มีจิตสาธารกุศล ที่มักจะขับรถไปตามพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี หากจุดไหนที่พบหญ้าหรือต้นไม้ขึ้นรกทึบริมถนนก็จะนำเครื่องตัดหญ้ามีดพร้าที่อยู่ในรถลงไปตัด โดยไม่ได้เรียกร้องเงินทองหรือสิ่งของใดๆเพียงแค่มีใจอยากจะช่วยสังคม
จากการสอบถาม นายรัชตะ อายุ 53 ปี ได้เผยว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถผ่านจุดบริเวณดังกล่าว โดยเดินทางเข้าไปในตัวเมืองจังหวัดปราจีนบุรี พบว่าหญ้าขึ้นรกทึบ เมื่อช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา หลังจากที่เห็นด้วยความที่มีใจในเรื่องจิตอาสา เมื่อวานที่ผ่านมา (6-ตุลาคม 2567) จึงเดินทางมาพร้อมกับลูกชาย 2 คน ได้มาทำการตัดหญ้าช่วงบริเวณโค้งเจดีย์ ซึ่งทางตนก็ทำการตัดหญ้าเสร็จแล้วทั้งสองฝั่ง มาถึงวันนี้วัน(วันที่ 7 ตุลาคม 2567)วันที่เกิดเหตุ ตนก็เริ่มทำการตัดหญ้าตั้งแต่แยกวัดนพ (ระยะทางประมาณ 1,500 เมตร) พอเหนื่อยก็พากันนั่งพักพร้อมกับลูกชาย ซึ่งขณะที่ตนตัดญาติอยู่นั้นทางลูกชายก็มีการนำไม้กวาดมากวาดตามหลัง
หลังจากนั้นทางลูกชายของตนได้วางโทรศัพท์ไว้บริเวณข้างรถยนต์ที่ตนจอดอยู่ พอตนตัดหญ้าไปได้สักระยะหนึ่ง ก็รู้สึกหิวน้ำจึงเดินกลับมาหาลูก จึงได้ถามทางลูกชายว่าโทรศัพท์ไปไหน ทางลูกชายตอบกลับมาว่าโทรศัพท์ก็วางอยู่ตรงพื้น โดยหลังจากที่ลูกชายบอกว่าโทรศัพท์วางอยู่ที่พื้น คนจริงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา พบเพียงแค่เคสโทรศัพท์ ส่วนโทรศัพท์นั้นได้มีคนขโมยหายไปแล้ว ซึ่งโทรศัพท์นั้นเป็นโทรศัพท์ของลูกหลังจากที่โทรศัพท์หายไปลูกชายตนก็มีอาการร้องไห้ตลอดเวลา
ตนจึงขอวิ่งวอนถึงคนที่ขโมยไปว่า ตนมาทำบุญมาช่วยสาธารณประโยชน์ช่วยสังคม ช่วยชุมชน ซึ่งตนเห็นถ้าหญ้ามันขึ้นรก ตนก็มาตัดให้ทั้งที่ไม่ได้ค่าจ้างไม่ได้อะไรบางวันตนก็ไม่ได้กินข้าว ไม่ได้กินอะไร แล้วมาเจอโจรใจบาปมาลักโทรศัพท์ลูก ตนจึงอยากจะกลับวิงวอนโจรหรือคนที่ขโมยโทรศัพท์ลูกตนไป นำโทรศัพท์มาคืนเพราะตนรู้สึกสงสารลูกที่ไม่มีโทรศัพท์ใช้ และตนก็ไม่มีเงินที่จะซื้อโทรศัพท์มาให้ลูกด้วย
ส่วนทางด้าน คุณส้ม เป็นแม่ค้าที่อยู่ในละแวกที่นายรัชตะ ไปตัดหญ้าช่วยสังคมด้วยจิตกุศลได้กล่าวเพิ่มเติมว่าตนมักจะเห็นพี่รัชตะเดินทางมาตัดหญ้าในละแวกที่ตนอยู่บ่อยครั้ง โดยแกจะตัดด้วยใจและไม่มีใครจ้างทุกสิ่งทุกอย่างแกเป็นคนออกค่าใช้จ่ายเอง อึ้งก่อนหน้านี้ตนก็ไม่ทราบว่าพี่รัชตะถูกขโมยโทรศัพท์ พึ่งมาช้าแล้วรู้สึกว่าไม่น่าทำ เพราะแกเป็นคนที่มาตัดหญ้าให้กับชุมชนโดยไม่ได้มีค่าใช้จ่าย ข้างทางก่อนหน้านี้ก็จะมีหญ้าขึ้นรกทึบ พอแกมาทำให้พบว่าถนนเลี่ยนเตียน ไม่มีหญ้า มองเห็นรถได้ในระยะไกล แล้วพอมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ถึงแม้ว่าโทรศัพท์เครื่องจะไม่กี่บาทแต่มาทำแบบนี้ ก็ไม่สมควรที่จะทำ และเป็นโทรศัพท์ของลูกของแกด้วย ซึ่งถ้าหากใครเอาไปก็อยากจะให้นำมาคืน
โดยหลังจากที่ทาง ผู้สื่อข่าวและชาวบ้านในพื้นที่ ทราบเรื่อง ทางคุณส้มได้มอบเงินช่วยเหลือค่าน้ำมันและซื้อน้ำดื่มให้พี่รัชตะและลูกชาย สวนทางพฤกษศาสตร์ก็ได้พาพี่รัชตะมาทานข้าวบริเวณร้านอาหารป่าที่อยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุ โดยพี่รัชตะกล่าวว่าเป็นอาหารเช้าที่ตนพึ่งได้ทานในวันนี้พร้อมกับลูกชาย



