วิกฤตมะพร้าวตรังขาดแคลนหนัก กะทิพุ่งกิโลละ 100 บาท สูงสุดในประวัติศาสตร์ แนวโน้มปรับขึ้นอีก คาดขาดแคลนถึงกลางปีหน้า แม่ค้าโอดต้นทุนพุ่ง หลายรายต้องปิดแผงนานร่วมเดือน เชื่อพิษภัยแล้ง-ไม่ออกลูก หวั่นกระทบลามเป็นลูกโซ่
เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวประจำ จ.ตรัง ได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านว่า ขณะนี้กำลังได้รับผลกระทบจากราคามะพร้าวปรับขึ้น ทั้งมะพร้าวผล โดยเฉพาะน้ำกะทิ ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่สำรวจการจำหน่ายมะพร้าวตามแผงจำหน่ายต่างๆ ในตลาดท่ากลาง เขตเทศบาลนครตรัง ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง พบว่าราคามะพร้าวขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว
พ่อค้าแม่ค้าต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าช่วงนี้มะพร้าวขาดแคลนหนัก แต่ละวันต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มให้คนไปตระเวนรับซื้อมะพร้าวต่างอำเภอและต่างจังหวัด เพื่อให้มีมะพร้าวเพียงพอมาป้อนแผงจำหน่ายน้ำกะทิ จากเดิมราคาผลละกว่า 10 บาท แต่ขณะนี้ราคากระโดดขึ้นไปที่ผลละ 30-33 บาทแล้ว และผลเล็กลงอย่างมาก บางผลเหลือเท่ากำปั้น ทำให้แผงจำหน่ายน้ำกะทิได้มะพร้าวผลเล็กลง แต่ราคาสูงขึ้นมาก จนต้องปรับราคาขายน้ำกะทิเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งแต่ละร้านจะปรับราคาไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับต้นทุน

อย่างไรก็ดี เมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา น้ำกะทิอยู่ที่กิโลกรัมละ 60-65 บาท แต่ขณะนี้ราคาน้ำกะทิปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 90-100 บาท และหลายร้านไม่มีมะพร้าวมาป้อนแผง ทำให้ต้องปิดแผงขายไปหลายร้าน และจะส่งผลกระทบหนักต่อกันเป็นลูกโซ่ เพราะมะพร้าวและกะทิเป็นส่วนผสมหลักที่สำคัญของแกง ขนม และอาหารของคนไทยทั่วทุกภาคเกือบทุกชนิด
น.ส.บุญญารัตน์ แม่ค้าน้ำกะทิ เปิดเผยว่า มะพร้าวแพงขึ้นอย่างมากกว่า 2 เท่าตัว เมื่อก่อนราคารับซื้อผลเล็ก 10 บาท กลาง 15 บาท ใหญ่ 17-18 บาท ตอนนี้ราคากระโดดไปที่ผลละ 30-33 บาท และผลเล็กลงมาก ราคาขายเมื่อประมาณ 2-3 เดือนก่อนกิโลกรัมละ 60-65 บาท ตอนนี้ขายราคากิโลกรัมละ 80 บาท ขณะที่แผงอื่นๆ ปรับราคาขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 90-100 บาท หลังจากนี้คงต้องปรับขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 90 บาท เพราะสู้ราคาต้นทุนไม่ได้ ต้องจ่ายเงินเพิ่มให้คนไปตระเวนหามะพร้าวถึง จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง และกระบี่ เพราะในพื้นที่ไม่มีเลย

น.ส.บุญญารัตน์กล่าวอีกว่า จากเดิมเคยรับวันละ 200-300 ลูก แต่ตอนนี้ได้มาแค่วันละประมาณ 100 ลูก และเชื่อว่าจะขาดแคลนยาว หากไม่มีมะพร้าวมาป้อนแผงคงต้องหยุดเหมือนเจ้าอื่นๆ ที่ตอนนี้หยุดขายกันหลายแผงแล้ว ลูกค้าที่มาซื้อก็สู้ราคาไม่ได้ หากเอาไปทำขนมจากเดิมลูกค้าซื้อวันละ 5 กิโลกรัม ก็เหลือ 2 กิโลกรัม หรือจากซื้อวันละ 30 กิโลกรัม ก็เหลือแค่ 5 กิโลกรัม เป็นต้น อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจแผงจำหน่ายน้ำกะทิพบว่าหลายร้านปิดแผงขายชั่วคราว เพราะไม่มีมะพร้าว บางแผงหยุดขายมานานนับเดือนแล้ว
ด้านนางสุวิมล เจ้าของแผงขายน้ำกะทิและทำขนมจีนน้ำยาน้ำกะทิขาย บอกว่า มะพร้าวขาดแคลนหนัก จากเดิมลูกละ 15-20 บาท ตอนนี้ราคากระโดดขึ้นเป็นลูกละ 30-33 บาท ทำให้ต้องปรับราคาขายน้ำกะทิเป็นกิโลกรัมละ 100 บาท ซึ่ง จ.ตรัง มะพร้าวไม่เคยแพงถึงกิโลกรัมละ 100 บาทมาก่อน และแนวโน้มยังขาดแคลนหนักต่อไป สาเหตุเกิดจากปัญหาภัยแล้งในช่วงที่ผ่านมา ทราบจากคนหามะพร้าวว่าตอนนี้มะพร้าวขาดคอ ไม่มีผลอ่อนมาแทนที่ผลที่เก็บไปแล้ว เชื่อว่าจะขาดแคลนยาวไปถึงกลางปีหน้า

นางสุวิมลกล่าวว่า เมื่อก่อนจะมีคนมาส่งให้ถึงแผงทุกวัน โดยตนจะมีสต๊อกมะพร้าวไว้ 500 ลูก แต่ตอนนี้หายาก ต้องให้คนออกตระเวนหา หากสต๊อกลดลงเหลือ 200 ลูก ต้องรีบหา บางวันต้องการ 200 ลูก ได้แค่ 50 ลูกเท่านั้น เพราะแม่ค้าพ่อค้าก็แย่งกันซื้อ ผลก็เล็กลง จากเดิม 1 กระสอบ บรรจุมะพร้าวได้ประมาณ 20 ลูก ตอนนี้ผลเล็กมาก บรรจุกระสอบได้ถึง 30-40 ลูก ราคาก็แพง ทำให้หลายแผงต้องหยุดขายชั่วคราว บางแผงหยุดขายมาเป็นเดือนแล้ว เพราะไม่มีมะพร้าวมาป้อนแผง
“ทำขนมจีนน้ำยากะทิขายด้วย จากเดิมทำขนมจีนขายวันละ 15 กิโลกรัม ใช้ต้นทุนมะพร้าววันละประมาณ 900 บาท แต่ตอนนี้ขนมจีนเท่าเดิม แต่ต้องใช้มะพร้าวตกวันละ 1,500 บาท ต้นทุนสูงขึ้นเกือบ 2 เท่าตัว ลูกค้าก็ซื้อลดลง และหลายคนหันไปซื้อกะทิกล่อง นอกจากนี้ ยังทำห่อหมกขายด้วย ก็ใช้น้ำกะทิกล่องแทนแล้วเช่นกัน” นางสุวิมลกล่าว


