2 ทหารหนุ่ม รับสารภาพยิงคู่อริในงานแสดงหมอลำดัง ทำชาวบ้านโดนลูกหลง บาดเจ็บ 3 ราย
จากกรณีมีกลุ่มชายหัวเกรียนไปดูหมอลำดัง “ใจเกินร้อย” ที่ลานคอนเสิร์ตตลาดเมืองทองเจริญศรี เขตเทศบาลนครอุดรธานี และมีเหตุชกต่อยกันกลุ่มวัยรุ่นหน้าเวทีหมอลำ ก่อนที่จะออกมาทะเลาะกันนอกรั้วสังกะสี ก่อนจะมีเสียงปืนดังขึ้นหลายนัด ทำให้ชาวบ้านโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บ 3 ราย พบปลอกกระสุนเกลื่อนถนน หลังก่อเหตุกลุ่มชายหัวเกรียนได้ขับรถปิกอัพหลบหนีไป ก่อนร้อยเอกจะนำรถปิกอัพสีขาวโดนกระสุนปืนยิงกระจกหลัง และแคปได้รับความเสียหาย และทหารที่ไปเที่ยวมาให้ปากคำกับตำรวจสืบสวน เหตุเกิดเวลา 01.40 น. วันที่ 9 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น
เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปพบ น.ส.ญาณีนาถ อายุ 26 ปี ชาวอุดรธานี ซึ่งเป็นภรรยานายไพศาล อายุ 29 ปี ผู้บาดเจ็บโดนกระสุนปืนบริเวณสะโพกขวา 1 นัด และต้นขาซ้าย 1 นัด
โดย น.ส.ญาณีนาถเล่าว่า สามีทำงานขึ้นสินค้าที่ตลาดเมืองทองเจริญศรี ส่วนตนเป็นแม่บ้าน แต่งงานมา 5 ปี มีลูก 3 คน (ลูกติดสามี 2 คน ลูกติดภรรยา 1 คน) คืนเกิดเหตุ หลังเลิกงาน สามีชวนตนไปดูหมอลำที่มาทำการแสดงที่ลานคอนเสิร์ต ซึ่งอยู่ในตลาด
น.ส.ญาณีนาถเล่าต่อว่า พอตกดึกมีกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกันหน้าเวทีหมอลำ แล้วออกมาทะเลาะนอกรั้วสังกะสี สามีเกรงว่าจะได้รับอันตรายจึงชวนตนกลับบ้าน เมื่อเดินออกมาหน้าประตูรั้วสังกะสี ก็พบกลุ่มวัยรุ่นทะเลาะกัน สามีได้รีบจับมือตนให้รีบเดินหนี ถึงหน้าร้านขายพลาสติก ก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น เป็นจังหวะที่สามีดึงตนมาหลบอยู่ด้านหลัง สิ้นเสียงปืนสามีได้ทรุดลงกับพื้น จึงรู้ว่าสามีโดนลูกหลง ถูกยิงที่สะโพกขวา ซึ่งบริเวณดังกล่าวมืดทำให้มองไม่เห็นว่าใครยิง เมื่อคืนนี้หมอได้ผ่าตัดเอากระสุนออก จึงรู้ว่าโดนยิงที่ต้นขาซ้ายอีก 1 นัด

“มันไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่มาโดนลูกหลงได้รับบาดเจ็บ ถ้ากระสุนถูกตนไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร ฝากถึงกลุ่มที่ก่อเหตุ ให้มามอบตัว และแสดงความรับผิดชอบกับสิ่งที่ได้กระทำลงไป เพราะสามีเป็นเสาหลักของครอบครัว โดนยิงอาการสาหัสต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล ไม่ได้ทำงานก็ไม่มีเงินเลี้ยงดูแลครอบครัว”
ทางด้าน พ.ต.ท.ดิษฐวัฒน์ ถาวรสินพงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองอุดรธานี เปิดเผยถึงความคืบหน้าในคดี หลังตำรวจสืบสวนออกไปตรวจภาพวงจรปิดในที่เกิดเหตุ และมีทหารยศร้อยเอก นำทหารที่ไปดูหมอลำในวันเกิดเหตุ สอบสวนปากคำ โดยมีทหารธรรมนูญร่วมสอบสวนด้วย
โดย จ.ส.อ.อัศ (นามสมมุติ) อายุ 33 ปี ให้การรับสารภาพว่า หลังมีเหตุทะเลาะวิวาทกับกลุ่มวัยรุ่น ได้นำปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ออกมายิงขึ้นฟ้า 1 นัดเพื่อข่มขู่เท่านั้น ส่วน จ.ส.ท.วัช (นามสมมุติ) อายุ 35 ปี ได้ใช้ปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่น 1 นัด ก่อนขับรถปิกอัพกลับเข้าค่ายทหารแห่งหนึ่ง แล้วนำอาวุธปืนทั้งสองกระบอกไปทิ้งลงสระในค่ายทหาร ซึ่งวันนี้ตำรวจจะได้เข้าไปงมหาอาวุธปืนของกลางที่ใช้ก่อเหตุ
เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อหา จ.ส.ท.วัช “พยายามฆ่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ส่วน จ.ส.อ.อัศ แจ้งข้อหา “มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน และทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ส่วนทหารที่โดนกลุ่มวัยรุ่นทำร้าย จะได้สืบสวนหาวัยรุ่นผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


