ห้ามไม่ทัน! สาวอินเดียถูกหาว่าลักเงิน 3 พัน ถอดชุดชั้นใน พิสูจน์ความบริสุทธิ์
เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2567 ขณะที่ ร.ต.อ.สถาพร สวัสดี รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี นำกำลังออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ได้รับแจ้งเหตุลักทรัพย์ ที่ร้านซ่อมรถจักรยานยนต์ ข้างวัดวิเวกบูรพาชัย ชุมชนหนองตุ เขตเทศบาลนครอุดรธานี จึงนำกำลังออกไปตรวจสอบ
พบนายธนบดินทร์ อายุ 50 ปี ชาวอุดรธานี โต้เถียงกับ น.ส.อาซีซะ หรือเอ๋ อายุ 23 ปี สัญชาติอินเดีย เพราะนายธนบดินทร์สงสัยว่า น.ส.อาซีซะเป็นคนลักเงิน 3,000 บาท ส่วน น.ส.อาซีซะ ปฏิเสธ โดยยืนยันว่าไม่ได้ขโมย จนตำรวจต้องให้หยุดโต้เถียงกัน โดย น.ส.อาซีซะ แสดงความบริสุทธิ์ใจด้วยถอดเสื้อผ้าต่อหน้าตำรวจ ให้ค้นหาเงินที่หายไป โดยถอดเสื้อชั้นในและกางเกงในออกมา ทำให้ตำรวจและชาวบ้านที่มาดูถึงกับตกใจ และบอกให้หยุดถอด แล้วให้ภรรยานายธนบดินทร์ไปค้นตัว น.ส.อาซีซะในห้องน้ำภายในร้านซ่อมจักรยานยนต์

นายธนบดินทร์เล่าว่า ตนนำรถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาซ่อมที่ร้าน และได้เข้าไปช่วยช่างซ่อมรถ โดยเอากระเป๋าสะพายผ้าสีเหลืองวางไว้บนม้านั่ง ขณะกำลังซ่อมรถกัน น.ส.อาซีซะ ได้จูงจักรยานเข้ามาในร้านเพื่อเปลี่ยนยาง ครั้งแรกนั่งรออยู่หน้าร้าน ต่อมาได้มานั่งบนชิงช้านั่งและทับกระเป๋าของตน แล้วผู้หญิงก็หยิบเอากระเป๋าตนขึ้นมา ตนคิดได้ว่าเอาเงินใส่ไว้ในกระเป๋า จึงรีบนำไปหยิบเอากระเป๋ามาเปิดดูเงิน
เมื่อปิดกระเป๋าดูก็พบว่าแบงก์ 1 พันบาทหายไป 3 ฉบับ รวมเป็นเงิน 3,000 บาท เหลือแต่แบงก์ร้อยและแบงก์ 20 อยู่ในกระเป๋า นายธนบดินทร์คิดว่าผู้หญิงคนนี้ขโมยเงินไปแน่นอน แต่เมื่อสอบถามผู้หญิงก็โวยวายบอกว่าไม่ได้เอาไป จึงได้แจ้งตำรวจ

หลังจากตรวจค้นตัว น.ส.อาซีซะ ในห้องน้ำเสร็จ ปรากฏว่าไม่พบเงินซุกซ่อนในตัว น.ส.อาซีซะเล่าว่า ตนเป็นชาวอินเดีย เข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยได้ 2 ปี ครั้งแรกอยู่ที่เชียงใหม่ ทำอาชีพขายดอกไม้ ต่อมาได้ย้ายมาขายดอกไม้อยู่ที่ จ.อุดรธานี ก่อนเกิดเหตุ ตนนำรถจักรยานมาเปลี่ยนยาง แต่เจ้าของร้านกำลังซ่อมรถจักรยานยนต์ จึงนั่งรอหน้าร้าน และขยับมานั่งที่ชิงช้าเหล็ก ปรากฏว่าไปนั่งทับกระเป๋านายธนบดินทร์ จึงหยิบกระเป๋าขึ้นมายื่นให้ แต่ไม่ได้ขโมยเงิน 3 พันในกระเป๋าแน่นอน สาบานได้

เนื่องจากค้นหาเงินของกลางไม่พบ จึงไม่สามารถดำเนินคดีกับ น.ส.อาซีซะได้ แต่นายธนบดินทร์ก็ยังสงสัยและติดใจว่า น.ส.อาซีซะเป็นคนลักเงินในกระเป๋าไป อาจจะหยิบเอาแล้วไปซ่อน ทำให้ไม่มีของกลาง และไม่มีหลักฐานเพราะในร้านไม่กล้องวงจรปิด นายธนบดินทร์จึงยอมขอโทษ และยกมือไหว้ น.ส.อาซีซะ ซึ่งก็บอกว่าไม่เป็นไร ก่อนจะแยกย้ายกันไป

