จับหนุ่ม 19 มือแทงโจ๋ดับหน้าเวทีหมอลำ ยันไม่อยากมีเรื่อง แต่ถูกทำร้ายก่อน
จากกรณีนายสาวิตต์ สว่างวงษ์ หรือแม็ก อายุ 25 ปี ไปดูหมอลำกับกลุ่มเพื่อน แล้วถูกคนร้ายแทงด้วยของมีคมไม่ทราบชนิด 1 แผล ที่บริเวณใต้ราวนมซ้าย จนเสียชีวิตอยู่กลางถนนสร้างคอม-เพ็ญ บ้านโคก ต.บ้านโคก อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ซึ่งตำรวจจับนายเข็ม ผู้ต้องสงสัยเป็นมือแทง เพราะมีพยานยืนยัน แต่นายเข็มปฏิเสธเสียงแข็งว่าเป็นญาติกับผู้ตาย เห็นถูกแทงจึงเข้ามาช่วย แต่ก็ถูกนำตัวไปสอบสวน ส่วนนายเจมส์ เพื่อนสนิทผู้ตายเชื่อตำรวจจับแพะ เพราะทั้งคู่เป็นญาติกัน เหตุเกิดเมื่อเวลา 00.45 น. วันที่ 9 ตุลาคม 2567 นั้น
ต่อมาเวลา 09.00 น. วันที่ 11 ตุลาคม พ.ต.ท.วิศิษฐ์ศักดิ์ ปรีชา สว.สส.สภ.สร้างคอม จ.อุดรธานี นำกำลังไปจับกุมนายคิมหันต์ หรือปืน อายุ 19 ปี หลังมีพยานแจ้งว่านายปืนเป็นคนแทงนายสาวิตต์ โดยจับกุมได้ที่บ้านพัก ควบคุมตัวไปโรงพักทำการสอบสวน
นายคิมหันต์ให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นคนแทงนายสาวิตต์ เพราะว่านายสาวิตต์เต้นอยู่หน้าเวทีหมอลำ แล้วมากระแทกตนหลายครั้ง แต่ตนไม่อยากมีเรื่อง จึงไหว้ขอโทษทุกครั้ง แต่ผู้ตายไม่ยอม จึงมีปากเสียงทะเลาะกัน ตนจึงเดินออกมาจากหน้าเวทีหมอลำ มายืนอยู่ที่ถนนหน้าบ้านงาน แต่ผู้ตายก็ถือขวดเหล้าขาวทุบเป็นปากฉลามเดินตามมาหาเรื่องตน โดยผู้ตายเตะตนก่อน ตนจึงเอามีดคัตเตอร์แทงสวนไป 1 ครั้ง เสร็จแล้วก็วิ่งหนี โดยไม่รู้ว่านายสาวิตต์เสียชีวิต

“หลังเกิดเหตุและทราบว่านายสาวิตต์เสียชีวิตก็ทำให้ตนนอนไม่หลับอยู่หลายคืน คิดทบทวนว่าจะมามอบตัว อาจจะเป็นพรุ่งนี้ แต่วันนี้ตำรวจมาจับกุมตนที่บ้าน ส่วนมีดคัตเตอร์ หลังก่อเหตุตนได้ทิ้งไว้หน้ารถกระบะที่จอดอยู่ริมถนน ขอยืนยันว่าไม่เคยมีเรื่องโกรธแค้นหรือทะเลาะเป็นคู่อริกันมาก่อน เป็นเหตุเฉพาะหน้า ตนถูกทำร้ายก่อนก็ต้องป้องกันตัว ก็อยากขอโทษผู้ตาย” ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ฆ่าผู้อื่น” ควบคุมตัวไว้ดำเนินคดีตามกฎหมาย
ส่วนนายเขมทัต หรือเข็ม อายุ 29 ปี ซึ่งตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นคนแทงนายสาวิตต์ หรือแม็ก เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้นั่งดื่มเหล้ากับนายเจมส์และผู้ตาย พอเมาได้ที่ก็ไปดูหมอลำงานบุญในหมู่บ้าน มีการไปเต้นหน้าเวที ต่อมานายสาวิตต์โดนแทงเสียชีวิต ซึ่งตนได้วิ่งไปช่วยนายสาวิตต์ แต่ได้ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าแทงนายสาวิตต์เสียชีวิต เพราะมีพยานยืนยัน ตนก็ปฏิเสธมาตลอด ยืนยันความบริสุทธิ์ตลอด รู้สึกเสียใจที่เพื่อนมาตาย และตนยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยหรือเป็นแพะอีก แต่หลังจากตำรวจจับคนร้ายตัวจริงได้ก็รู้สึกดีใจ โชคดีที่ตนไม่ต้องไปต่อสู้ในชั้นศาล เพราะตนไม่ได้ทำจริงๆ


