หน้าแรก ภูมิภาค บุกเหมืองบิตค...

บุกเหมืองบิตคอยน์ 10 จุด ในกาญจนบุรี ลอบใช้ไฟหลวง เสียหายกว่า 20 ล้าน

9.10.24 | 16:12 น.

บุกเหมืองบิตคอยน์ 10 จุด ในกาญจนบุรี ลอบใช้ไฟหลวง สูญรายได้ เดือนละ 2.5 ล้าน เสียหายรวมกว่า 20 ล้าน

วันที่ 9 ตุลาคม ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมลงพื้นที่ตรวจค้นการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี หลังได้รับแจ้งจากการไฟฟ้าว่ามีการลักลอบใช้ไฟฟ้าทำเหมืองขุดบิตคอยน์ จำนวน 10 จุด

จากการสืบสวนพบว่า มีเครือข่ายผู้ลักลอบกระทำความผิด รวมตัวเช่าบ้าน และอาคารพาณิชย์กว่า 10 แห่ง กระจายตัวในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี มีการนำเข้าเครื่องมือจากต่างประเทศ และลักลอบใช้กระแสไฟฟ้า ส่งผลให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับความเสียหายอย่างหนัก และสร้างความเสี่ยงต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

Advertisement

สำหรับการทำเหมืองขุดเงินดิจิทัล (บิตคอยน์) ดังกล่าว จะใช้กระแสไฟฟ้าปริมาณมากขนาดเทียบเท่ากับโรงงานอุตสาหกรรม แต่มีการลักลอบดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้า โดยใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อควบคุมการระบุตัวเลขจากมิเตอร์ไฟฟ้าให้มีจำนวนตัวเลขน้อยกว่าความเป็นจริง และจากการตรวจสอบประวัติการชำระค่าไฟฟ้าพบว่า เครือข่ายดังกล่าวจ่ายค่าไฟฟ้าเพียง 100-400 บาทต่อเดือน

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ รองอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ (รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสอบสวนพิเศษ) เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า ทาง DSI ร่วมกับเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าม่วงลงพื้นที่ตรวจค้นบ้านเป้าหมายซึ่งพบเบาะแสจากการไฟฟ้าว่า น่าจะมีการลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเงินดิจิทัล

จึงนำกำลังพร้อมหมายค้นคดีอาญาจากศาลจังหวัดกาญจนบุรี เข้าตรวจค้นจำนวน 10 จุด พบว่า กลุ่มผู้กระทำความผิดมีการดัดแปลงมิเตอร์ไฟฟ้า รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้มิเตอร์ไฟฟ้ามีการทำงานช้าลงอ่านค่าผิดพลาดน้อยกว่าการใช้งานจริง โดยจ่ายค่าไฟฟ้าเดือนละหลักร้อยต่างจากการใช้งานจริง

ในขณะที่การใช้งานจริงควรเสียค่าไฟฟ้าเดือนละกว่า 250,000 บาท ทำให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สูญเสียรายได้กว่า 2,500,000 บาทต่อเดือน

เบื้องต้นได้ทำการยึดของกลางเพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลสืบสวนสอบสวนคดีเพิ่มเติม จากการสืบสวนกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานลักทรัพย์และลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 และมาตรา 335 (1) และอาจมีความผิดอาญาอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายฐานความผิด ซึ่งหากพบความผิดที่เข้าข่ายความผิดตามบัญชีท้ายพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษเพิ่มเติม ก็จะเสนอเป็นคดีพิเศษต่อไป

พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ