หน้าแรก ภูมิภาค ญาติเหยื่อตาก...

ญาติเหยื่อตากใบ หวังได้รับความยุติธรรม รอคอยผู้ต้องหามาสู้คดี ก่อนหมดอายุความ

13.10.24 | 11:35 น.

ลบ ไม่เลือน 20 ปี คดีตากใบ รำลึกถึงความเจ็บปวดผ่านสิ่งของแทนใจ นับถอยหลัง 13 วัน ครอบครัวผู้เสียชีวิตยังคาดหวังจำเลยและผู้ต้องหามอบตัว ก่อนคดีหมดอายุความ 25 ต.ค.

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่อุทยานการเรียนรู้ TK Park ต.บางนาค อ.เมือง จ.นราธิวาส มีการจัดนิทรรศการ “ลบ ไม่เลือน 20 ปี ตากใบ” สัญจร นราธิวาส จัดโดยพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุชายแดนใต้ ซึ่งจะจัดถึงวันที่ 31 ตุลาคม ภายในนิทรรศการมีกิจกรรมมากมาย อาทิ ปักผ้า จัดแสดงวัตถุความทรงจำที่ญาติยังคงเก็บรักษาไว้ ไม่ว่าจะเป็น แก้วของพ่อ ธนบัตรที่เปื้อนเลือด ชุดโต๊ปวันรายอที่ไม่ได้ใส่

น.ส.วลัย บุปผา ภัณฑารักษ์นิทรรศการตากใบ คณะทำงานพิพิธภัณฑ์และหอจดหมายเหตุชายแดนใต้ กล่าวว่า นิทรรศการ ลบ ไม่เลือน 20 ปี ตากใบ สัญจรจังหวัดนราธิวาส เริ่มต้นครั้งแรกปี 2566 แก้วของพ่อเกิดขึ้นจากการที่ลูกสาวจำได้ว่าทุกเช้าแม่จะตื่นมาต้มน้ำร้อนแล้วชงชาให้พ่อ พ่อจะดื่มน้ำชาก่อนออกไปทำงานที่สวน

“แก้วน้ำชานี้เป็นแก้วน้ำชาของพ่อ หลังจากพ่อไปเค้าก็จะเก็บไว้ในตู้แล้วก็ไม่ได้นำมาใช้อีกเลย 20 ปี แต่เก็บไว้รำลึกถึงการจากไปของพ่อ เรื่องโสร่งและชานบ้าน ข้าวนี้เก็บมา 23 ปีแล้ว เป็นข้าวแรกจากนา ซึ่งภรรยาทำนากับสามี เดิมทีเก็บไว้ในยุ้งฉาง ซึ่งก่อนหน้านี้จะเป็นยุ้งฉางที่เคยเป็นบ้านสำหรับคู่ชีวิตคู่รักที่เริ่มต้นแต่งงานเมื่อ 23 ปีที่แล้ว หลังจากเหตุการณ์ตากใบสามีจากไป แต่ข้าวแรกยังคงเก็บไว้ที่ก้นยุ้งฉาง” น.ส.วลัยเผย

Advertisement

น.ส.วลัยกล่าวด้วยว่า ผู้ที่จากไปที่อายุน้อยที่สุดคือ อิมรอน อายุ 16 ปี ตอนนั้นอิมรอนยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษา วันนั้นเขาออกไปเพราะจะไปซื้อเสื้อรายอตัวใหม่ เขาขอตังค์พี่ชายไป 800 บาท ครอบครัวเก็บเสื้อของน้องไว้ เพราะอิมรอนยังไม่ทันได้ใส่ ส่วนธนบัตร 100 บาท มีรอยเปื้อนเลือดอยู่ นี่คือหลักฐานของความคิดถึงของน้องชายคนเล็กสุดของบ้าน ขณะเดียวกันก็เป็นหลักฐานของเหตุการณ์การเสียชีวิตด้วยเช่นกัน

นางสีตีรอยะ อายุ 58 ปี (ฮิญาบสีดำ) สูญเสียสามีคือ นายมาหะมะ อายุ 44 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป เปิดเผยว่า หลังสูญเสียสามีจึงทำงานส่งเสียให้ลูกได้เรียนหนังสือ ตอนนี้ก็ต้องมาดูแลลูกที่กำลังป่วยติดเตียงอยู่ และต้องแบกภาระไว้คนเดียว ในส่วนของคดีก็คิดไม่ออกเหมือนกัน เพราะไม่มีตัวแทนที่จะสู้คดีนี้

“ถ้าได้สู้ก็จะสู้ ตอนนี้ขอความยุติธรรมอย่างเดียว กลัวว่าลูกๆ หลานๆ ที่กำลังจะโต ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก เพราะโดนแล้ว รู้สึกมาแล้ว ต้องอดทนเรื่องคดีนี้ คิดแล้วว่าคนอิสลามไม่ได้คิดมาก เพราะถึงเวลาแล้วก็ต้องจากไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าวันไหนที่เราจะจากไป ตอนนี้ทำได้แค่ดุอาอ์อย่างเดียว ให้พระเจ้าช่วยแค่นั้น เพราะคิดแบบนี้อย่างเดียวถึงทำใจให้อยู่ได้จนถึงทุกวันนี้

แต่เดี๋ยวนี้ทำใจได้แล้ว ช่วงแรกๆ อยู่เหมือนไม่รู้อะไรเลย ทำอะไรไม่ถูกประมาณ 10 ปี แต่ตอนนี้ก็พอทำใจได้แล้ว ซึ่งพอมาฟ้องก็รู้ว่าจำเลยไม่ได้ถูกจับ คิดไม่ออกว่าจะทำแบบไหนเหมือนกัน คิดไม่ออกว่าเจ้าหน้าที่จะทำอย่างไร ขออย่างเดียวคือขอดุอาอ์ให้อัลเลาะห์ช่วย” นางสีตีรอยะกล่าว